โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เขมรยั่วยุลุกฮือ!! บ้านหนองจาน จ.สระแก้ว ทหารกัมพูชาเกณฑ์ชาวบ้านรวมตัวยั่วยุ จนท.ไทย ช่วงที่แม่ทัพภาค 1 และผู้ว่าฯ ลงพื้นที่

77kaoded

อัพเดต 05 ก.ย 2568 เวลา 09.35 น. • เผยแพร่ 05 ก.ย 2568 เวลา 02.35 น. • 77Kaoded

สระแก้ว – เขมรก่อเหตุวุ่นวายลุกฮือ พื้นที่บ้านหนองจาน จ.สระแก้ว หลัง จนท.ติดป้ายให้เคลื่อนย้ายออกจากพื้นที่อธิปไตยไทย 3 ภาษา โดยมีทหารกัมพูชาเกณฑ์ชาวบ้านมารวมตัว ถือไม้และสิ่งของ ยั่วยุ เจ้าหน้าที่ทหารไทย จนต้องส่งตำรวจควบคุมฝูงชนฯ เข้าควบคุม ช่วงที่แม่ทัพภาค 1 และผู้ว่าฯ ลงพื้นที่แปลงที่ดินใกล้กับหลักเขตที่ 46 เมื่อวันที่ 4 ก.ย.68 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังนายปริญญา โพธิสัตย์ ผู้ว่าราชการการจังหวัดสระแก้ว มีหนังสือถึง นายอุม เรียมเตรย ผู้ว่าราชการจังหวัดบันเตียเมียนเจย ให้ย้ายประชาชนชาวเขมร ที่บุกรุกเข้ามาสร้างบ้านเรือนและอยู่อาศัยในพื้นที่บ้านหนองจาน และบ้านหญ้าแก้ว ต.โนนหมากมุ่น อ.โคกสูง จ. สระแก้ว ออกไปจากพื้นที่ในอธิปไตยของไทยทันที หากไม่ดำเนินการ ทางจังหวัดสระแก้ว จะดำเนินการตามกฏหมายที่เกี่ยวข้องของไทย แต่ปรากฏว่า ทางผู้ว่าราชการจังหวัดบันเตียเมียนเจย ได้มีหนังสือตอบปฏิเสธทันที เมื่อวันที่ 3 ก.ย.ที่ผ่านมา โดยอ้างว่าการกระทำดังกล่าวของไทยเป็นการกระทำฝ่ายเดียว เป็นการละเมิด MOU 43 ดังนั้น จึงต้องให้เป็นหน้าที่ของคณะกรรมการชายแดนไทย-กัมพูชา (GBC) และคณะกรรมการเขตแดนร่วม (JBC) ของทั้งสองประเทศ

ขณะเดียวกัน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทางจังหวัดสระแก้ว ได้ทำการติดป้ายประกาศเป็น 3 ภาษาคือ ไทย เขมร และอังกฤษ หันหน้าไปทางฝั่งที่ชาวกัมพูชาอาศัยอยู่ เมื่อวันที่ 3 ก.ย.ที่ผ่านมา เพื่อให้ชาวกัมพูชาที่รุกล้ำเข้ามา จำนวน 170 ครัวเรือน ย้ายออกไปจากพื้นที่อธิปไตยของไทย หากไม่ดำเนินการฝ่ายไทยจะดำเนินการตามกฎหมาย เหตุการณ์ดังกล่าวได้สร้างความไม่พอใจกับชาวกัมพูชา จนมีการระดมชาวบ้านเพื่อรวมตัวกดดันเจ้าหน้าที่ของไทย ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงเวลา 09.30 วันนี้ (4 ก.ย.68) ที่บริเวณหลักเขตแดนที่ 46 เจ้าหน้าที่ทหารเขมรได้เกณท์ชาวบ้านกว่า 150 คน พร้อมอาวุธเป็นไม้ท่อนยาว และอุปกรณ์ต่าง ๆ มากดดันเจ้าหน้าที่ทหารไทย พร้อมกับตะโกนด่าขับไล่ทหารไทยให้ถอนออกไป โดยอ้างว่า บริเวณนั้นเป็นของตน ขณะที่ืหารไทยพยายามใช้ความอดทนอดกลั้น ไม่ตอบโต้แต่อย่างใด ในกลุ่มชาวบ้านดังกล่าว มีทหารเขมรปลอมตัวปะปนมาด้วย ซึ่งสังเกตได้จากมีการใช้ผ้าคลุมใบหน้าและพกวิทยุสื่อสาร โดยเป็นผู้นำในการเดินเข้าประชิดตัวทหารไทย

default
default

ขณะเดียวกัน ชาวกัมพูชาที่รวมตัวลุกฮือ ได้ทะยอยเดินทางเข้ามารวมตัวมากขึ้นเรื่อย ๆ และพยายามผลักดันทหารไทย ให้ถอยร่น เข้ามา และรุกเข้าประชิดตัวทหารไทย แล้วผลักอกทหารไทย จนเซถลาหลายคน ขณะที่ทหารไทยยังคงอดทนอดกลั้น ใช้มือผลักกลับไปบ้าง เท่านั้น ทางกองกำลังบูรพา โดยเจ้าหน้าที่ทหารหน่วยเฉพากิจ ฉก.12 ได้ตรวจพบและจัดกำลังพลเข้าไปควบคุมสถานการณ์ และได้ประสานไป ยัง ผบ.พล.น้อย ร.51 ให้ ทหารกัมพูชาควบคุมประชาชนฝั่งกัมพูชา ไม่ให้เกิดการยั่วยุบริเวณพื้นที่ชายแดน กระทั่ง สถานะการณ์คลี่คลาย โดยฝ่ายไทยนำกำลังตำรวจควบคุมฝูงชนจากตำรวจภูธรสระแก้ว เข้ารักษาการณ์อยู่ ทั้งนี้ กองกำลังบูรพาแจ้งว่า จะดำรงไว้ซึ่งอธิปไตยของชาติ ไม่ให้มีใครมารุกราน ตลอดจนดูแลความปลอดภัยของพี่น้องประชาชนตามแนวชายแดนอย่างเต็มกำลังความสามารถ

ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า ทางกัมพูชาได้เริ่มปรับกลยุทธ์ใหม่ด้วยการจัดให้เด็กและผู้หญิง ไปยืนอยู่แถวหน้าเพื่อปะทะกับทหารในเครื่องแบบ ที่ยืนรักษาความปลอดภัยอยู่ด้านหลัง ต่อมา ช่วงเวลาประมาณ 11.00 น.เมื่อชุดควบคุมฝูงชนของกองกำกับการสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดสระแก้วจำนวนหนึ่ง พร้อมอุปกรณ์สลายการชุมนุม ลงพื้นที่ เพื่อดูแล ควบคุมสถานการณ์ต่อเนื่อง กระทั่งว เวลา 13.30 น. ทางกองกำลังบูรพา ยังตรวจพบอีกว่า ทางกัมพูชาได้ไปเกณฑ์ประชาชนจากนอกพื้นที่ โดยปิดถนนหมายเลข 58 ฝั่งกัมพูชา เพื่อเกณฑ์คนที่สัญจรไปมาให้เข้ามาร่วมกันยั่วยุเจ้าหน้าที่ไทย ถือเป็นการละเมิดข้อตกลงหยุดยิงชัดเจน

อย่างไรก็ตาม ช่วงที่ชาวกัมพูชาลุกฮือและก่อเหตุดังกล่าว เป็นช่วงเวลาที่ พล.ท.อมฤต บุญสุยา แม่ทัพภาคที่ 1 ลงพื้นที่บ้านหนองจาน เพื่อติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด โดยลงพื้นที่ไปดูแปลงที่ดินของชาวบ้านคนไทยรายหนึ่ง ซึ่งมีเอกสาร นส.3 อยู่ระหว่างรังวัดชี้เขตเพื่อออกโฉนด 1 ใน 8 รายแรก ซึ่งอยู่ห่างจากหลักเขตแดนที่ 46 ที่มวลชนชาวกัมพูชาลุกฮือก่อเหตุ ประมาณ 400-500 เมตร เท่านั้น ซึ่ง พล.ท.อมฤต ให้สัมภาษณ์เพียงสั้น ๆ ว่า “เราต้องอย่าไปหลงกลพวกเขา เพราะเขาต้องการให้เราเป็นผู้กระทำ เราต้องแยกผู้นำกัมพูชาออกจากประชาชนให้ได้ แต่ถ้ามีการข้ามแดนเข้ามาพวกเขาต้องโดนแน่” รวมทั้งระบุด้วยว่า สิ่งสำคัญคือตอนนี้ต้องแยกประชาชนกัมพูชาออกจากผู้นำกัมพูชาให้ได้ หลังจากนั้นได้เดินทางไปพบปะชาวบ้านหนองจาน และมอบสิ่งของให้หน่วยงานต่าง ๆ ต่อไป

——————————

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...