คุณชายแสนขี้เกียจก็แค่อยากกลับใจ
ข้อมูลเบื้องต้น
ตารางการอัปรายตอน+E-Book จิ้มตรงนี้จ้า
https://novel.dek-d.com/ebook/34325/
# คุณชายแสนขี้เกียจก็แค่อยากกลับใจ
เรื่องย่อ
‘เย่เซิน’ คุณชายผู้เกียจคร้านที่มีเพียงใบหน้างามล่มเมืองและฐานะที่ร่ำรวย เขาใช้เวลาทั้งหมดในการไล่ตามคุณชายชนชั้นสูงที่เป็นรักแรกอย่าง ‘กู้หนาน’ จนเป็นที่รังเกียจและน่ารำคาญของผู้คนรอบข้าง และเพิ่งตระหนักได้ว่ากู้หนานสนใจในตัวของน้องชายต่างมารดามากกว่า…
ในเวลานั้นคุณชายเย่รู้สึกพ่ายแพ้เพราะไม่มีใครอยู่เคียงข้าง เขาจึงไปล่อลวง ‘เซียวเฉิง’ เด็กทุนอัจฉริยะผู้มีรูปลักษณ์หล่อเหลาราวกับเทพสรรค์สร้าง แล้วยังขึ้นชื่อว่าเป็นชายแท้ ทำให้เบี่ยงเบนมาคบกับตัวเองได้จนสำเร็จ โดยมีเป้าหมายเพื่อให้กู้หนานหึงหวง…
ทว่าน่าเสียดายที่เป้าหมายไม่เหลียวแล เย่เซินจึงเลือกที่จะสะบัดก้นหนี ทิ้งเซียวเฉิงและพูดจาทำร้ายจิตใจอีกฝ่ายอย่างไม่ใยดี โดยไม่รู้เลยว่าแท้จริงแล้ว ตนเองหลงใหลชายหนุ่มจนถึงขั้นถลำลึก แต่แค่ยึดติดกับคำว่า ‘รักแรก’ มากเกินไปจนลืมใส่ใจความรู้สึกที่แท้จริง
หลังจากนั้นไม่นาน เย่เซินก็ทนความห่างเหินของคนในตระกูลเย่ที่เอาแต่เข้าข้างน้องชายต่างมารดาไม่ไหว เขาจึงตัดสินใจพามารดาไปใช้ชีวิตที่อื่น ท่ามกลางความลำบากยากจนจากความโง่เขลาของตนเอง และสุดท้าย…เย่เซินก็เสียชีวิตลงในช่วงอายุเพียง 29 ปี
ทว่าเมื่อรู้ตัวอีกครั้ง เขาก็พบว่าได้ย้อนเวลากลับมาในช่วงอายุ 20 ปี และสิ่งแรกที่ทำก็คือกำจัดดอกบัวขาวอย่างน้องชายต่างมารดา ประกาศอย่างชัดเจนว่าไม่ได้ชอบกู้หนานแล้ว! ท่ามกลางความตกตะลึงของบรรดานักศึกษาหลายคน
เย่เซินต้องการ ‘เซียวเฉิง’ คนเดียวเท่านั้น เขาจึงเริ่มเปลี่ยนแปลงตัวเองในทิศทางที่ดีขึ้น ตั้งใจเรียนและไล่ตามอีกฝ่ายด้วยเรี่ยวแรงทั้งหมดที่มีถึงแม้จะถูกปฏิเสธ…โดยไม่รู้ตัวเลยว่าการแสดงออกของตนเอง ได้เปิดเผยเสน่ห์และจุดประกายความอยากครอบครองของใครหลายคน รวมถึงรักแรกที่ไม่เคยเห็นค่าในตัวของเขาก็เช่นกัน
แนวเรื่อง
- นิยายเรื่องนี้ผู้ชายท้องไม่ได้ (slice of life กึ่งแนวมหาลัยผสมชีวิตประจำวัน มีคอมเมนต์ชาวเน็ต มีแฟนตาซีเล็กน้อยเกี่ยวกับการย้อนเวลา เนื้อเรื่องมีทั้งดำเนินช้าสลับกับช่วงดำเนินไว ปมไม่หนักหน่วงเน้นให้อ่านง่ายแบบค่อย ๆ คลี่คลายค่ะ ^^ เนื้อหาจะเน้นนายเอกและการพัฒนาตัวเอง นายเอกไม่ได้เทพหรือแมรี่ซูมากนะคะ)
เนื้อหาเป็นเพียงจินตนาการของผู้แต่ง ข้อมูลบางอย่างไม่ได้มีเจตนาพาดพิงหรือกล่าวถึงบุคคลใด ๆ ในชีวิตจริง โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน
ทักทายค่ะ เรื่องนี้จูนิเบลล์เขียนออกแนวละครคุณธรรมผสม Slice of life เพื่อคลายเครียด หรือาจเครียดกว่าเดิม 555 ถ้าหากชอบแนวนี้ขอฝากเอ็นดูน้องเย่เซินหน่อยนะคะ ขอขอบคุณมาก ๆ เลยค่ะ ♥
*คำเตือนในเรื่อง
- ปีในนิยายจะมีกล่าวถึงอดีตโดยการย้อนไปช่วงปี ค.ศ. 2010+ ไล่มาจนถึงปีปัจจุบันและเทคโนโลยีในนิยายไม่ได้ทันสมัย สถานที่และข้อมูลบางอย่างในนิยายเป็นสิ่งที่นักเขียนสมมุติขึ้นมาเพื่อความบันเทิงและเพิ่มอรรถรสในการอ่าน ซึ่งจะไม่ตรงกับหลักความเป็นจริงใด ๆ โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน / อาจมีจุดที่ไม่สมเหตุสมผลสำหรับนักอ่านบางท่าน และมีดราม่าบ้างเพราะมีการบรรยายที่ยังไม่ได้เฉลยจุดน่าสงสัย ช่วยใจเย็น ๆ และลุ้นไปด้วยกันนะคะอาจมีการบรรยายที่ค่อนข้างเกินจริง หรือมีการบรรยายที่ค่อนข้างหดหู่กับตัวละครในเรื่อง มี NC บรรยาย 1 ตอน แต่จะเน้นไปทางเนื้อหามากกว่าเป็นหลัก/มีการแบ่งชนชั้นทางสังคมอย่างชัดเจน
เนื้อหาเป็นเพียงจินตนาการของผู้แต่ง ข้อมูลบางอย่างไม่ได้มีเจตนาพาดพิงหรือกล่าวถึงบุคคลใด ๆ ในชีวิตจริง โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน
นิยายเรื่องนี้สงวนสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 (และที่แก้ไขเพิ่มเติมเรื่อยมา) ห้ามคัดลอก ทำซ้ำ ดัดแปลงหรือนำส่วนหนึ่งส่วนใดของนิยายไปเผยแพร่หรือกระทำการใด ๆ รวมถึงนิยายในรูปแบบเสียงก่อนได้รับการอนุญาตจากผู้เป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ หากฝ่าฝืนจะดำเนินการทางกฎหมายต่อผู้กระทำละเมิดอย่างเด็ดขาดโดยไม่มีข้อยกเว้น
ภาพปก Joel
ผู้แต่ง จูนิเบลล์96
เซ็ตติ้งนิยาย+ทักทายจ้า
สวัสดีค่ะคุณนักอ่านที่น่ารัก
นิยายเรื่องนี้จะออกแนวละครคุณธรรมผสม Slice of life แล้วยังเกี่ยวกับมหาลัยและนักศึกษาด้วย >=w=/ ถ้าหากชอบแนวนี้ขอฝากเอ็นดูน้องเย่เซินด้วยน้า ^^
นิยายเรื่องนี้จะออกแนวละครคุณธรรมผสม Slice of life แล้วยังเกี่ยวกับมหาลัยและนักศึกษาด้วย >=w=/ ถ้าหากชอบแนวนี้ขอฝากเอ็นดูน้องเย่เซินด้วยน้า
เพิ่มเติม: เซ็ตติ้งจะเน้นไปทางจีนผสมหลายสัญชาติ ปีในนิยายจะมีกล่าวถึงอดีตโดยการย้อนไปช่วงปี ค.ศ. 2010+ ไล่มาจนถึงปีปัจจุบันและเทคโนโลยีในนิยายไม่ได้ทันสมัย สถานที่และข้อมูลบางอย่างในนิยายเป็นสิ่งที่นักเขียนสมมุติขึ้นมาเพื่อความบันเทิงและเพิ่มอรรถรสในการอ่าน ซึ่งจะไม่ตรงกับหลักความเป็นจริงใด ๆ โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน
- นิยายเรื่องนี้ผู้ชายท้องไม่ได้ (slice of life กึ่งแนวมหาลัยผสมชีวิตประจำวัน มีคอมเมนต์ชาวเน็ต มีแฟนตาซีเล็กน้อยเกี่ยวกับการย้อนเวลา เนื้อเรื่องมีทั้งดำเนินช้าสลับกับช่วงดำเนินไว ค่อย ๆ คลี่คลายปมของเรื่อง เนื้อหาจะเน้นนายเอกและการพัฒนาตัวเอง นายเอกไม่ได้เทพหรือแมรี่ซู)
- อาจมีจุดที่ไม่สมเหตุสมผลสำหรับนักอ่านบางท่าน บางช่วงอาจมีการบรรยายที่ค่อนข้างเกินจริง หรือมีการบรรยายที่ค่อนข้างหดหู่กับตัวละครในเรื่อง มีการแบ่งชนชั้นทางสังคมอย่างชัดเจน
บางช่วงอาจมีการบรรยายที่ค่อนข้างเกินจริง หรือมีการบรรยายที่ค่อนข้างหดหู่กับตัวละครในเรื่อง มีการแบ่งชนชั้นทางสังคมอย่างชัดเจน
เนื้อหาเป็นเพียงจินตนาการของผู้แต่ง ข้อมูลบางอย่างไม่ได้มีเจตนาพาดพิงหรือกล่าวถึงบุคคลใด ๆ ในชีวิตจริง โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน
พระเอก : เซียวเฉิง
ประธานนักศึกษาปี 4
22y สูง 191 CM
นายเอก : เย่เซิน
นักศึกษาปี 2
20y สูง 175 CM
ไม่มีการนอกกายนอกใจ นายเอกจะมีพัฒนาการด้านความคิดเรื่อย ๆ ค่ะ ^^
* สำนวนจีน ส่วนตัวไรท์เสพบ่อยจนจำแบบจีนได้ก่อนแบบไทยมากกว่า รวมถึงบางคำที่ความหมายคล้ายกัน ระหว่างเขียนเลยจะใส่แบบจีนไปเลยแล้วค่อยหาคำแปลให้จ้า
* เชิงอรรถต่าง ๆ ส่วนมากไรท์ก็อปวางจาก Word ของตัวเองบางทีน้องอาจจะโผล่มาดูได้ที่ท้ายตอนเลยนะคะ เนื่องจากลองใส่ใหม่ในเว็ปให้แล้วหน้าหายไปทั้งหน้าเลย QwQ
บทที่ 1 คุณชายกลับใจ
บทที่ 1
คุณชายกลับใจ
เพิ่มเติม: ปีในนิยายจะมีกล่าวถึงอดีตโดยการย้อนไปช่วงปี ค.ศ. 2010+ ไล่มาจนถึงปีปัจจุบันและเทคโนโลยีในนิยายไม่ได้ทันสมัย สถานที่และข้อมูลบางอย่างในนิยายเป็นสิ่งที่นักเขียนสมมุติขึ้นมาเพื่อความบันเทิงและเพิ่มอรรถรสในการอ่าน ซึ่งจะไม่ตรงกับหลักความเป็นจริงใด ๆ โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน
มณฑลเยี่ยนหนาน
บริเวณตรอกเก่าภายในเมือง B ล้วนทรุดโทรม และเต็มไปด้วยเสียงตะโกนโหวกเหวกโวยวายของผู้คนที่อาศัยอยู่เขตนั้น รวมไปถึงห้องเช่าหลังเล็กที่อยู่ในซอกซอยแคบ ที่ฝังตัวหลบแดดหลบฝนจากโลกภายนอกจนสีทาผนังลอกออกมาเป็นแผ่น ๆ อย่างเห็นได้ชัด…ภายในนั้นมีสองแม่ลูกที่เคยมีสถานะเป็นถึงคุณหญิงและคุณชายน้อยจากตระกูลเย่ในอดีต ที่แค่เอ่ยคำพูดเดียวก็จะสามารถเรียกลมเรียกฝนได้ พักอาศัยอยู่ด้วยกันเพียงสองคนเท่านั้น
ปัจจุบันสองแม่ลูกพยายามอยู่เพื่อเอาชีวิตรอดไปวัน ๆ อย่างคนที่หมดสิ้นทั้งแรงใจ และปณิธานที่เคยมีในอดีตแทบทั้งหมด
อดีตคุณชายเย่เซินในวัยยี่สิบเก้าปี ยืนอยู่บริเวณหน้ากระจกบานเก่าที่สูงไม่ถึงช่วงอก ดวงตาดอกท้อสีเทาอ่อนภายใต้แพขนตาหนาหลุบต่ำลง จ้องมองร่างกายของตนเองที่ไม่มีแม้แต่เครื่องประดับสักชิ้น มีเพียงเสื้อและกางเกงที่ขึ้นสีซีดบ่งบอกได้ถึงความเก่าไปตามกาลเวลา
และเมื่อมองจนพอใจแล้ว เขาก็หันหลังเดินไปทางประตูไม้เก่าที่แทบจะหลุดติดมือออกมาได้ทุกเมื่อ เพื่อที่จะเตรียมตัวออกไปทำงานหาเงินมาเลี้ยงตัวเองและมารดาเหมือนในทุกวันตามความเคยชิน
“คะ แค่ก ๆ เสี่ยวเซิน…”
“…แม่ครับ” ทว่าภายในไม่กี่วินาทีนั้น เขากลับได้ยินเสียงไอแผ่ว ๆ ดังลอดออกมาจากห้องนอนขนาดเล็กของผู้เป็นมารดา เรียวคิ้วที่ขมวดอยู่แล้วจากความเคร่งเครียดก็ยิ่งขมวดมุ่นไปมากยิ่งกว่าเดิมด้วยความกังวลใจ
ตึก ตึก ตึก
“วันนี้อากาศร้อน ลูกจะไหวไหม…เมื่อไม่กี่วันก่อนลูกก็ป่วยนะ?” จีหนิงซินหรือก็คืออดีตคุณหญิงเย่สวมใส่ชุดเรียบง่าย เธอรีบเดินออกมาจากห้องนอนเพราะวันนี้รู้สึกไม่ค่อยดีและเป็นห่วงลูกชายแบบแปลก ๆ จนอดไม่ได้ที่จะเม้มริมฝีปากแน่นพลางจ้องไปที่เย่เซินด้วยความห่วงใย
“ผมไหวครับแม่…” ถึงแม้กาลเวลาจะพรากความเยาว์วัยไป แต่เค้าโครงความงามของหญิงวัยกลางคนเบื้องหน้าก็ไม่เคยจางหาย เย่เซินที่ได้รับยีนความงามมาจากมารดาพยายามซ่อนความอ่อนไหวในแววตา และมอบรอยยิ้มสบาย ๆ กลับไปเพื่อให้เธอสบายใจขึ้น “ถ้าหากผมไม่ไปวันนี้เราก็จะไม่มีค่าเช่าบ้าน…ให้ผมไปอีกวันนะ! แล้วพรุ่งนี้ผมก็จะพักแล้วมาอยู่กับแม่ เอาแบบนี้เป็นไงครับ ดีหรือเปล่า?”
ทั้งที่ชีวิตของพวกเขาต้องตกมาอยู่ในสภาพแบบนี้ ก็เป็นเพราะนิสัยและการกระทำของเย่เซินเองล้วน ๆ ที่ไม่เคยเห็นคุณค่าของเงิน แล้วยังไม่เคยตระหนักถึงคำว่าควรประมาณตน
แต่ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม…มารดาก็ไม่เคยเป็นฝ่ายทิ้งเขาไปไหนเลย
“แต่แม่รู้สึกไม่ดีเลย ถ้าหากให้ลูกลาพักวันนี้ก่อนสักวันจะเป็นอะไรหรือเปล่าจ๊ะ ให้แม่ลองคุยกับหัวหน้าของลูกดีไหม?”
เย่เซินได้ยินดังนั้นก็หัวเราะออกมาเบา ๆ ขับให้ใบหน้างดงามราวกับรูปปั้นแกะสลักเต็มไปด้วยความผ่อนคลาย ทว่าน่าเสียดายผิวพรรณที่เคยขาวสะอาดในวัยเยาว์ บัดนี้กลับซีดเหลืองเหมือนเทียนไขที่ถูกจุดจนหลอมละลายจากการโหมงานหนักเกินไป และมักจะมีอาการป่วยแทรกซ้อนอยู่เสมอ “แม่ก็รู้ว่าหัวหน้าคิดอะไรกับแม่ นี่จะไม่รู้สึกเขินเอาเหรอครับ…อันที่จริงถึงแม่จะอายุเยอะกว่าเขาหลายปี แต่อย่าลืมนะครับว่าแม่เคยเป็นหญิงงามอันดับหนึ่งของมณฑลซูไห่ หน้าของแม่เด็กกว่าอายุจริงไปตั้งหลายสิบปี ถ้าหากผมเชียร์ให้แม่ลองเปิดใจให้เขาดูแม่จะยอมไหม?”
“มะ ไม่เป็นไรจ้ะ…ถ้า ถ้าอย่างนั้นแม่จะรอลูกกลับมานะเสี่ยวเซิน วันพรุ่งนี้ถ้าหากลูกดื้อขึ้นมา หรือเปลี่ยนใจจะไปทำงานอีกวันไม่ยอมพักผ่อน แม่จะไม่คุยกับลูกแล้วจริง ๆ ด้วย!” อดีตคุณหญิงเย่ได้ยินดังนั้นก็พยักหน้าอย่างหมดทางเลือก ตัดสินใจเชื่อลูกชายเพียงคนเดียวที่เธอรัก
“อันที่จริงหัวหน้าก็ไม่ได้เลวร้ายอะไร เขาดูจะนิสัยดีกว่าพ่อ…ไม่สิ ดีกว่าเย่เส้าหรงคนนั้นตั้งเยอะ! หัวหน้ายังโสดแถมดูไม่เจ้าชู้เลยสักนิด ไม่เหมือนผู้ชายคนนั้นที่ไม่ทันไรก็เอาลูกชายอีกคนเข้าบ้านและไม่ให้เกียรติแม่” เย่เซินได้ทีก็รีบเชียร์หัวหน้างานที่ยังโสด
ชายวัยกลางคนหน้าตาดี นิสัยดี และมักจะช่วยหางานมาให้เขาตลอดระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมา ในช่วงที่พวกเขาเพิ่งย้ายเข้ามาอาศัยอยู่ที่เมืองนี้ จนสนิทสนมกันในที่สุด
ย้อนนึกไปในช่วงที่เย่เซินอายุเพียงสิบห้าปี…
เขาใช้ชีวิตอยู่ในตระกูลใหญ่อย่างสมบูรณ์แบบในฐานะลูกชายคนเล็ก และมีพี่ชายคนโตต่างสายเลือดคอยประคบประหงม เพราะก่อนหน้านั้นบิดาและมารดาตัดสินใจรับเลี้ยงบุตรบุญธรรมคนหนึ่งก่อนที่เย่เซินจะเกิด เนื่องจากคุณหญิงเย่สุขภาพไม่ดีและมีลูกยาก จนกระทั่งมีเย่เซินที่เป็นเลือดเนื้อเชื้อไขที่แท้จริงของตระกูลเย่เกิดขึ้นในภายหลัง
ตลอดระยะเวลาที่ครอบครัวสงบสุข สองสามี-ภรรยาก็เลี้ยงเด็กทั้งสองคนให้เติบโตขึ้นมาจนมีความผูกพันกันจริง ๆ ในฐานะพี่น้อง…
แต่ทว่าในวันหนึ่ง กลับมีผู้หญิงที่มาจากที่ไหนไม่รู้จูงมือเด็กคนหนึ่งมาหยุดยืนอยู่ที่หน้าคฤหาสน์ตระกูลเย่ ร้องห่มร้องไห้ราวกับดอกสาลี่ต้องหยาดฝน[1] สักพักก็โวยวายบอกว่าตนเองท้องกับ ‘เย่เส้าหรง’ หรือก็คือนายท่านตระกูลเย่คนปัจจุบัน ตั้งแต่เมื่อหลายปีก่อน
ซึ่งความสัมพันธ์ของทั้งคู่เกิดขึ้นมาจากความผิดพลาดด้วยกันแค่ในคืนเดียว และเป็นช่วงหลังจากที่คุณหญิงเย่เพิ่งตั้งครรภ์เย่เซินได้เพียงสองเดือนเท่านั้น!
เธออ้างว่ามีคืนหนึ่งที่เย่เส้าหรงไปคุยงานต่างเมืองกับคู่ค้าทางธุรกิจ…
ในคืนนั้นเขาดื่มจนเมามายและบังเอิญได้เสียกับเธอที่บังเอิญไปที่นั่นเช่นกันในคืนนั้น และเพราะต่างคนก็ต่างเมากันทั้งคู่…จนกระทั่งตื่นขึ้นมาเธอก็รีบหอบข้าวของหนีไปอย่างขลาดกลัว เพราะเพิ่งเห็นว่าคนที่เผลอนอนด้วยคืออดีตรุ่นน้องสมัยเรียนที่เคยแอบปลื้มเธอมาก่อน ซ้ำตอนนี้เย่เส้าหรงกลายเป็นคนมีอำนาจ เธอเองก็ตระหนักได้เป็นอย่างดีว่าอีกฝ่าย ‘มีครอบครัวแล้ว’ สุดท้ายจึงตัดสินใจทำราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้นและรีบหนีไปทันทีในช่วงเช้ามืด
จนกระทั่งมารู้ทีหลังว่าตนเองตั้งครรภ์…เธอจึงพยายามเลี้ยงลูกตามลำพังโดยไม่คิดจะปริปากบอกให้ผู้ใดได้รับรู้ ว่าเด็กในท้องเป็นเลือดเนื้อเชื้อไขของตระกูลเย่ เพราะไม่อยากทำให้ครอบครัวที่สมบูรณ์แบบอยู่แล้วเกิดรอยร้าวขึ้นมา เพียงแต่เวลาผ่านไปหลายปีเธอกลับไม่สามารถเลี้ยงลูกชายให้เติบโตขึ้นมาภายในสภาพแวดล้อมที่ดีได้ สุดท้ายจึงตัดสินใจมาที่ตระกูลเย่ด้วยความรู้สึกผิดอยู่เต็มอก!
ช่วงเวลานั้นเย่เซินและมารดารู้สึกคล้ายกับถูกสายฟ้าฟาดไปทั่วสรรพางค์กาย เจ็บปวดราวกับถูกมีดคมกรีดเฉือนไปจนถึงขั้วหัวใจ เพราะที่ผ่านมาบิดาไม่เคยออกนอกลู่นอกทางเลยสักครั้ง! เขาปฏิบัติต่อเย่เซินและภรรยาเป็นอย่างดี เลี้ยงดูและคอยตามเอาอกเอาใจอย่างออกหน้าออกตา เรื่องราวจะกลายเป็นเช่นนี้ได้อย่างไร…
หากแต่หลังจากที่ได้พูดคุยกันจนสามารถปะติดปะต่อเรื่องราว และตระหนักได้ถึงความสัมพันธ์ในช่วงวัยเรียนของนายท่านเย่กับผู้หญิงแปลกหน้าได้ สถานการณ์ก็เริ่มจมดิ่งไปในทิศทางที่แย่ลง จนคนที่อยู่ในเหตุการณ์ตอนนั้นเริ่มที่จะทำตัวไม่ถูก ได้แต่หวังพึ่งความหวังเพียงหนึ่งเดียวอย่างการตรวจ DNA
เนื่องจากในเวลานั้นแทบจะไม่มีใครเชื่อคำพูดของผู้หญิงคนนี้เลย…แต่ทว่าหลังจากนั้นไม่กี่วัน เมื่อได้รับผลตรวจความสัมพันธ์ทางสายเลือดของเด็กคนนั้นกับนายท่านเย่แล้ว กลับพบว่ามีความตรงกันถึง 99.99%!! และได้รู้ว่าเด็กคนนี้ที่อายุห่างกับเย่เซินเพียงไม่กี่เดือนมีชื่อว่า ‘ไป่หมิน’
ในช่วงเวลานั้นทุกคนพยายามตั้งสติ นายท่านเย่เองก็รู้สึกผิดต่อภรรยาและลูกชายเป็นอย่างมาก เพราะเขาเคยจำได้จริง ๆ ว่ามีครั้งหนึ่งที่เคยไปคุยงานต่างเมืองหลังภรรยาคลอดเย่เซิน และเมื่อตื่นขึ้นมาด้วยอาการแฮงค์เหล้าก็พบว่าตัวเองอยู่ในสภาพเปลือยเปล่าเข้าจริง ๆ
เพียงแต่ในตอนนั้นเขาไม่รู้ตัวว่าเกิดอะไรขึ้น แต่เย่เส้าหรงก็ไม่ได้คิดอะไรมากมายอีกเพราะร่างกายไม่ได้รู้สึกถึงสิ่งผิดปกติ คิดแค่ว่าคงจะเมามากเกินไป แต่ก็ไม่เคยคาดคิดว่าเขาจะมีลูกชายเพิ่มขึ้นมาอีกคนแบบนี้โดยที่ไม่เคยรู้อะไรมาก่อน!
เวลาผ่านไปหลายชั่วโมง…นายท่านเย่เองก็เคยเป็นชนชั้นล่างมาก่อน เมื่อเขามองหน้าเด็กคนนั้นที่ร้องไห้สะอึกสะอื้นจนดูน่าสงสาร สุดท้ายก็ไม่อาจทำใจปล่อยให้ลูกชายที่ตนเองไม่เคยส่งเสียเลี้ยงดูมาก่อนต้องออกไปใช้ชีวิตอย่างยากลำบากได้ เพราะกว่าตนจะกลายมาเป็นนายท่านตระกูลเย่ได้…ในอดีตก็เคยล้มลุกคลุกคลานมาอย่างยากลำบาก
ท่ามกลางการตัดสินใจที่เต็มไปด้วยความเคร่งเครียดและรู้สึกผิด สุดท้ายไป่หมินจึงได้เข้ามาอยู่อาศัยภายในคฤหาสน์ตระกูลเย่เพียงคนเดียว
ส่วนผู้หญิงคนนั้น…นายท่านเย่มอบเงินให้เธอจำนวนหนึ่งให้ไปใช้ชีวิตที่อื่น และนาน ๆ ทีถึงจะยอมให้มาเยี่ยมลูกชายเพื่อเป็นการประคับประคองครอบครัวในขณะนั้น เพราะเขาตระหนักดีว่าความอดทนของภรรยาและเย่เซินในตอนนั้นเริ่มจะไม่เหลือแล้ว
หลังจากนั้นไม่นาน…ไป่หมินก็ได้เข้าเรียนที่เดียวกันกับเย่เซิน
ได้มีโอกาสไปทำความรู้จัก และเกิดความสนิทสนมกับกลุ่มเพื่อนสนิทของเย่เซินที่เคยคบหากันมาตั้งแต่ช่วงวัยเด็ก แม้แต่พี่ชายคนโตก็มักจะเอนเอียงไปทางไป่หมินอย่างที่ไม่ทันสังเกตได้เลย…ว่าคนรอบตัวของเย่เซินค่อย ๆ เปลี่ยนไปและมักจะมองเย่เซินเป็นเพียงแจกันดอกไม้เคลื่อนที่ ที่มีเพียงความงดงามแต่อากัปกิริยาและลักษณะนิสัยช่างร้ายกาจ จนเป็นที่น่าเหนื่อยใจสำหรับผู้คนรอบตัวในช่วงเวลานั้น
ทว่าอันที่จริงแล้ว…เย่เซินเองก็ช็อกกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นหลังจากที่ทำความเข้าใจได้ ว่าบิดาพลาดพลั้งไปมีความสัมพันธ์กับผู้หญิงคนอื่น และทำให้มารดาต้องตกอยู่ในอาการซึมเศร้าเพราะมีลูกชายที่ไหนไม่รู้โผล่มาอย่างกะทันหัน จนได้เข้ามามีส่วนร่วมในชีวิตโดยที่ยังไม่ทันได้เตรียมใจล่วงหน้า
แล้วคิดว่าคุณชายน้อยอย่างเขาจะยอมอยู่เฉย ๆ ได้อย่างไร!?
เย่เซินเป็นคุณชายที่ถูกเลี้ยงดูมาอย่างทะนุถนอม เขาไม่รู้จักเล่ห์เหลี่ยมและการกระทำบางอย่างของไป่หมินที่มักจะแสดงออกถึงความบอบบางและอ่อนแอในช่วงเวลาที่อยู่ต่อหน้าผู้อื่น จนกลายเป็นเย่เซินที่มักจะถูกมองว่าเป็นคนลงมือรังแกอีกฝ่ายก่อนเสมอ ทั้งที่ตัวเองไม่รู้เรื่องราวอะไรเลยสักนิด…เพราะถึงแม้เขาเคยคิดจะทำจริง ๆ ภายในใจ แต่อันที่จริงแล้วก็ยังไม่ทันได้ลงมือทำเลย!
เย่เซินยอมรับโดยดุษณีว่ามีความรู้สึกเกลียดไป่หมิน คล้ายกับอารมณ์เด็กที่ถูกแย่งของรักของหวงไป เพราะในหลาย ๆ เหตุการณ์ที่เคยเจอตั้งแต่อายุสิบห้าปีไปจนถึงอายุยี่สิบกว่าปีหลังเรียนจบ…อีกฝ่ายมักจะทำให้คนรอบตัวของเย่เซินตีตัวออกห่างไปเรื่อย ๆ
ซึ่งในเวลานั้นเย่เซินที่มีแต่เงินและอำนาจ ไม่สามารถตระหนักได้เองว่ายิ่งทำตัวร้ายกาจหรือเอาแต่ใจมากเพียงใด ตนเองก็จะเป็นที่รังเกียจและถูกคนรอบข้างเอือมระอามากขึ้นเท่านั้น
เพราะนิสัยของคุณชายเย่เซินค่อนข้างสุดโต่ง ในช่วงเวลาที่เขานึกเล่นสนุกก็คือเล่นสนุก แต่ถ้าหากเขาเกลียดใครก็จะเกลียดไปจนถึงที่สุดราวกับรากไม้ที่ฝังลึก…โดยไม่คิดปิดบังความรู้สึกและความคิดของตนเอง!
ในตอนนั้นระหว่างคุณชายน้อยเย่ที่มีหุ่นเพรียวสุขภาพดี รูปลักษณ์โดดเด่นเหนือคนอื่น มีแต่คนคอยเข้าหาและคอยตามเอาอกเอาใจจนเริ่มเสียนิสัย…กับไป่หมินที่อายุเท่ากันแต่ร่างกายค่อนข้างผอมแห้ง และต้องใช้ชีวิตอย่างยากลำบากกับมารดาเพียงสองคนและมักจะถูกเย่เซินรังแกมาโดยตลอด นานวันเข้าเหล่าเพื่อนฝูงรวมถึงนายท่านเย่ก็มักจะมองว่าเย่เซินนั้นเริ่มเกินเยียวยาไปแล้ว
[1] ดอกสาลี่ต้องหยาดฝน* (梨花带雨) เป็นสำนวนจีนซึ่งเปรียบเปรยดอกสาลี่กับใบหน้าของผู้หญิงที่เมื่อร้องไห้แล้วก็ยังดูงดงาม
* สำนวนจีน ส่วนตัวไรท์เสพบ่อยจนจำแบบจีนได้ก่อนแบบไทยมากกว่า รวมถึงบางคำที่ความหมายคล้ายกัน ระหว่างเขียนเลยจะใส่แบบจีนไปเลยแล้วค่อยหาคำแปลให้จ้า
* เชิงอรรถต่าง ๆ ส่วนมากไรท์ก็อปวางจาก Word ของตัวเองบางทีน้องอาจจะโผล่มาดูได้ที่ท้ายตอนเลยนะคะ เนื่องจากลองใส่ใหม่ในเว็ปให้แล้วหน้าหายไปทั้งหน้าเลย QwQ
บทที่ 2.1 คุณชายกลับใจ
บทที่ 2
คุณชายกลับใจ
“เสี่ยวเซิน…อันที่จริงลูกไม่คิดที่จะหาแฟนหน่อยเหรอ แม่รู้นะว่าลูกไม่ชอบผู้หญิง แต่ถ้าหากเจอใครที่ชอบลูกลองไปทำความรู้จักดูดีไหม การแต่งงานระหว่างเพศเดียวกันก็ถูกกฎหมายมาตั้งนานแล้วด้วย หรือว่าลูกยังไม่ลืมรักแรกคนนั้นอีกจ๊ะ?” อดีตคุณหญิงเย่อดไม่ได้ที่จะเอ่ยขึ้นมา เมื่อเห็นว่าลูกชายจะออกไปทำงานแล้ว
“เราสองคนตัดขาดกันไปแล้ว…เพราะงั้นแม่สบายใจเถอะนะครับว่าผมไม่ได้คิดเรื่องนั้นแล้ว อีกอย่างตอนนี้ผมอยากดูแลแม่มากกว่า แม่ไม่ต้องห่วงนะ ถ้าหากเจอคนไม่ดีแบบเย่เส้าหรงขึ้นมาบางทีสถานการณ์ของผมอาจจะแย่ไปมากกว่านี้ อีกอย่างรักแรกอะไรนั่นผมไม่ได้คิดกับเขาแบบนั้นแล้วด้วย” บนใบหน้าเกลี้ยงเกลาปรากฏรอยยิ้มจาง ๆ ทว่าในแววตากลับเต็มไปด้วยความขมขื่น
“แต่ถ้าหากแม่ไม่อยู่แล้ว…ใครจะอยู่เป็นเพื่อนลูก?” จีหนิงซินอดไม่ได้ที่จะน้ำตาเอ่อคลอ เธอตระหนักดีว่าสุขภาพของตนเองย่ำแย่มากขึ้นเรื่อย ๆ รวมทั้งค่ารักษาพยาบาลก็เป็นลูกชายที่ทำงานหาเงินส่วนนั้นมาจ่ายให้อย่างยากลำบาก
ลูกชายของเธอที่ไม่เคยทำงานหนัก ไม่เคยต้องตากแดด ตากฝน กลับต้องตกมาอยู่ในสภาพเช่นนี้…หรือบางทีเธอควรพาลูกชายกลับไปคุกเข่าขอขมาเพื่อกลับเข้าตระกูลจีดีหรือไม่?
สมัยก่อนที่จะแต่งงานกับเย่เส้าหรง จีหนิงซินก็คือคุณหนูจากตระกูลชนชั้นสูงอย่างตระกูลจี และเป็นสาวงามที่ถูกชายหนุ่มหลาย ๆ คนหมายปองประจำมณฑลเป็นเวลาหลายปีซ้อน เพียงแต่เธอกลับตาบอดไปชอบพนักงานบริษัทธรรมดา ๆ คนหนึ่งอย่างเย่เส้าหรงในช่วงที่อีกฝ่ายเต็มเปี่ยมไปด้วยพลัง มีชีวิตชีวา รวมทั้งยังไม่ทันได้สร้างอำนาจยิ่งใหญ่เฉกเช่นปัจจุบัน
…ท่ามกลางการขัดขวางจากผู้ใหญ่ตระกูลจีที่บอกว่าเธอไม่เหมาะสมกับผู้ชายคนนี้ แต่ในเมื่อจีหนิงซินปักใจให้ใครแล้วเธอก็ไม่คิดที่จะเปลี่ยนใจ สุดท้ายเธอจึงตัดสินใจยื่นคำขาดขอออกจากตระกูลจี แล้วใช้เงินก้อนใหญ่ก้อนสุดท้ายที่นำติดตัวมาด้วย คอยสนับสนุนธุรกิจของเย่เส้าหรงให้ค่อย ๆ เฟื่องฟูขึ้นมาจนไม่มีใครกล้าดูแคลน
เธอตระหนักดีว่าเย่เซินได้นิสัยดื้อรั้นมาจากตัวเอง…
หลังจากเกิดเรื่องราวต่าง ๆ มากมายในตระกูลเย่หลังจากที่มีไป่หมินเข้ามาอยู่ในคฤหาสน์หลังใหญ่ ก็มักจะมีเรื่องราวใหญ่โตมากขึ้นเรื่อย ๆ ตามมา จนกระทั่งทุกคนเริ่มปฏิบัติต่อลูกชายของเธอไม่เหมือนเดิม สุดท้ายจีหนิงซินจึงตัดสินใจหย่าขาดกับสามีหลังจากที่เย่เซินเรียนจบมหาลัยไม่นานเพราะทนบรรยากาศภายในคฤหาสน์ไม่ไหว หลังจากนั้นก็เลี้ยงลูกชายต่อเพียงคนเดียว
“แม่ครับ! อย่าพูดแบบนี้อีกนะ พวกเราออกมาจากตระกูลเย่แล้วหลังจากที่พวกเขาหันหลังให้ผมกับแม่…พ่อรักไป่หมินมากกว่า พี่ใหญ่ก็ทำตัวเหินห่าง เพื่อน ๆ ของผมก็ไม่เหลือแล้ว พวกเรามีเงินหลายล้านที่พ่อมอบให้หลังจากที่แม่หย่าขาดกับเขา แต่เป็นผมเองที่โง่โดนคนหลอก…” เย่เซินเสียใจถึงขีดสุด เมื่อนึกถึงที่มารดาไว้ใจเขาจนมอบเงินทั้งหมดให้ถือเอาไว้ หากแต่เป็นเขาเองที่นำไปลงทุนจนล้มละลายภายในไม่กี่ปี และตกมาอยู่ในสภาพแบบนี้เพราะตามคนไม่ทัน
ใช่…เขาเป็นฝ่ายเปิดประตูเชิญโจร[1] โดนหุ้นส่วนที่ดูไว้ใจได้หลอกเอาเงินไปอย่างง่ายดาย เพราะคิดว่าการหาเงินเป็นสิ่งที่ง่ายมากเหมือนกับที่เย่เส้าหรงหามาได้ เขาจึงทำไปอย่างส่ง ๆ และให้ความไว้วางใจคนง่ายเกินไป
จนสุดท้ายเมื่อตระหนักได้…ทุกอย่างก็สายไปเสียแล้ว และเย่เซินก็ไม่คิดที่จะกลับไปตระกูลเย่อีกเพราะไม่อยากเจอไป่หมิน เขายอมเรียนรู้การทำงานและหาเงินด้วยเรี่ยวแรงทั้งหมดที่ตนเองมีเพื่อมารดาจะยังดีเสียกว่า
เย่เซินไม่ใช่คนที่ใครจะมาตกหลุมรักได้ง่าย ๆ เขามีดีแค่ใบหน้า…นอกนั้นก็ร้ายกาจ หัวแข็ง เก็บอารมณ์ไม่เป็นจนดูคล้ายกับคนไม่มีหัวคิด หลายคนแอบพูดว่าเขาเป็นเหมือนตัวร้ายในนิยายประโลมโลก ที่ไม่ว่าต้องการอะไรก็จะแย่งชิงมาด้วยอำนาจต่อให้ต้องเสียทุกอย่างไปก็ตาม
คุณชายเย่เคยเชื่อว่าความต้องการของตัวเองต้องมาก่อนเหตุผล แต่สุดท้ายสิ่งที่ได้มากลับหายไปเร็วพอ ๆ กับตอนที่คว้ามันมา ในเวลานี้คงไม่มีใครเชื่อว่าคนที่เคยอารมณ์ร้ายอย่างไม่มีเหตุผลในวันนั้น ในตอนนี้จะสงบเสงี่ยมลงจนเหมือนเป็นคนละคน…แต่น่าเสียดายที่เย่เซินเพิ่งจะเริ่มทำความเข้าใจได้ในตอนนี้ ทุกสิ่งทุกอย่างก็ดูเหมือนจะสายไปเสียแล้ว
ปัจจุบันเย่เซินเติบโตขึ้นเป็นชายหนุ่มวัยยี่สิบเก้าปี เขาไม่คิดที่จะแก่งแย่งชิงดีอะไรอีก ในช่วงเวลาที่ทำงาน หัวหน้าสั่งให้ทำอะไรเขาก็ก้มหน้าก้มตาทำตามหน้าที่ที่ได้รับมา
ส่วนทางตระกูลจี…เขาคิดว่าถ้าหากไม่ไหวจริง ๆ บางทีอาจต้องลองหาหนทางประนีประนอมดูถ้าหากอาการของมารดาแย่ลงไปมากกว่านี้ แต่เย่เซินก็ไม่แน่ใจนัก ว่าฝั่งนั้นจะรอต้อนรับพวกเขาสองแม่ลูกหรือไม่ เนื่องจากเย่เซินไม่เคยเจอญาติฝั่งนั้นเลยตั้งแต่เกิดมา
“ลูกอย่าพูดแบบนั้นสิ…เราผ่านมันมาได้แล้ว แม่ไม่เคยโทษลูกเลยจ้ะ” คุณแม่เย่เห็นลูกชายเริ่มจมดิ่งตกอยู่ในห้วงภวังค์ความรู้สึกผิด ก็รีบเอ่ยคลี่คลายบรรยากาศ
“ครับแม่…”
“ถ้าอย่างนั้นผมไปทำงานก่อนนะ เอาไว้เจอกันตอนเย็นนะครับ” เย่เซินยิ้มพลางพยักหน้าให้มารดา ขากลับคงต้องซื้อยาคลายกล้ามเนื้อเพิ่มอีก เพราะช่วงหลังมานี้เขาปวดเมื่อยกล้ามเนื้อเป็นอย่างมาก รวมถึงของกินลดราคาที่ซูเปอร์มาร์เก็ตใกล้ ๆ เขตนี้ด้วย
“จ้ะ รีบกลับมาหาแม่นะ แม่จะทำอาหารเย็นรอลูก”
“ครับแม่”
……….
……….
*****
[1] เปิดประตูเชิญโจร* หมายถึง ชักศึกเข้าบ้าน