โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ลุยสงขลาเดินหน้าถนนเลียบชลาทัศน์ ตอบรับ ‘Thailand Riviera’

The Better

อัพเดต 01 พ.ย. 2568 เวลา 07.25 น. • เผยแพร่ 01 พ.ย. 2568 เวลา 07.30 น. • THE BETTER
‘พิพัฒน์’ ลงพื้นที่เก้าเส้งพัฒนาโครงข่ายคมนาคม หนุน Thailand Riviera  กระตุ้นท่องเที่ยว ดันฮับเศรษฐกิจฝั่งอ่าวไทย สร้างรายได้ชุมชน

นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คมนาคม ลงพื้นที่จังหวัดสงขลา พร้อมคณะผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงฯ เพื่อติดตามความคืบหน้าโครงการถนนเชื่อมต่อหาดชลาทัศน์ ( เก้าเส้ง) พัฒนาโครงข่ายถนนสำคัญในพื้นที่ ซึ่งจะเป็นกลไกขับเคลื่อนเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว และคุณภาพชีวิตของประชาชนภาคใต้ตอนล่างอย่างเป็นรูปธรรม ณ วัดเก้าแสน, เก้าเส้ง จ.สงขลา

นายพิพัฒน์ กล่าวว่า จังหวัดสงขลาเป็นพื้นที่ที่มีศักยภาพสูง ทั้งด้านเศรษฐกิจ การค้า และการท่องเที่ยวแต่ที่ผ่านมาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมยังมีข้อจำกัดหลายประการ การพัฒนาเส้นทางคมนาคมจึงเป็นสิ่งจำเป็นเพื่อให้จังหวัดสามารถยกระดับสู่ “ศูนย์กลางเศรษฐกิจฝั่งอ่าวไทย” ได้อย่างแท้จริง โดยโครงสร้างพื้นฐานคือจุดเริ่มต้นของโอกาส ถ้าเรามีถนนที่ดี มีเส้นทางเชื่อมโยงที่สมบูรณ์ การค้าขายจะสะดวกขึ้น การท่องเที่ยวจะคึกคักขึ้น และประชาชนก็จะมีรายได้เพิ่มขึ้นตามไปด้วย

ทั้งนี้หนึ่งในโครงการสำคัญที่กำลังเดินหน้าคือ โครงการก่อสร้างถนนเชื่อมต่อหาดชลาทัศน์ (เก้าเส้ง) – ทางหลวงชนบท สข.2004 ระยะทางรวม 1.8 กิโลเมตร แบ่งเป็น ส่วนถนน 1.4 กิโลเมตร ส่วนสะพานข้ามคลอง 0.4 กิโลเมตร ขนาด 2 ช่องจราจรมาตรฐาน โดยโครงการนี้จะช่วยเชื่อมย่านท่องเที่ยวชายฝั่งกับถนนสายหลักของจังหวัดสงขลา เสริมการเดินทางระหว่างเมืองเก่าสงขลา–เก้าเส้ง–หัวนายแรง และเติมเต็มแนว “เส้นทางท่องเที่ยวเลียบชายฝั่งอ่าวไทย (Thailand Riviera)” ให้สมบูรณ์มากยิ่งขึ้น ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจท้องถิ่น และสร้างรายได้ให้ชุมชนชายฝั่งอย่างทั่วถึง

ปัจจุบันโครงการอยู่ระหว่างขั้นตอน ศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อม EIA และเตรียมก่อสร้างโดยกระทรวงคมนาคมจะเร่งรัดให้แล้วเสร็จ และเริ่มต้นโครงการภายในปี พ.ศ. 2570

นายพิพัฒน์ กล่าวถึง วิสัยทัศน์การพัฒนา “Thailand Riviera” ว่า เป็นแนวคิดการสร้างเส้นทางเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวเลียบชายฝั่งอ่าวไทย มีแนวคิดว่าถ้าเริ่มตั้งแต่ เพชรบุรี–ประจวบคีรีขันธ์– ชุมพร–สุราษฎร์ธานี– นครศรีธรรมราช -สงขลา– ปัตตานี- นราธิวาส ให้เชื่อมโยงต่อเนื่องกันอย่างสมบูรณ์ เราต้องการให้ชายฝั่งอ่าวไทยกลายเป็นเส้นทางเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวที่คนไทยภาคภูมิใจ ขับรถเที่ยวได้ทั้งเส้น เห็นความงดงามของทะเล วัฒนธรรม และชุมชนตลอดแนว

สำหรับโครงการในสงขลาเป็นอีกจุดยุทธศาสตร์สำคัญของเส้นทางนี้ เพราะเป็นประตูสู่ภาคใต้ตอนล่าง และจะเชื่อมต่อการเดินทางทั้งฝั่งทะเลอ่าวไทยเข้าด้วยกัน

นอกจากนี้ กระทรวงคมนาคมยังได้วางแผนขยาย โครงข่ายถนนรอบทะเลสาบสงขลาครอบคลุมพื้นที่กว่า 142 ท้องถิ่น ครอบคลุม 3 จังหวัดนครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา เพื่อเชื่อมเส้นทางระหว่างชุมชน ตลาด และแหล่งท่องเที่ยวให้เดินทางสะดวกมากขึ้น รวมถึงเตรียมลงนามสัญญาว่าจ้างก่อสร้าง “สะพานข้ามทะเลสาบสงขลา (สะพานมโนราห์)”เชื่อมฝั่งกระแส–เขาชัยสน ในเดือน ธันวาคม 2568 ซึ่งเป็นโครงการที่ประชาชนรอคอยมานานกว่า 30 ปี

ขณะที่พื้นที่โดยรอบสะพานจะได้รับการพัฒนาให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ พร้อมจัดตั้ง ศูนย์อนุรักษ์และอนุบาลปลาโลมาอิรวดี เพื่อศึกษาดูแลและขยายพันธุ์โลมาในทะเลสาบสงขลาที่เหลืออยู่เพียงไม่กี่ตัวในประเทศ ถือเป็นโครงการที่ผสานทั้งมิติของคมนาคม สิ่งแวดล้อม และการท่องเที่ยวเข้าด้วยกัน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...