โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไขข้อสงสัย? แท้จริงแล้ว “ดวงจันทร์” เป็นสีอะไรกันแน่ ?

อีจัน

อัพเดต 05 ก.ย 2568 เวลา 15.58 น. • เผยแพร่ 05 ก.ย 2568 เวลา 08.58 น. • อีจัน

เคยสงสัยกันมั้ย แท้จริงแล้วดวงจันทร์เป็นสีอะไรกันแน่ ?

เตรียมเลยนะคะทุกคน อีกประมาณ 1 วันข้างหน้า ก็จะถึงวันที่เราจะได้เห็น พระจันทร์สีเลือดกันแล้ว ‘อีจัน’ เลยอยากพาทุกคนมาดูสีและปรากฏการณที่จะเกิดขึ้นว่า แท้จริงแล้วดวงจันทร์เป็นสีอะไรกันแน่ ? โดย คุณดนุพล มากจาด เจ้าหน้าที่สารสนเทศดาราศาสตร์ NARIT ได้ออกมาเปิดเผยเกี่ยวกับประเด็นดังกล่าวว่า พระจันทร์ที่เราเห็น บางคนอาจบอกว่าดวงจันทร์เป็น สีขาว สีเหลือง สีส้ม สีแดง หรือแม้กระทั่งสีน้ำเงิน เลยอยากชวนทุกคนลองคิดคำตอบของตัวเองไว้ในใจ แล้วมาดูกันว่า แท้จริงแล้วดวงจันทร์เป็นสีอะไรกันแน่ ?

สีที่เราเห็นบนดวงจันทร์ไม่ได้เกิดจากพื้นผิวของดวงจันทร์โดยตรง แต่เป็นผลจากปรากฏการณ์ทางดาราศาสตร์และชั้นบรรยากาศของโลก ที่ส่งผลต่อการมองเห็น ดวงจันทร์เองเป็นเพียงวัตถุท้องฟ้าที่ไม่มีแสงในตัว แสงสว่างที่เราเห็นมาจากแสงอาทิตย์ที่สะท้อนกลับจากผิวดวงจันทร์เข้าสู่ดวงตาของเรา วันนี้ไปทำความรู้จักกับ “ดวงจันทร์หลากสี” พร้อมไขความลับว่าแต่ละสีเกิดขึ้นได้อย่างไร

ดวงจันทร์สีขาว

“ดวงจันทร์สีขาว” ไปจนถึง “สีเทาอ่อน” คือภาพที่เราคุ้นเคยกันมากที่สุด มักเห็นได้ชัดเมื่อดวงจันทร์โผล่ขึ้นสูงจากขอบฟ้าระดับหนึ่งหรือเกือบกลางศีรษะในคืนฟ้าใสไร้เมฆ แสงจากดวงอาทิตย์ที่สะท้อนกลับมาจึงไม่ถูกรบกวนจากบรรยากาศมากนัก ทำให้ดวงจันทร์ดูเป็นสีขาวนวล โดยเฉพาะในช่วงดวงจันทร์ใกล้เต็มดวงหรือเต็มดวง แสงสว่างที่ส่องออกมาจะยิ่งขับให้ความขาวของดวงจันทร์เด่นชัดและสวยงามมากขึ้น

ดวงจันทร์สีส้มและสีเหลือง
ดวงจันทร์สีส้มและสีเหลือง มักปรากฏให้เห็นเมื่อดวงจันทร์อยู่ใกล้ขอบฟ้า เนื่องจากแสงจากดวงจันทร์ต้องเดินทางผ่านชั้นบรรยากาศโลกในระยะทางที่ยาวกว่าตอนอยู่กลางศีรษะ ระหว่างทาง แสงสีฟ้าถูกกระเจิงออกไป จึงเหลือเพียงแสงโทนเหลืองถึงส้มที่เดินทางมาถึงดวงตาของเรา ทำให้ดวงจันทร์ดูอุ่นนวลราวกับดวงโคมไฟบนท้องฟ้านั่นเอง

ดวงจันทร์สีแดงอิฐ
ดวงจันทร์สีแดงอิฐ หรือที่หลายคนรู้จักกันในชื่อ Blood Moon จะเกิดขึ้นเฉพาะช่วงที่ดวงจันทร์เต็มดวงเคลื่อนเข้าสู่เงามืดของโลก หรือที่เรียกว่า “จันทรุปราคาเต็มดวง” เท่านั้น เกิดขึ้นไม่บ่อยนัก แต่ก็เป็นปรากฏการณ์ธรรมชาติที่สามารถคำนวณการเกิดล่วงหน้าได้ สาเหตุที่ดวงจันทร์ไม่มืดดับหายไปขณะอยู่ในเงามืดของโลก แต่กลับปรากฏเป็นสีแดงอิฐ ก็เพราะว่าแท้จริงแล้วเงาของโลกไม่ได้มืดสนิท เมื่อแสงของดวงอาทิตย์ตกกระทบโลก ทำให้เกิดเงาทอดยาวไปในทิศทางตรงข้าม และเมื่อแสงผ่านชั้นบรรยากาศโลกจะเกิดการกระเจิงและหักเห แสงที่มีความยาวคลื่นสั้น เช่น สีฟ้า จะถูกกรองออกไป เหลือเพียงแสงสีแดงที่มีความยาวคลื่นยาวที่สุด หักเหเข้าไปในเงามืดของโลก เมื่อแสงสีแดงตกกระทบบนดวงจันทร์ แล้วสะท้อนกลับมายังโลก ทำให้เรามองเห็นดวงจันทร์เรืองรองเป็นสีแดงอิฐบนท้องฟ้าในช่วงจันทรุปราคาเต็มดวงนั่นเอง
จุดที่เป็นไฮไลท์เลยคือ คืนวันที่ 7 ถึงเช้ามืดวันที่ 8 กันยายนนี้ เราจะได้เห็นจันทรุปราคาเต็มดวง ดวงจันทร์จะเปลี่ยนเป็นสีแดงอิฐตั้งแต่เวลา 00:31 – 01:53 น. ของวันที่ 8 ก.ย. รวมเวลานานกว่า 1 ชั่วโมง 22 นาที หากฟ้าใสไร้เมฆฝน ทุกคนสามารถชมด้วยตาเปล่าได้ทั่วประเทศ หรือติดตามการถ่ายทอดสดได้ตลอดระยะเวลาเกิดปรากฏการณ์

ดวงจันทร์สีเทาดำ

ก่อนหน้านี้ สีต่าง ๆ ของดวงจันทร์ที่เรามองเห็น ล้วนเกิดจากการมองผ่านชั้นบรรยากาศของโลก แต่หากเราได้ออกไปสังเกตดวงจันทร์จากอวกาศโดยตรง สีที่เห็นจริง ๆ จะเป็น “สีเทาดำ” หลายคนคงสงสัยว่าทำไมเป็นแบบนั้น? คำตอบคือ พื้นผิวของดวงจันทร์ประกอบด้วยหินและฝุ่นที่ไม่มีสีสดใส ส่วนใหญ่มีเฉดสีตั้งแต่เทาอ่อนไปจนถึงเทาเข้ม ประกอบกับภูมิประเทศที่เต็มไปด้วยหลุมอุกกาบาตและพื้นผิวขรุขระ ทำให้ดวงจันทร์สะท้อนแสงได้ไม่ดีนัก เมื่อมองจากอวกาศจึงเห็นเป็นสีเทาเข้มอย่างชัดเจน หลายคนอาจเข้าใจว่าดวงจันทร์ควรจะมีสีเทาอ่อนหรือเกือบขาว แต่เมื่อวัดค่าการสะท้อนแสงหรือค่าอัลบีโด (Albedo) จะพบว่ามีค่าเฉลี่ยเพียงประมาณ 12% หรือใกล้เคียงกับสีของถนนยางมะตอยเลยทีเดียว ส่วนสาเหตุไหนเราจึงมองเห็นดวงจันทร์สว่างกว่าความเป็นจริง? สาเหตุหนึ่งคือ ดวงจันทร์ตั้งอยู่ท่ามกลางความมืดมิดของท้องฟ้า โดยไม่มีวัตถุอื่นที่เด่นชัดให้เปรียบเทียบ สมองของเราจึงตีความว่ามันสว่างกว่าความเป็นจริง คล้ายกับการดูภาพถ่ายขาวดำที่มีเพียงวัตถุสีขาวอยู่หนึ่งเดียวในเฟรม ซึ่งยิ่งทำให้วัตถุนั้นดูขาวสว่างเกินจริงในสายตาเรา

ดวงจันทร์สีน้ำเงิน

บลูมูน (Blue Moon) ไม่ได้หมายถึงดวงจันทร์สีน้ำเงิน แต่ในทางดาราศาสตร์หมายถึง ดวงจันทร์เต็มดวงครั้งที่ 2 ของเดือน ซึ่งเป็นปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นไม่บ่อยนัก ปกติดวงจันทร์จะใช้เวลาเปลี่ยนเฟสข้างขึ้น-ข้างแรม เป็นระยะเวลาประมาณ 29.5 วัน ขณะที่เดือนในปฏิทินที่เราใช้มี 30-31 วัน ทำให้บางเดือนมีโอกาสที่ดวงจันทร์เต็มดวงถึง 2 ครั้ง คือช่วงต้นเดือนและปลายเดือน ซึ่งนานทีจะเกิดขึ้น จึงเป็นที่มาของสำนวนภาษาอังกฤษ “Once in a blue moon” ที่หมายถึง สิ่งที่เกิดขึ้นได้ยากหรือเกิดขึ้นไม่บ่อยนัก ดังนั้นจึงกล่าวได้ว่า ดวงจันทร์ที่จะปรากฏให้เราเห็นเป็นสีน้ำเงินนั้น ไม่มีอยู่จริง

ดวงจันทร์สีชมพู

พิงก์มูน (Pink Moon) ไม่ได้หมายถึงดวงจันทร์สีชมพู แต่เป็น 1 ใน 12 ชื่อดวงจันทร์เต็มดวงที่ชนเผ่าพื้นเมืองอเมริกันตั้งขึ้นเพื่อให้เป็นตัวแทนของฤดูกาลที่จะมาเยือนแต่ละเดือน และพิงก์มูนเป็นตัวแทนของ “เดือนเมษายน” ที่ท้องทุ่งต่างๆ จะเต็มไปด้วยสีชมพูของดอกฟล็อกซ์ (Phlox) นั่นเอง เพราะฉะนั้นจึงเป็นแค่ชื่อเท่านั้น ไม่ได้หมายความว่าเดือนเมษายนจะเห็นดวงจันทร์เต็มดวงเป็นสีชมพู

โดยปรากฏการณ์ดาราศาสตร์ที่น่าติดตามในช่วงนี้ เดือน กันยายน 2568

-คืน 7 ถึงเช้ามืด 8 ก.ย. 68

เกิดจันทรุปราคาเต็มดวง เวลา 22.29-03.55 น.

คราสเต็มดวง 00.31-01.53 น.

-21 ก.ย.68

ดาวเสาร์ใกล้โลกที่สุดในรอบปีตลอดทั้งคืน สามารถเริ่มสังเกตได้ทางทิศตะวันออก

-23 ก.ย.68

วันศารทวิษุวัต ช่วงเวลากลางวันยาวนานเท่ากับกลางคืน

บอกเลยว่าแต่ละสีของพระจันทร์ สวยงาม สง่ามากจริงๆค่ะ ก็ลองเข้ามาอ่านเล่นๆกันได้นะคะ เพราะความหมายกับสีก็มีความแตกต่างกันอยู่มาก แล้วยิ่งเป็นเรื่องของดาราศาสตร์ก็มีความสนใจมากที่เดียวค่ะ

ที่มา: เพจเฟซบุ๊ก NARIT สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ

https://www.facebook.com/NARITpage/posts/pfbid0k1z5FGZXwkPNe9PbdAeN2nRJ7kFzzJSoN4b9Nn6D4Aq69ChGFbiuUMAE3fi3gFiGl

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...