เรียลลิตี้แม่ลูกสุดป่วน: คุณแม่ของผมบู๊เก่งระดับเทพ!
ข้อมูลเบื้องต้น
เรียลลิตี้แม่ลูกสุดป่วน: คุณแม่ของผมบู๊เก่งระดับเทพ!
亲子综艺,妈妈我有十八般武艺
*** ลิขสิทธิ์ถูกต้องภายใต้หจก. Onlybook ***
ได้รับลิขสิทธิ์ออนไลน์ (Digital license) สำหรับแปลขายลงบนเว็บไซต์ได้อย่างถูกลิขสิทธิ์ 100%
สงวนลิขสิทธิ์
ผู้แต่ง : 小心胖虾仁 ผู้แปล : ทีมงาน Onlybook
เรื่องย่อ
"เซิ่งซี" สุดยอดนักฆ่าจากโลกอนาคตปี 30333 ทะลุมิติมาอยู่ในร่างของทายาทตัวปลอมในนิยายแนววงการบันเทิง ซึ่งถูกกำหนดให้เป็นตัวร้ายที่ต้องพบกับจุดจบอันน่าเศร้า เพราะถูกกล่าวหาว่าทารุณกรรมลูกและใช้ลูกเป็นเครื่องมือสร้างชื่อเสียง ในขณะที่ทายาทตัวจริงเป็นแม่และต้นแบบที่สมบูรณ์แบบ
แต่แทนที่จะต่อสู้กับโชคชะตา เซิ่งซีกลับเลือกที่จะใช้ชีวิตแบบ "ปล่อยจอย" ขอเป็นเศรษฐีนีว่างงานที่สุขสบายไปวันๆ แต่เรื่องราวกลับไม่เป็นไปตามคาด การเลี้ยงลูกแบบไม่เหมือนใครของเธอ ทำให้เธอกลายเป็นที่ชื่นชอบของประชาชน สามีไฮโซก็เริ่มหันมาสนใจ ส่วนลูกชายก็ติดเธอแจ และเธอยังได้รับการยกย่องจากผู้เชี่ยวชาญให้เป็นต้นแบบการเลี้ยงลูกยุคใหม่…
สุดท้าย เซิ่งซีที่แค่อยากใช้ชีวิตขี้เกียจ ๆ กลับต้องกุมขมับกับชื่อเสียงและความสำเร็จที่เธอไม่เคยต้องการ
เรื่องใหม่มาเติมให้นักอ่านชาว Onlybook แล้วจ้า ขอแนะนำ 2 เรื่องใหม่ที่ถูกใจคุณแน่นอน
มาแล้ว#แนวทำสวน #ทำฟาร์ม #เลี้ยงลูก ที่นักอ่านรอคอย
เรื่องย่อ : จากเจ้าสำนักลี้ลับศตวรรษ 21 สู่แม่เลี้ยงปากร้ายในยุคโบราณ! พลิกชะตาสามีขาพิการ และเลี้ยงดูลูกแฝดให้มั่งคั่ง ด้วยศาสตร์พยากรณ์และความลับในมิติ
ต่อด้วยแนว #อบอุ่นหัวใจ #เด็กน้อย #พี่ชายคลั่งรัก ที่นักอ่านชอบกันมาก ๆ
เรื่องย่อ : จากเด็กกำพร้าที่ถูกทารุณจนเกือบสิ้นใจ… สู่ท่านประธานตัวน้อยผู้กุมบังเหียนตระกูลฉิน พร้อมพลังลับจากสร้อยข้อมือเงินที่สยบทุกอันตราย!
พิเศษ! อัปตอนนำก่อนใครที่ Enjoybook โหลดมาอ่านกันได้เลย มีให้อ่านแบบออฟไลน์ด้วยนะ
บทที่ 1 ลูก กลับมาก่อน
บทที่ 1 ลูก กลับมาก่อน
[เซิ่งซีแอบแต่งงานลับ ๆ แล้วท้องจนมีลูกจริงเหรอ แล้วจะรู้ได้ยังไงว่า ลูกของเธอไม่ใช่ลูกนอกสมรส?]
[ครั้งนี้ เธอก็ได้เข้าร่วมรายการอีกแล้วเหรอ? แล้วทำไมทางรายการถึงได้เชิญเซิ่งซีมาร่วมด้วย?]
[เทียบกับแขกรับเชิญคนอื่นแล้ว เซิ่งซีทำตัวน่ารังเกียจ แค่ได้ยินชื่อก็ทำเอาคนเขาแทบอ้วก!]
…
'คุณแม่ผู้เปล่งประกาย' เป็นรายการวาไรตีที่ให้คู่แม่ลูกมาทำกิจกรรมร่วมกัน ทางรายการได้เชิญแขกรับเชิญมาทั้งหมด 5 คู่ เพื่อเข้าร่วมทำกิจกรรม และให้ทีมถ่ายทำติดตามถ่ายทำตลอดเวลา
เพื่อเพิ่มกระแสความนิยมของรายการ เนื้อหาที่ถ่ายทำทั้งหมดจะถูกถ่ายทอดสดผ่านทางอินเทอร์เน็ตด้วย
บรรดาแขกรับเชิญที่เข้าร่วมรายการประกอบด้วย
นักแสดงสาวชื่อดังโจวเจียอี๋และลูกสาวเสวียฮวน
นางแบบชื่อดังซ่งหยวนเยว่และลูกชายซูเส้าเหิง
นักแสดงตลกอวี่เซียวจู๋และลูกชายเจิ้งเล่อเล่อ
นักแสดงสาวหน้าใหม่เซิ่งหว่านชิงและลูกแฝดชายหญิงของเธอ หลี่อวิ้นฉี และหลี่อวิ้นซิน
รวมถึงนักแสดงเซิ่งซี และลูกชายของเธอ เจียงซือเหยียนที่เพิ่งเปิดเผยตัวตน
เมื่อทางรายการประกาศรายชื่อออกมา ก็ได้รับเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างดุเดือดจากชาวเน็ตทันที แขกรับเชิญสี่คู่แรกทำให้ผู้ชมรู้สึกตื่นเต้นและตั้งตารอ มีเพียงคู่สุดท้ายอย่าง เซิ่งซี ที่ทำให้ทุกคนอดไม่ได้ที่จะมีเครื่องหมายคำถามตัวใหญ่ ๆ ติดสอยห้อยตามมาด้วย
[เซิ่งซีแต่งงานตั้งแต่เมื่อไหร่กัน?]
[เด็กคนนี้คงไม่ใช่เด็กที่เธอจ้างมาหรอกนะ เธอเข้าวงการมาตั้งนาน เพิ่งเคยได้ยินว่าเซิ่งซีมีลูกเป็นครั้งแรกเลย คลอดตั้งแต่เมื่อไหร่กัน ใช่ลูกแท้ ๆ หรือเปล่า?]
[อย่ามาล้อเล่นหน่อยเลยน่า บางทีอาจจะเป็นลูกไม่มีพ่อ ไม่แน่นะ เธออาจไม่รู้ด้วยซ้ำว่าใครเป็นพ่อ!]
[เซิ่งซีทำทุกวิถีทางเพื่อสร้างกระแสจริง ๆ แม้แต่เรื่องแบบนี้ก็ยังเอามาสร้างกระแส เธอมีเสี่ยเลี้ยงกี่คนกันแน่…
ทำไมรายการถึงเชิญคนแบบนี้มาด้วยก็ไม่รู้ ฉันจะไม่ไปดูช่องถ่ายทอดสดของเซิ่งซีเด็ดขาด กลัวจะแสบตาตาย!]
…
หลังจากประกาศรายชื่อออกมา เซิ่งซีก็ถูกด่าจนติดเทรนด์ในแอปพลิเคชันเว่ยป๋อทันที แอ็กเคานต์ของเธอถูกโจมตีทุกทิศทาง ในส่วนความคิดเห็นเต็มไปด้วยคำด่าทอหยาบคาย ไม่ต้องสงสัยเลยว่า ทุกคนมีความรู้สึกดี ๆ ต่อเซิ่งซีขนาดไหน
วันนี้เป็นวันแรกของการถ่ายทอดสดสดรายการ "คุณแม่ผู้เปล่งประกาย" ทันทีที่กองถ่ายเปิดช่องถ่ายทอดสดของเซิ่งซี แอนตีแฟนก็พากันแห่ทะลักเข้ามาเช็กอินและเปิดโหมดโจมตีด่าทอในช่องถ่ายทอดสดของเธอทันที
อย่างไรก็ตาม ณ ขณะนี้…
ตัวเอกกำลังนั่งอยู่ในห้องด้วยสีหน้างุนงง มองดูกระเป๋าเดินทางที่วางกระจัดกระจายอยู่บนพื้น รวมถึงสายตาทุกคู่ของทีมงานกองถ่ายที่จ้องมองมาที่เธอพร้อมกันเป็นตาเดียว แต่เจ้าตัวกลับไม่รู้ตัว เธอจมอยู่ในห้วงความคิดอันลึกล้ำ
นี่เธอข้ามมิติมา?
เมื่อสิบนาทีที่แล้ว เธอยังกำลังปฏิบัติภารกิจลอบสังหาร ในฐานะมือสังหารอันดับหนึ่งแห่งปี 30333 เธอใช้ปืนสไนเปอร์สังหารประมุขของประเทศ R อย่างง่ายดาย ภารกิจเสร็จสิ้น แต่ไม่คิดว่าตอนที่เธอกำลังจะกลับออกมา เธอดันเจอผู้ก่อการร้ายกำลังจุดระเบิดพอดี และผลก็คือ…
ตู้ม!
แรงระเบิดส่งร่างของเธอกระเด็นพุ่งออกไป ศีรษะกระแทกกับกำแพงอย่างแรง เมื่อลืมตาขึ้นมาอีกครั้ง เธอก็พบว่าตัวเองมานั่งอยู่ในห้องนี้ และในหัวของเธอ ก็มีความทรงจำที่ไม่ใช่ของเธอปรากฏขึ้นมาเต็มไปหมด
ตามที่เธอเข้าใจ โลกใบนี้คือ โลกในนิยายเรื่องหนึ่งชื่อ "ทายาทหญิงตัวจริง พลิกชีวิตในวงการบันเทิง" โดยมี เซิ่งหว่านชิง เป็นนางเอก
เซิ่งหว่านชิงตื่นขึ้นมาพร้อมความทรงจำในอนาคต และใช้ข้อมูลเหล่านั้นเข้าสู่วงการบันเทิง เธอเข้าร่วมแสดงละครนอกกระแสที่ไม่มีใครคาดหวัง แต่กลับประสบความสำเร็จ อย่างล้นหลามในอนาคต จนกลายเป็นนักแสดงระดับแถวหน้าที่ใคร ๆ ก็รู้จัก
ส่วนเธอ ดันมาเข้าร่างทายาทหญิงตัวปลอม กลายเป็นตัวละครขั้วตรงข้ามกับเซิ่งหว่านชิง ยิ่งเซิ่งหว่านชิงประสบความสำเร็จมากเท่าไหร่ เธอก็ยิ่งล้มเหลวมากเท่านั้น
เมื่อทายาทหญิงตัวจริงกลับมา เธอก็ถูกไล่ออกจากตระกูลเซิ่ง ด้วยความแค้น เธอจึงพยายามขัดขวางเซิ่งหว่านชิงทุกทาง แต่ผลลัพธ์ที่ได้คือ เซิ่งหว่านชิงกลับดังเป็นพลุแตกจนผู้คนทั้งประเทศต่างรู้จักเธอ ส่วนเธอกลับถูกผู้คนจากทั่วประเทศต่อต้านอย่างหนัก
รายการวาไรตีที่กำลังจะถ่ายทำนี้ จะเป็นรายการสุดท้าย ก่อนที่เซิ่งซีจะออกจากวงการ ในรายการนี้ เซิ่งหว่านชิงจะกลายเป็นแบบอย่างที่คุณแม่ยังสาวต่างชื่นชม ด้วยความอ่อนโยนใจ เย็นและความเอาใจใส่ ลูกแฝดชายหญิงของเธอ ก็จะกลายเป็นดาราเด็ก ที่ได้รับความนิยมเพราะหน้าตาที่น่ารักและความว่านอนสอนง่าย
ส่วนเธอก็จะถูกด่าทอจากทั่วโลกออนไลน์ว่าทารุณเด็กและใช้ลูกเป็นเครื่องมือสร้างกระแส แม้แต่แฟนคลับฝั่งตรงข้ามก็ยังรุมด่าเป็นการส่วนตัว จนเธอต้องออกจากวงการบันเทิง และไม่มีที่ยืนอีกต่อไป
ในขณะที่ เซิ่งหว่านชิงประสบความสำเร็จในอาชีพและมีชีวิตครอบครัวที่สมบูรณ์แบบ แต่เธอกลับต้องพบกับหายนะทั้งชื่อเสียงที่ป่นปี้ไม่เหลือ ครอบครัวแตกแยกไปคนละทิศคนละทาง ความแค้นที่ไม่มีทางระบายทำให้เธอจมปลักจนเสียสติ เที่ยวเร่ร่อน เก็บขยะไปทั่วท้องถนน…
"นี่มัน…"
หลังจากที่เข้าใจเนื้อเรื่องทั้งหมดแล้ว เซิ่งซีไม่มีความคิดที่จะแข่งขันอีกต่อไป
บทของนางเอกถูกกำหนดไว้ชัดเจนแล้ว ตัวเธอที่เป็นแค่ตัวเปรียบเทียบ ต่อให้ทุ่มเทสุดชีวิตก็ไม่มีทางสู้กับหญิงสาวผู้ได้รับพรจากสวรรค์ได้ มีแต่จะถูกตบหน้าเท่านั้น
เมื่อนึกถึงชาติที่แล้ว ทั้งที่เธอเกือบติดอันดับท็อปสิบของนักฆ่าระดับโลกแล้ว แต่กลับพลาดท่าถูกคนร้ายที่โผล่มาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ยวางระเบิดจนตายซะได้…
เหนื่อยจัง อยากนอนกลิ้งไปกลิ้งมาเฉย ๆ แล้ว!
เมื่อนึกถึงสภาพความเป็นอยู่ของร่างเดิมในความทรงจำแล้ว เธอได้แต่งงานกับเศรษฐี สามีเดินทางไปทำงานต่างเมืองตลอด ลูกก็มีพี่เลี้ยงคอยดูแล เธอไม่จำเป็นต้องยุ่งอะไรเลย อาหารสามมื้อต่อวันก็มีคนจัดหารให้ แถมยังมีเงินชอปปิงได้ไม่อั้นอีกด้วย
ใช้ชีวิตแค่กิน ดื่ม เที่ยว เล่นมันไม่ดีตรงไหนกัน?
ทำไมต้องไปต่อสู้เอาเป็นเอาตายกับนางเอกด้วย!
เมื่อนึกถึงจุดจบอันน่าเศร้าของเจ้าของร่างเดิม เซิ่งซีก็ยิ่งมุ่งมั่นที่จะนอนเฉย ๆ ไม่ทำอะไร ยิ่งไปกว่านั้นตามข้อมูลในเนื้อเรื่อง แค่เธอไม่ทารุณเด็ก แสดงความเมตตาสักหน่อย ก็จะไม่ถูกหย่าร้าง ไม่เพียงแต่จะมีคนคอยรับใช้ทุกอย่าง ต่อให้เธอไม่พยายามพัฒนาตัวเอง ก็ไม่มีใครมาไล่ล่าฆ่าเธอ!
นี่มันยอดเยี่ยมเกินไปแล้ว!
ต้องรู้ก่อนว่าในชาติที่แล้ว แม้เธอจะได้รับเงินรางวัลมากมาย แต่ศัตรูที่สร้างไว้ กลับมีมากกว่าเงินรางวัลเสียอีก
หากพลาดพลั้งแม้เพียงนิด ก็อาจกลายเป็นวิญญาณใต้คมดาบของคนอื่น ทำให้เธอต้องใช้เวลาส่วนใหญ่หาเงินและหนีเอาชีวิตรอด เงินที่หามาได้ เธอฝากธนาคารจนตัวเลขวางเรียงต่อกันเกือบถึงดาวอังคารแล้ว แต่กลับไม่มีโอกาสได้ใช้จ่ายเลยสักหยวน!
ด้วยความคิดเช่นนั้น เซิ่งซีเงยหน้าขึ้น ยิ้มสดใสให้กับกล้อง แกล้งทำเป็นดีใจพูดว่า "เหยียนเหยียนชอบออกไปข้างนอกกับฉันที่สุดเลยค่ะ เขาตั้งตารอที่จะได้เข้าร่วมรายการวาไรตีนี้มานานแล้ว เมื่อคืนก็ตื่นเต้นจนนอนไม่หลับเลย"
แต่ในวินาถัดมา
ก่อนที่เธอจะพูดจบ คุณป้าหลิว พี่เลี้ยงลูกชายเธอก็วิ่งเซถลาเข้ามาในกล้องอย่างกะทันหัน พูดด้วยความตื่นตระหนกว่า "คุณผู้หญิงคะ คุณชายน้อยหนีออกจากบ้านไปแล้วค่ะ!"
บทที่ 2 นี่มันแม่เลี้ยงใช่ไหม?
บทที่ 2 นี่มันแม่เลี้ยงใช่ไหม?
[หนีออกจากบ้าน?]
[ยังบอกว่า เมื่อคืนตื่นเต้นอยู่เลย แล้วทำไมเช้านี้ถึงหนีออกจากบ้านล่ะ? คนโกหก!]
[น่าขายหน้าจริง ๆ ถ้าฉันมีแม่แบบคุณ ฉันคงหนีออกจากบ้านตั้งแต่กลางดึกแล้ว ใครจะอยากให้ทั้งโลกรู้ว่าตัวเองเป็นลูกนอกสมรสกัน?]
[เซิ่งซีนี่ทั้งโง่ทั้งชอบเกาะกระแส ไม่แน่อาจจะจงใจให้เด็กหนีออกจากบ้าน เพื่อดึงยอดวิวก็ได้!]
…
เหล่าชาวเน็ตต่างพากันคอมเมนต์ถล่มหน้าจอไม่หยุด ทุกข้อความล้วนเป็นคำด่าทอ ใคร ๆ ก็รู้ว่า เซิ่งซีทำอะไรไม่ได้เรื่องสักอย่าง ทั้งไร้ฝีมือแถมยังชอบอาศัยเกาะชื่อเสียงคนอื่น เรื่องไร้สาระแค่ไหนก็เอามาป่าวประกาศให้เป็นกระแส ทำให้ทุกคนอดรู้สึกสงสารเด็กน้อยเจียงซือเหยียน ที่อายุเพียงแค่ห้าขวบไม่ได้
[เด็กน้อยจะไปรู้เรื่องอะไร?]
[ยังเล็กแค่นี้ แต่ถูกพ่อแม่เอามาใช้เป็นเครื่องมือหาเงินแล้ว น่าสงสารจริง ๆ]
[ฉันไม่รู้สึกเลยว่า เซิ่งซีรักลูก ถ้าเป็นฉันนะ จะซ่อนลูกไว้ ไม่ให้ต้องเจอกับการโจมตีจากสังคม เจียงซือเหยียน อายุแค่ห้าขวบ แต่ต้องมาแบกรับเรื่องแย่ ๆ พวกนี้ หลับตาดูก็รู้ว่าอนาคตของเขาจะมืดมนขนาดไหน T_T]
[คงเพราะเจียงซือเหยียน ไม่อยากถูกคนอื่นล้อเลียน ถึงได้แอบหนีออกจากบ้าน ป่านนี้คงเสียใจมากแน่ ๆ …]
ในโลกออนไลน์เต็มไปด้วยความเห็นอกเห็นใจต่อเด็กน้อยเจียงซือเหยียน แม้ว่าจะยังไม่เห็นตัวตนของเด็กน้อยเลยก็ตาม แต่ชาวเน็ตก็พากันจินตนาการไปต่าง ๆ นานา จนถึงขั้นอดไม่ได้ ที่จะมองว่าเจียงซือเหยียน เป็นเหมือนตัวละครที่มีชะตาชีวิตน่าสงสาร
"คุณป้าหลิว ปกติเหยียนเหยียนชอบไปเล่นที่ไหนมากที่สุดคะ?"
เซิ่งซีประคองแขนคุณป้าหลิวไว้ พลางถามด้วยความกังวล เธอพยายามนึกถึงเนื้อเรื่องในหนังสือ ในนั้นไม่ได้บรรยายถึงสถานที่แบบเฉพาะเจาะจง
แต่มีการกล่าวถึงว่า ตำรวจพบเด็กที่ริมทะเลสาบ เธอจึงอดไม่ได้ที่จะพูดออกมา "ทะเลสาบ! แถวนี้มีทะเลสาบที่ไหนบ้างคะ? เหยียนเหยียนชอบไปที่นั่นเวลาอารมณ์ไม่ดี!"
"ทะเลสาบเหรอคะ?"
คุณป้าหลิวชะงักไปครู่หนึ่ง ราวกับนึกอะไรขึ้นมาได้ จึงรีบตอบว่า "มีทะเลสาบที่สร้างขึ้นใหม่แถวโซน E ค่ะ"
"ฉันจะไปดูแถวนั้นเอง ป้าหลิวช่วยไปตรวจสอบกล้องวงจรปิดในหมู่บ้านทีนะคะ ว่าเหยียนเหยียนเดินไปทางไหน"
เซิ่งซีพูดอย่างร้อนรน แม้ว่าในเนื้อเรื่องเดิม เจียงซือเหยียนจะถูกพบตัวอย่างปลอดภัย แต่ตอนนี้เธอเข้ามาอยู่ในเรื่องแล้ว เส้นทางของเรื่องอาจเปลี่ยนแปลงไปก็ได้!
เจียงซือเหยียนตอนนี้ เป็นแค่เด็กอายุห้าขวบ นิสัยค่อนข้างเก็บตัว เธอจึงอดเป็นห่วงไม่ได้ เพราะมันเกี่ยบกับว่า เธอจะได้ใช้ชีวิตสุขสบาย โดยไม่ต้องดิ้นรนอีกต่อไปหรือไม่
คิดแบบนั้นแล้ว เธอก็อดไม่ได้ที่จะเร่งฝีเท้าไปทางโซน E เมื่อใกล้จะถึงทะเลสาบเทียม เธอได้ยินเสียงเด็กร้องไห้แว่วมาแต่ไกล เสียงร้องไห้นั้นไม่ได้ดังนัก แต่ฟังแล้วช่างน่าสงสารจับใจ
เหล่าชาวเน็ตที่อยู่หน้าจอต่างกลั้นหายใจ หัวใจพวกเขากระตุกวูบเมื่อได้ยินเสียงร้องนั้น แล้วกลับเต้นแรงขึ้นมาทันที
ทันใดนั้น
มุมกล้องปรากฏเงาร่างเล็ก ๆ ร่างหนึ่ง เด็กน้อยหดตัวอยู่บนม้านั่งยาว กำลังกอดเข่าร้องไห้สะอึกสะอื้น ดูเหมือนได้รับการกระทบกระเทือนทางจิตใจมาอย่างหนัก…
"เจียงซือเหยียน?"
"ทำไมถึงวิ่งออกมาคนเดียวล่ะลูก?"
เมื่อเซิ่งซีเห็นเด็กน้อยแอบมาร้องไห้บนม้านั่ง เธอก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก ในใจคิดว่าชีวิตที่ตั้งใจจะปล่อยตัวไปวัน ๆ ในที่สุดก็มีจุดหมาย
เธอรีบเดินเข้าไปหาเด็กน้อยด้วยความเป็นห่วง แล้วถามว่า "ลูกรู้ไหมว่า แม่เป็นห่วงลูกแค่ไหน มีอะไรลูกก็บอกแม่ได้นะ ถ้าลูกวิ่งออกมาคนเดียว แล้วเจอคนไม่ดีจะทำยังไง?"
"แม่?"
เด็กชายตัวน้อยร้องไห้สะอึกสะอื้นจนหายใจไม่ทัน
เมื่อได้ยินเสียงคุ้นเคยจึงเงยหน้าขึ้น เผยให้เห็นใบหน้าอ่อนเยาว์งดงาม ใบหน้ากลมมีลักยิ้มน่ารักประดับอยู่ทั้งสองข้าง ดวงตากลมโตเป็นประกาย เอ่อล้นไปด้วยน้ำตา ริมฝีปากแดงและฟันขาวสะอาด ดูราวกับตุ๊กตาเซรามิกราคาแพงที่ตั้งโชว์อยู่ในตู้กระจก
เขายังสวมชุดนอนลายการ์ตูน มีรูปไดโนเสาร์อยู่ที่หน้าอก เสื้อแขนสั้นกับกางเกงขาสั้นเผยให้เห็นแขนขาขาวอวบ ๆ ดูนุ่มนิ่มน่าบีบ น่าเอ็นดู
เพราะล้มไป ตอนนี้เด็กน้อยจึงดูทุลักทุเลมาก ทั้งตัวเลอะเทอะไปหมด รองเท้าก็หายไปข้างหนึ่งไม่รู้ว่าหล่นอยู่ที่ไหน
"แม่ครับ ผมขอโทษครับ ผมไม่ได้ตั้งใจทำให้แม่เป็นห่วง แม่อย่าไม่รักเหยียนเหยียนเลยนะครับ…"
เมื่อรู้ตัวว่าทำผิด เจียงซือเหยียนก็รู้สึกกังวลขึ้นมาทันที ดวงตาของเขาฉายแววลุกลี้ลุกลน รีบอธิบาย เพราะกลัวว่าแม่จะยิ่งเกลียดเขามากขึ้น
หลังกล้องถ่ายทอดสด
เหล่าชาวเน็ตที่เห็นภาพนี้ต่างรู้สึกปวดใจ ราวกับเห็นสุนัขจรจัดไร้บ้านข้างถนน โดยเฉพาะดวงตาของเจียงซือเหยียนที่น่าสงสารและเต็มไปด้วยความเจ็บปวด ช่างทำให้ใจสลายจนถึงที่สุด
[เธอต้องเป็นแม่เลี้ยงแน่ ๆ]
[โหดร้ายเกินไปแล้ว! ถ้าจะเล่นบทก็เปลี่ยนเป็นอย่างอื่นไม่ได้หรือไง? ทำไมต้องให้เด็กแต่งตัวแบบนี้ แล้วมานั่งในสวนสาธารณะด้วย ไม่กลัวเจอคนไม่ดีหรือไง?]
[มีแค่ฉันคนเดียวหรือเปล่าที่รู้สึกว่าเธอกำลังทารุณเด็ก? ดูไม่เหมือนเป็นบทละครเลย ดวงตาของเด็กไม่มีทางโกหกนะ เขาดูเหมือนจะกลัวเซิ่งซีจริง ๆ ท่าทางไม่มีความรู้สึกปลอดภัยเลย]
…
ขณะนี้
เซิ่งซีที่ไม่รู้เรื่องราวที่เกิดขึ้นบนโลกออนไลน์เลยสักนิด
เธอแค่ปวดหัวไปหมด ความสัมพันธ์ระหว่างร่างเดิมกับเด็กคนนี้น่าจะไม่ค่อยดีนัก จนแทบจะเรียกได้ว่าเป็นคนแปลกหน้าต่อกันยังได้ คงเพราะเป็นความสัมพันธ์ชั่วข้ามคืนระหว่างเธอกับสามีเศรษฐีไฮโซนั่น
ร่างเดิมไม่เคยคาดหวัง กับการมาถึงของเด็กคนนี้ หลังจากคลอดออกมาก็ยกให้พี่เลี้ยงดูแลทันที ส่วนตัวเองก็วิ่งเข้าสู่วงการบันเทิง ไปต่อสู้เอาเป็นเอาตายกับทายาทตัวจริง
เมื่อเห็นเจ้าตัวกลม ๆ ที่ดูสกปรกมอมแมม มองเธอด้วยท่าทางขลาดกลัว เซิ่งซีอดถอนหายใจไม่ได้ ไม่รู้ทำไม อยู่ ๆ เธอนึกถึงตัวเองในอดีต นึกถึงตัวเองที่เคยโหยหาญาติพี่น้อง แต่กลับต้องอ้างว้างเดียวดาย
"เหยียนเหยียน ทำไมแม่จะไม่รักลูกล่ะ ลูกเป็นลูกของแม่นะ แม่ห่วงใยลูกที่สุดเลยรู้ไหม"
เซิ่งซีสูดหายใจลึก ลูบผมสั้นนุ่มฟูของเด็กน้อย พลางปลอบโยนเสียงเบาว่า "แม่แค่เป็นห่วงลูกมากเท่านั้นเอง คราวหน้าอย่าทำแบบนี้อีกนะ ถ้าลูกเจอปัญหาอะไร ให้บอกแม่นะ เดี๋ยวแม่ช่วยแก้ไขให้เอง ห้ามหนีออกจากบ้านอีกเด็ดขาด เข้าใจไหมคะ?"
"จริงเหรอครับ?"
เจียงซือเหยียนไม่เคยเห็นแม่อ่อนโยนกับตัวเองแบบนี้มาก่อน ดวงตากลมโตกะพริบปริบ ๆ แสดงสีหน้าประหลาดใจ ในใจเขาคิดว่า ที่แม่ไม่สนใจเขา ก็เพราะเขายังเชื่อฟังไม่มากพอ
แท้จริงแล้ว ในใจเขาก็อยากจะอยู่ใกล้ชิดผู้เป็นแม่ เขาอยากให้แม่กอด หอม และอุ้มเขาเล่นเหมือนเด็กคนอื่น ๆ
ตอนนี้เมื่อเห็นแม่พยักหน้า และดูไม่เหมือนกำลังโกหก เขาแอบลังเล เม้มปากน้อย ๆ คิดชั่วครู่ ในที่สุดก็ทนไม่ไหว ระบายความในใจกับแม่ เขาร้องไห้โฮพลางวิ่งเข้าไปในอ้อมกอดอันอบอุ่น
"แม่ครับ เหยียนเหยียนเสียเพื่อนที่ดีที่สุดไปแล้ว…"
เมื่อเซิ่งซีเห็นเด็กน้อยที่เนื้อตัวมอมแมมวิ่งเข้ามาหา เธอก็แสดงสีหน้ารังเกียจออกมาทันที ยื่นมือไปแงะตัวเด็กน้อยออกมา พร้อมกับถอยหลังไปเล็กน้อย แล้วพูดขึ้นว่า "ยังไม่ได้อาบน้ำเลย อย่าเข้ามาใกล้แม่นะ"
"แม่จ๋า แม่รังเกียจเหยียนเหยียน เหยียนเหยียนเพิ่งสูญเสียเพื่อนที่รักสุดไป แม่ยังจะรังเกียจเหยียนเหยียนอยู่อีกเหรอครับ?"
"แงงงงง!!"
เจ้าตัวกลมร้องไห้หนักกว่าเดิม พร้อมแสดงสีหน้าเจ็บปวด
"……"
บทที่ 3 คุณลุงครับ ช่วยตัดฉากนี้ออกที
บทที่ 3 คุณลุงครับ ช่วยตัดฉากนี้ออกที
เซิ่งซีอึ้งไปชั่วขณะ เธอนั่งลงข้าง ๆ เด็กน้อย หยิบทิชชูออกมาเช็ดน้ำตาให้เขา พลางปลอบใจว่า "เหยียนเหยียน ถึงจะเสียเพื่อนไปคนหนึ่ง แต่ลูกก็ยังมีเพื่อนอีกเยอะแยะนะ ป้าหลิวก็เป็นเพื่อนของลูก ลุงโจวคนดูแลบ้านก็เป็นเพื่อนของลูก แล้วก็ยังมีอุลตร้าแมนหัวโล้นนั่น…"
อารมณ์ของเด็กน้อยมาเร็วไปเร็ว
แม้จะไม่รู้สถานการณ์ที่แน่ชัด แต่เซิ่งซีคาดเดาว่า เหยียนเหยียนคงทะเลาะกับเพื่อนที่โรงเรียนอนุบาล เธอจึงไม่คิดมาก เพียงแค่ปลอบใจว่า "ชีวิตคนเรามีได้ก็ต้องมีเสียนะลูก แม่ก็เป็นเพื่อนของลูกได้เหมือนกัน ลูกควรจะใช้พลังงานไปกับเรื่องที่มีความสุขสิ"
"จริงเหรอ? แม่จะเป็นเพื่อนกับเหยียนเหยียนด้วยเหรอครับ?"
เจียงซือเหยียนเงยหน้าขึ้นมาอย่างลังเล ดวงตาที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวดเริ่มเปลี่ยนเป็นเปล่งประกายวิบวับ
"จริง ๆ นะ"
เซิ่งซีพยักหน้า เมื่อเห็นว่าเด็กน้อยกำลังจะอารมณ์ดีขึ้น เธอจึงพูดต่อด้วยความมุ่งมั่น "ถ้าลูกอยากได้ ต่อไปจะมีเพื่อนใหม่อีกเยอะแยะเลย!"
"ถ้าแม่เป็นเพื่อนเหยียนเหยียน แม่จะกอด หอม แล้วก็อุ้มเหยียนเหยียนขึ้นสูง ๆ ไหมครับ?"
หนูน้อยแสดงสีหน้าจริงจัง เสียงเล็ก ๆ นั้นฟังดูน่ารักน่าเอ็นดู หลังจากได้รับคำตอบยืนยันจากเซิ่งซี จู่ ๆ ก็เปลี่ยนจากร้องไห้จ้าเป็นยิ้มแฉ่ง เด็กน้อยก็ไม่รู้ว่าทำไมถึงได้ดีใจขึ้นมา
ความเป็นจริง เพื่อนที่เขาบอกว่าสูญเสียไป นั่นคือเป็ดที่เลี้ยงไว้ แต่แลกมาด้วยการได้อยู่กับแม่ การแลกเปลี่ยนครั้งนี้ดูจะยุติธรรมดีเหมือนกัน แม่บอกว่าชีวิตมีได้ย่อมมีเสีย เขาไม่ควรโลภมากเกินไป
มีเป็ดก็ต้องเสียแม่ไป มีแม่ก็ต้องเสียเป็ดไป ยุติธรรมดี…
"เหยียนเหยียน แม่จะพาไปกินของอร่อยนะ มื้อเที่ยงเราจะกิน…"
เซิ่งซีพยายามคิดอยู่ครู่หนึ่ง เธอพยายามเค้นความทรงจำว่าเด็กคนนี้ชอบกินอะไร แล้วก็นึกขึ้นได้ลาง ๆ ว่าเมื่อไม่กี่วันก่อน เด็กคนนี้เคยพูดถึงเรื่องเป็ดกับร่างเดิม เธอจึงเสนออย่างกระตือรือร้นว่า "ไปกินเป็ดย่างกันไหม?"
"เป็ดย่างเหรอครับ?"
เจียงซือเหยียนชะงักไปครู่หนึ่ง รอยยิ้มบนใบหน้าแข็งค้างทันที เขาพึมพำคำสองคำ จู่ ๆ ก็ร้องไห้ออกมาพร้อมกับพูดอย่างไม่เป็นศัพท์ว่า "เป็ดน้อย เป็ดน้อยถูกเอาไปทำอาหารแล้ว… เป็ดน้อยของฉัน…"
"???"
เซิ่งซีแสดงสีหน้างุนงง มีแต่คำถามเต็มไปหมด
ในตอนนั้น คุณป้าหลิวแม่บ้านก็รีบวิ่งเข้ามา อดไม่ได้ที่จะกระซิบเตือนอย่างเก้อเขินว่า "คุณผู้หญิงคะ เพื่อนที่ดีที่สุดของคุณชายน้อยคือ เป็ดพันธุ์คอลดักตัวนั้น มันหายไปเมื่อวันก่อน…"
อีกด้านหนึ่ง
ผู้ชมในช่องถ่ายทอดสด เห็นเหตุการณ์พลิกผันแบบนี้ก็หัวเราะลั่น อารมณ์ที่หดหู่เมื่อครู่กลับพลิกผัน จากที่เมื่อกี้ด่าเซิ่งซีว่าทารุณเด็ก ตอนนี้กลับรู้สึกว่าปฏิสัมพันธ์ของแม่ลูกคู่นี้น่าสนใจมาก
[ฮ่า ๆ ๆ นี่มันแม่แท้ ๆ เลยนี่นา เซิ่งซีตั้งใจทำแบบนี้หรือเปล่า ฉันฮาจนจะตายแล้ว เหยียนเหยียนร้องไห้น่าสงสารจัง! ฮ่า ๆ]
[คนที่บอกว่าเช่าเด็กมา หน้าแตกหรือยัง? ใครจะเขียนบทแบบนี้ล่ะ!]
[งั้น เหยียนเหยียนหนีออกจากบ้านเพราะเป็ดหายไป ไม่ใช่เพราะหนีการถ่ายรายการใช่ไหม?]
[ฮ่า ๆ ๆ ไม่ไหวแล้ว ขำจะตายแล้ว ยิ่งเหยียนเหยียนร้องไห้น่าสงสารเท่าไหร่ ยิ่งอยากหัวเราะ เหยียนเหยียนร้องดัง ๆ หน่อย ให้ป้าได้ยินชัด ๆ อีกที…]
ระหว่างทางกลับบ้าน
เจียงซือเหยียนยังคงสะอื้นไม่หยุด เพราะร้องไห้อย่างหนัก ท่าทางน้อยใจนั้นดูน่าสงสารจับใจ แต่ก็ชวนน่าขำไปพร้อมกัน เพราะยังงอนเซิ่งซีอยู่ ไม่ว่าเซิ่งซีจะพูดปลอบอย่างไร หรือเสนอข้อเสนอที่น่าดึงดูดใจแค่ไหน เขาก็กอดอก หันหน้าหนีไปอีกทาง ไม่ยอมสนใจเซิ่งซี
ถึงแม้ในใจเขาจะรักแม่มาก แต่แม่ก็ช่างใจร้ายกับเขาเหลือเกิน ไม่ได้จริงใจที่จะเป็นเพื่อนกับเขาเลย ทั้ง ๆ ที่รู้ว่าเขาทำเป็ดที่มีค่าที่สุดหาย ยังจงใจโรยเกลือบนแผลของเขาอีก!
"เหยียนเหยียน แม่ผิดไปแล้ว แม่ต้องทำยังไงถึงจะให้ลูกยกโทษให้แม่ หืม?" เซิ่งซีกลั้นยิ้มเอาไว้ พลางถามอย่างระมัดระวัง
"ไม่… ฮึก… ไม่ยกโทษให้หรอก… ฮึก ฮึก…"
ยิ่งเจียงซือเหยียนพยายามพูดมากเท่าไหร่ เขาก็สะอื้นติด ๆ กันหลายที เมื่อสังเกตเห็นว่ากล้องกำลังถ่ายเขาอยู่ และมีลุงป้าในกองถ่ายหลายคนกำลังมองเขา เขาก็อดที่จะหน้าแดงไม่ได้
ใบหน้ากลมเล็ก ๆ นั่นที่แดงระเรื่อ ดูน่ารักเป็นพิเศษ
เขาแกล้งทำหน้าโกรธจนปากจู๋ แต่ในใจกลับอดคิดไม่ได้ว่า ทำไมแม่ยังไม่หอมแก้ม กอดเขา แล้วอุ้มขึ้นสูง ๆ สักที เมื่อกี้ยังบอกว่าถ้าเป็นเพื่อนกันแล้วจะทำแบบนั้น! แม่ใจร้ายหลอกเขาอีกแล้ว!!!
แต่วันนี้แม่ดูเหมือนจะต่างจากปกติ ไม่เพียงแต่ไม่รังเกียจ แต่ยังคอยปลอบเขาอย่างใจเย็นอีกด้วย เป็นเพราะกำลังถ่ายรายการอยู่หรือเปล่านะ?
ถ้าเป็นแบบนี้ตลอดไปก็คงจะดี…
พวกเขาเดินทางมาถึงคฤหาสน์
เมื่อใกล้ถึงประตูคฤหาสน์ จู่ ๆ ก็เห็นคุณลุงโจว ผู้ดูแลบ้านอุ้มเป็ดพันธุ์คอลดักสีขาวตัวหนึ่ง ขนฟูฟ่อง คอมีปลอกคอสีแดง เหยียนเหยียนเห็นมันก็วิ่งเข้าไปหาด้วยรอยยิ้มทันที
"คุณชายน้อยดูสิครับ นี่ตัวอะไรเอ่ย"
คุณลุงโจวส่งเป็ดให้เหยียนเหยียนอุ้ม พลางยิ้มพูดว่า "ตอนที่ไปดูกล้องวงจรปิด บังเอิญเห็นเป็ดตัวนี้ที่ป้อมยาม วันที่เป็ดหายไป ยามเป็นคนคอยดูแลมันไว้ พอผมรู้ก็รีบเอามาให้คุณชายน้อยทันทีเลยครับ"
"เป็ดน้อย!"
ดวงตาของเจียงซือเหยียนสว่างวาบขึ้นทันที รีบรับเจ้าเป็ดมากอดแนบอก ทั้งหอมทั้งถูใบหน้าเข้าหาขนนุ่มฟู ใบหน้ากลม ๆ เปี่ยมด้วยความดีใจที่ได้ของรักคืนมา เขายกมือป้อม ๆ ขึ้นสาบาน เลียนแบบท่าทางในทีวี พูดกับเป็ดว่า "ฉันจะไม่ทำให้นายหายไปอีกแล้ว เพื่อนรัก"
ไม่รู้ว่านึกอะไรขึ้นมา
เขาอดไม่ได้ที่จะแอบมองเซิ่งซีที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ในเมื่อเจอเป็ดแล้ว เขาก็จะยอมให้อภัยแม่ก็แล้วกัน อย่างน้อยแม่ก็อุตส่าห์ปลอบเขาด้วยความอดทน งั้น… เขาควรจะแสดงน้ำใจอะไรสักหน่อยสินะ
เขาจึงยื่นมือป้อม ๆ ที่เปื้อนเล็กน้อยไปดึงชายเสื้อของเซิ่งซี พูดเสียงเล็กออดอ้อนว่า "แม่ครับ ถ้าตอนเที่ยงอยากกินเป็ดย่าง เหยียนเหยียนจะกินเป็นเพื่อนนะ แต่ต้องไม่ใช่เป็ดของเหยียนเหยียนนะ ต้องเป็นเป็ดตัวอื่น"
"ไม่ดีกว่า ไม่ ๆ เป็ดน่ารักขนาดนั้น เราไม่กินดีกว่า"
เมื่อเห็นว่าลูกน้อยยอมให้อภัยตนเองแล้ว เซิ่งซีรีบพูดด้วยสัญชาตญาณการเอาตัวรอดเต็มเปี่ยม "เราสามารถกินหมู กินวัว กินแกะได้นะ ทำไมต้องไปกินเป็ดย่างที่สีเหลืองทองอร่าม หนังมันวาว กรอบนอกนุ่มในด้วยล่ะ เนอะ"
"ใช่ครับ"
เหยียนเหยียนพยักหน้า อดไม่ได้ที่จะเลียริมฝีปากน้อย ๆ จะทำยังไงดี พอได้ฟังคำบรรยายของแม่ เขาก็เริ่มอยากกินเป็ดย่างขึ้นมาทันที แต่เป็ดน่ารักขนาดนั้น เขาจะกินเป็ดได้ยังไงกัน
เด็กน้อยพยายามกลั้นความคิดนั้นไว้สุดฤทธิ์ แต่หลังจากอดทนอยู่สักพัก เขาก็เงยหน้ามองแม่ที่กำลังใช้ผ้าเปียกเช็ดหน้าให้เขา ลังเลอยู่ครู่ใหญ่ก่อนจะพูดว่า "แม่ครับ ตอนเที่ยง แม่เอาเป็ดย่างขึ้นโต๊ะ โดยไม่บอกผมว่านี่คือเป็ดได้ไหมครับ"
สุดท้าย เขาเสริมว่า "เหยียนเหยียนหิวแล้ว อยากโตแล้ว แต่เหยียนเหยียนไม่อยากทำร้ายเป็ดน้อยครับ"
"แล้วลูกจะให้แม่เป็นคนทำร้ายเป็ดแทนเหรอ?"
เซิ่งซีชะงัก มองเด็กน้อยที่พูดอย่างจริงจังตรงหน้า อดไม่ได้ที่จะจิ้มแก้มป่อง ๆ ของเขา แล้วพูดอย่างระอา "หนูน้อย ใครสอนให้ลูกทำแบบนี้เนี่ย?"
"ก็ในหนังสือไงครับ เขาเรียกว่าการหลอกล่อศัตรูครับ"
เจียงซือเหยียนตอบราวกับเป็นเรื่องฟ้าดินทั่วไป พร้อมตบหน้าอกตัวเองอย่างภาคภูมิ "แบบนี้นอกจากแม่แล้ว ก็จะไม่มีใครรู้ว่าเหยียนเหยียนกินเป็ดน้อย"
ไม่รู้ว่าคิดอะไรขึ้นมาได้ จู่ ๆ เขาก็เงยหน้าขึ้นและสังเกตเห็นกล้องถ่ายวิดีโอที่อยู่ไม่ไกล เขาขมวดคิ้วอย่างอดไม่ได้ แล้วรีบวิ่งเข้าไปหา พร้อมกับโบกมือด้วยท่าทางสุภาพ "คุณลุงครับ ช่วยตัดฉากนี้ออกที อย่าเอาไปออกอากาศนะครับ"