โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

Thai ESG คืออะไร? พร้อมสิทธิประโยชน์ลดภาษี

บล.หยวนต้า

อัพเดต 09 ต.ค. 2568 เวลา 05.57 น. • เผยแพร่ 09 ต.ค. 2568 เวลา 05.57 น.

กองทุนรวมไทยเพื่อความยั่งยืน (Thai ESG)กำลังเป็นที่สนใจของนักลงทุนที่มองหาทางเลือกใหม่ในการลดหย่อนภาษี แตกต่างจาก RMF (กองทุนรวมเพื่อการเกษียณ)ที่ต้องผูกมัดเงินจนอายุ 55 ปี กองทุน Thai ESG ให้ความยืดหยุ่นมากกว่าด้วยการถือครองเพียง 5 ปีเต็ม และสามารถลดหย่อนภาษีได้สูงสุด 300,000 บาทต่อปี

ปัจจุบันมีกองทุนลดภาษีใหม่ที่น่าสนใจคือ Thailand ESG Extra Fund (Thai ESGX)ซึ่งเป็นกองทุนพิเศษเฉพาะปี 2568 ที่เพิ่มวงเงินลดหย่อนภาษีได้มากถึง 800,000 บาทการทำความเข้าใจลักษณะเฉพาะของแต่ละประเภทจะช่วยให้คุณวางแผนการลงทุนและการประหยัดภาษีได้อย่างมีประสิทธิภาพ

Thai ESGX (Thailand ESG Extra Fund)เป็นนวัตกรรมใหม่ของตลาดทุนไทยที่รัฐบาลพัฒนาขึ้นเป็นพิเศษในปี 2568 เพื่อรองรับการปรับโครงสร้างจากกองทุน LTF เดิม และเปิดโอกาสให้นักลงทุนใหม่เข้าถึงการลงทุนเพื่อความยั่งยืนระยะยาว กองทุนนี้เปิดให้ลงทุนเพียง 2 เดือนเท่านั้น (พฤษภาคม-มิถุนายน 2568) จึงถือเป็นโอกาสที่จำกัด

Thai ESG ลงทุนในอะไร: มุ่งเน้นธุรกิจยั่งยืนไทย

1. หุ้นบริษัทไทยที่ผ่านมาตรฐาน SET ESG Ratings

กองทุน Thai ESG เลือกลงทุนในหุ้นบริษัทไทยที่ผ่านการประเมินจาก ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ในระบบ SET ESG Ratings ปัจจุบันมีบริษัทที่ได้รับการรับรอง 220 บริษัท แบ่งตามระดับคุณภาพ

  • AAA Rating: 56 บริษัท- องค์กรที่เป็นผู้นำด้านการดำเนินงานอย่างยั่งยืน
  • AA Rating: 76 บริษัท- องค์กรที่มีมาตรฐาน ESG ในระดับสูง
  • A Rating: 68 บริษัท- องค์กรที่มีการปฏิบัติ ESG ในระดับที่น่าพอใจ
  • BBB Rating: 20 บริษัท- องค์กรที่มีการดำเนินงาน ESG ขั้นพื้นฐาน

2. พันธบัตรเพื่อความยั่งยืน ESG Bond

การลงทุนของ Thai ESG ไม่ได้จำกัดอยู่แค่หุ้น แต่ยังครอบคลุมถึง ESG Bondซึ่งเป็นตราสารหนี้ที่ระดมเงินทุนเพื่อสนับสนุนโครงการเพื่อความยั่งยืน ประกอบด้วย

  • Green Bond- ระดมทุนสำหรับโครงการรักษาสิ่งแวดล้อม
  • Social Bond- ระดมทุนสำหรับโครงการพัฒนาสังคม
  • Sustainability Bond- ระดมทุนสำหรับโครงการยั่งยืนแบบบูรณาการ

ความแตกต่างที่สำคัญ: Thai ESG vs RMF vs Thai ESGX

ตามประกาศจาก กรมสรรพากรและ สำนักงาน ก.ล.ต.แต่ละประเภทกองทุนมีลักษณะเฉพาะที่นักลงทุนควรเข้าใจ

1.เงื่อนไขการลดหย่อนภาษี

  • RMF:ลดหย่อนได้สูงสุด 500,000 บาท(ไม่เกิน 30% ของรายได้ประจำปี)
  • Thai ESG:ลดหย่อนได้สูงสุด 300,000 บาท(ไม่เกิน 30% ของรายได้ประจำปี)
  • Thai ESGX:ลดหย่อนได้สูงสุด 800,000 บาท(แบ่งเป็น 2 วงเงิน คือ 300,000 บาท + 500,000 บาทจากการสับเปลี่ยน LTF)

2.ระยะเวลาการผูกมัดเงินลงทุน

  • RMF:ผูกมัดจนอายุครบ 55 ปีและต้องลงทุนต่อเนื่องอย่างน้อย 5 ปี
  • Thai ESG:ผูกมัดเพียง 5 ปีเต็มนับแบบวันต่อวัน
  • Thai ESGX:ผูกมัดเพียง 5 ปีเต็มนับแบบวันต่อวัน

3.ขอบเขตการลงทุน

  • RMF:ลงทุนได้อย่างหลากหลายทั่วโลก รวมหุ้น ตราสารหนี้ ทองคำ และอสังหาริมทรัพย์
  • Thai ESG:ลงทุนเฉพาะในหลักทรัพย์ไทยที่ผ่านเกณฑ์ ESG เท่านั้น
  • Thai ESGX:ลงทุนในหลักทรัพย์ที่เน้นความยั่งยืนทั้งในและต่างประเทศ

ข้อดีของการลงทุน Thai ESG ที่ควรรู้

1.ผลตอบแทนที่มั่นคงในระยะยาว

บริษัทที่ให้ความสำคัญกับ ESG มักมีการบริหารจัดการที่ดี ลดความเสี่ยงจากปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมและสังคมที่อาจส่งผลกระทบต่อธุรกิจ

2.สร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสังคม

การลงทุนใน Thai ESG ไม่เพียงแค่หาผลกำไร แต่ยังช่วยสนับสนุนการพัฒนาอย่างยั่งยืนของประเทศ

3.รับการสนับสนุนจากภาครัฐ

รัฐบาลมีนโยบายชัดเจนในการส่งเสริม ESG ทำให้มีแนวโน้มที่บริษัทเหล่านี้จะได้รับการสนับสนุนอย่างต่อเนื่อง

4.ประโยชน์ทางภาษีที่ชัดเจน

กองทุน Thai ESG และ Thai ESGX ให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีที่มีความยืดหยุ่นกว่า RMF

สิทธิประโยชน์ทางภาษีรวม

  • RMF:ลดหย่อนไม่เกิน 30% ของรายได้และไม่เกิน 500,000 บาทรวมกับกองทุนเกษียณอื่น ๆ
  • Thai ESG:ลดหย่อนไม่เกิน 30% ของรายได้และไม่เกิน 300,000 บาท
  • Thai ESGX:ประกอบด้วย 2 วงเงิน คือ วงเงินที่ 1 ไม่เกิน 30% ของรายได้และไม่เกิน 300,000 บาทวงเงินที่ 2 สูงสุด 500,000 บาท(แบ่งเป็นปีแรก 300,000 บาทและปีที่ 2-5 ปีละ 50,000 บาท)

ซึ่งสามารถเข้าไปอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับกองทุนลดหย่อนภาษีได้ที่ “กองทุนลดหย่อนภาษี SSF, RMF และ ThaiESG ต่างกันยังไง”

แนวทางการเลือกกองทุนตามช่วงอายุและเป้าหมาย

การตัดสินใจเลือกกองทุนลดหย่อนภาษีควรพิจารณาจากหลายมิติ ได้แก่

1.สำหรับวัยรุ่นและวัยทำงานต้น (อายุ 25-45 ปี)

  • แนะนำ Thai ESG เพื่อความคล่องตัว
  • ไม่จำเป็นต้องรอถึงวัยเกษียณ มีโอกาสนำเงินไปใช้ตามแผนชีวิต
  • เหมาะสำหรับการวางแผนการเงินระยะกลางถึงยาว

2.สำหรับวัยกลางคนและใกล้เกษียณ (อายุ 45 ปีขึ้นไป)

  • แนะนำ RMF เป็นหลักเพื่อความมั่นคงในวัยเกษียณ
  • เสริมด้วย Thai ESGเพื่อเพิ่มทางเลือกการลดหย่อนภาษี
  • เน้นการสร้างหลักประกันทางการเงินระยะยาว

3.สำหรับผู้มีรายได้สูงและฐานะภาษีมาก

  • ใช้สิทธิครบทุกประเภท RMF + Thai ESG
  • ลดหย่อนภาษีสูงสุดรวม 800,000 บาท

4.สำหรับผู้ถือ LTF เดิม

  • Thai ESGXเป็นทางเลือกที่เหมาะสมที่สุดสำหรับการปรับโครงสร้าง
  • สามารถทยอยใช้สิทธิลดหย่อนภาษีได้ 5 ปีรวม 500,000 บาท
  • ไม่สูญเสียสิทธิประโยชน์ทางภาษีที่สะสมมา

เลือกเส้นทางการลงทุนที่เหมาะสมกับคุณ

กองทุนรวมไทยเพื่อความยั่งยืน (Thai ESG) นำเสนอทางเลือกที่มีความยืดหยุ่นมากกว่า RMF สำหรับนักลงทุนที่ต้องการประโยชน์ทางภาษีแต่ไม่ต้องการผูกมัดเงินระยะยาวจนถึงวัยเกษียณ การมี Thai ESGX ในปี 2568 ยิ่งเปิดโอกาสให้ผู้ที่มีความสนใจได้รับประโยชน์เพิ่มเติม

การเข้าใจจุดเด่นและข้อจำกัดของแต่ละประเภทกองทุน และการเลือกให้สอดคล้องกับสถานการณ์ส่วนตัวจะช่วยให้คุณได้รับประโยชน์สูงสุดทั้งในด้านการลงทุนและการประหยัดภาษี

หากคุณกำลังมองหาคำปรึกษาเกี่ยวกับการเลือกกองทุนลดหย่อนภาษีที่สอดคล้องกับเป้าหมายทางการเงิน Yuanta Securitiesพร้อมเป็นพันธมิตรการลงทุนด้วยประสบการณ์กว่า 49 ปี ใบอนุญาตจาก ก.ล.ต. และความเชี่ยวชาญในการวิเคราะห์กองทุนเพื่อความยั่งยืน

ทีมผู้เชี่ยวชาญของเราพร้อมให้คำแนะนำเรื่องการเลือกกองทุนและการวางแผนประหยัดภาษีที่เหมาะสมกับโปรไฟล์ของคุณ

เปิดบัญชีได้ที่https://www.yuanta.co.th/หรือติดต่อสอบถาม เพื่อเริ่มต้นการลงทุนและการวางแผนภาษีอย่างชาญฉลาด

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

Q: Thai ESG ต่างจาก RMF อย่างไร?

A:Thai ESG ถือครองแค่ 5 ปี ลงทุนเฉพาะในบริษัทไทยที่มี ESG Rating สูง และลดหย่อนภาษีได้ 300,000 บาท ขณะที่ RMF ต้องถือจนอายุ 55 ปี ลงทุนได้หลากหลายทั่วโลก และลดหย่อนภาษีได้ 500,000 บาท

Q: สามารถซื้อทั้ง Thai ESG และ RMF พร้อมกันได้หรือไม่?

A: ได้ เพราะวงเงินลดหย่อนภาษีของ Thai ESG (300,000 บาท) ไม่นับรวมกับวงเงิน RMF (500,000 บาท) ทำให้สามารถลดหย่อนภาษีรวมได้ 800,000 บาท โดยไม่รวม Thai ESGX

Q: Thai ESGX เหมาะกับใครบ้าง?

A: เหมาะกับผู้ที่มี LTF เก่าต้องการสับเปลี่ยน ผู้มีฐานะภาษีสูงต้องการลดหย่อนภาษีเพิ่มเติม และผู้ที่สามารถลงทุนได้ในช่วงเวลาที่จำกัด (พ.ค.-มิ.ย. 2568)

Disclaimer:บทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ข้อมูลและความรู้ทั่วไปเท่านั้น ไม่ถือเป็นคำแนะนำในการลงทุนหรือการวางแผนการเงินส่วนบุคคล ผู้อ่านควรปรึกษาที่ปรึกษาทางการเงินหรือผู้เชี่ยวชาญด้านการลงทุนก่อนตัดสินใจลงทุนหรือวางแผนการเงิน การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลให้รอบคอบก่อนตัดสินใจลงทุน

Open Account Yuanta

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...