เขมรยั่วยุลุกฮือ!! บ้านหนองจาน จ.สระแก้ว ทหารกัมพูชาเกณฑ์ชาวบ้านรวมตัวยั่วยุ จนท.ไทย ช่วงที่แม่ทัพภาค 1 และผู้ว่าฯ ลงพื้นที่
สระแก้ว – เขมรก่อเหตุวุ่นวายลุกฮือ พื้นที่บ้านหนองจาน จ.สระแก้ว หลัง จนท.ติดป้ายให้เคลื่อนย้ายออกจากพื้นที่อธิปไตยไทย 3 ภาษา โดยมีทหารกัมพูชาเกณฑ์ชาวบ้านมารวมตัว ถือไม้และสิ่งของ ยั่วยุ เจ้าหน้าที่ทหารไทย จนต้องส่งตำรวจควบคุมฝูงชนฯ เข้าควบคุม ช่วงที่แม่ทัพภาค 1 และผู้ว่าฯ ลงพื้นที่แปลงที่ดินใกล้กับหลักเขตที่ 46 เมื่อวันที่ 4 ก.ย.68 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังนายปริญญา โพธิสัตย์ ผู้ว่าราชการการจังหวัดสระแก้ว มีหนังสือถึง นายอุม เรียมเตรย ผู้ว่าราชการจังหวัดบันเตียเมียนเจย ให้ย้ายประชาชนชาวเขมร ที่บุกรุกเข้ามาสร้างบ้านเรือนและอยู่อาศัยในพื้นที่บ้านหนองจาน และบ้านหญ้าแก้ว ต.โนนหมากมุ่น อ.โคกสูง จ. สระแก้ว ออกไปจากพื้นที่ในอธิปไตยของไทยทันที หากไม่ดำเนินการ ทางจังหวัดสระแก้ว จะดำเนินการตามกฏหมายที่เกี่ยวข้องของไทย แต่ปรากฏว่า ทางผู้ว่าราชการจังหวัดบันเตียเมียนเจย ได้มีหนังสือตอบปฏิเสธทันที เมื่อวันที่ 3 ก.ย.ที่ผ่านมา โดยอ้างว่าการกระทำดังกล่าวของไทยเป็นการกระทำฝ่ายเดียว เป็นการละเมิด MOU 43 ดังนั้น จึงต้องให้เป็นหน้าที่ของคณะกรรมการชายแดนไทย-กัมพูชา (GBC) และคณะกรรมการเขตแดนร่วม (JBC) ของทั้งสองประเทศ
ขณะเดียวกัน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทางจังหวัดสระแก้ว ได้ทำการติดป้ายประกาศเป็น 3 ภาษาคือ ไทย เขมร และอังกฤษ หันหน้าไปทางฝั่งที่ชาวกัมพูชาอาศัยอยู่ เมื่อวันที่ 3 ก.ย.ที่ผ่านมา เพื่อให้ชาวกัมพูชาที่รุกล้ำเข้ามา จำนวน 170 ครัวเรือน ย้ายออกไปจากพื้นที่อธิปไตยของไทย หากไม่ดำเนินการฝ่ายไทยจะดำเนินการตามกฎหมาย เหตุการณ์ดังกล่าวได้สร้างความไม่พอใจกับชาวกัมพูชา จนมีการระดมชาวบ้านเพื่อรวมตัวกดดันเจ้าหน้าที่ของไทย ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงเวลา 09.30 วันนี้ (4 ก.ย.68) ที่บริเวณหลักเขตแดนที่ 46 เจ้าหน้าที่ทหารเขมรได้เกณท์ชาวบ้านกว่า 150 คน พร้อมอาวุธเป็นไม้ท่อนยาว และอุปกรณ์ต่าง ๆ มากดดันเจ้าหน้าที่ทหารไทย พร้อมกับตะโกนด่าขับไล่ทหารไทยให้ถอนออกไป โดยอ้างว่า บริเวณนั้นเป็นของตน ขณะที่ืหารไทยพยายามใช้ความอดทนอดกลั้น ไม่ตอบโต้แต่อย่างใด ในกลุ่มชาวบ้านดังกล่าว มีทหารเขมรปลอมตัวปะปนมาด้วย ซึ่งสังเกตได้จากมีการใช้ผ้าคลุมใบหน้าและพกวิทยุสื่อสาร โดยเป็นผู้นำในการเดินเข้าประชิดตัวทหารไทย
ขณะเดียวกัน ชาวกัมพูชาที่รวมตัวลุกฮือ ได้ทะยอยเดินทางเข้ามารวมตัวมากขึ้นเรื่อย ๆ และพยายามผลักดันทหารไทย ให้ถอยร่น เข้ามา และรุกเข้าประชิดตัวทหารไทย แล้วผลักอกทหารไทย จนเซถลาหลายคน ขณะที่ทหารไทยยังคงอดทนอดกลั้น ใช้มือผลักกลับไปบ้าง เท่านั้น ทางกองกำลังบูรพา โดยเจ้าหน้าที่ทหารหน่วยเฉพากิจ ฉก.12 ได้ตรวจพบและจัดกำลังพลเข้าไปควบคุมสถานการณ์ และได้ประสานไป ยัง ผบ.พล.น้อย ร.51 ให้ ทหารกัมพูชาควบคุมประชาชนฝั่งกัมพูชา ไม่ให้เกิดการยั่วยุบริเวณพื้นที่ชายแดน กระทั่ง สถานะการณ์คลี่คลาย โดยฝ่ายไทยนำกำลังตำรวจควบคุมฝูงชนจากตำรวจภูธรสระแก้ว เข้ารักษาการณ์อยู่ ทั้งนี้ กองกำลังบูรพาแจ้งว่า จะดำรงไว้ซึ่งอธิปไตยของชาติ ไม่ให้มีใครมารุกราน ตลอดจนดูแลความปลอดภัยของพี่น้องประชาชนตามแนวชายแดนอย่างเต็มกำลังความสามารถ
ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า ทางกัมพูชาได้เริ่มปรับกลยุทธ์ใหม่ด้วยการจัดให้เด็กและผู้หญิง ไปยืนอยู่แถวหน้าเพื่อปะทะกับทหารในเครื่องแบบ ที่ยืนรักษาความปลอดภัยอยู่ด้านหลัง ต่อมา ช่วงเวลาประมาณ 11.00 น.เมื่อชุดควบคุมฝูงชนของกองกำกับการสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดสระแก้วจำนวนหนึ่ง พร้อมอุปกรณ์สลายการชุมนุม ลงพื้นที่ เพื่อดูแล ควบคุมสถานการณ์ต่อเนื่อง กระทั่งว เวลา 13.30 น. ทางกองกำลังบูรพา ยังตรวจพบอีกว่า ทางกัมพูชาได้ไปเกณฑ์ประชาชนจากนอกพื้นที่ โดยปิดถนนหมายเลข 58 ฝั่งกัมพูชา เพื่อเกณฑ์คนที่สัญจรไปมาให้เข้ามาร่วมกันยั่วยุเจ้าหน้าที่ไทย ถือเป็นการละเมิดข้อตกลงหยุดยิงชัดเจน
อย่างไรก็ตาม ช่วงที่ชาวกัมพูชาลุกฮือและก่อเหตุดังกล่าว เป็นช่วงเวลาที่ พล.ท.อมฤต บุญสุยา แม่ทัพภาคที่ 1 ลงพื้นที่บ้านหนองจาน เพื่อติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด โดยลงพื้นที่ไปดูแปลงที่ดินของชาวบ้านคนไทยรายหนึ่ง ซึ่งมีเอกสาร นส.3 อยู่ระหว่างรังวัดชี้เขตเพื่อออกโฉนด 1 ใน 8 รายแรก ซึ่งอยู่ห่างจากหลักเขตแดนที่ 46 ที่มวลชนชาวกัมพูชาลุกฮือก่อเหตุ ประมาณ 400-500 เมตร เท่านั้น ซึ่ง พล.ท.อมฤต ให้สัมภาษณ์เพียงสั้น ๆ ว่า “เราต้องอย่าไปหลงกลพวกเขา เพราะเขาต้องการให้เราเป็นผู้กระทำ เราต้องแยกผู้นำกัมพูชาออกจากประชาชนให้ได้ แต่ถ้ามีการข้ามแดนเข้ามาพวกเขาต้องโดนแน่” รวมทั้งระบุด้วยว่า สิ่งสำคัญคือตอนนี้ต้องแยกประชาชนกัมพูชาออกจากผู้นำกัมพูชาให้ได้ หลังจากนั้นได้เดินทางไปพบปะชาวบ้านหนองจาน และมอบสิ่งของให้หน่วยงานต่าง ๆ ต่อไป
——————————