โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เรื่องสั้น

เรียลลิตี้แม่ลูกสุดป่วน: คุณแม่ของผมบู๊เก่งระดับเทพ!

นิยาย Dek-D

อัพเดต 20 มี.ค. เวลา 09.01 น. • เผยแพร่ 08 ต.ค. 2568 เวลา 08.16 น. • OfficeOnlybook
เมื่อสุดยอดนักฆ่าทะลุมิติมาเป็นตัวประกอบในนิยาย และการเลี้ยงลูกแบบ

ข้อมูลเบื้องต้น

เรียลลิตี้แม่ลูกสุดป่วน: คุณแม่ของผมบู๊เก่งระดับเทพ!
亲子综艺,妈妈我有十八般武艺

*** ลิขสิทธิ์ถูกต้องภายใต้หจก. Onlybook ***
ได้รับลิขสิทธิ์ออนไลน์ (Digital license) สำหรับแปลขายลงบนเว็บไซต์ได้อย่างถูกลิขสิทธิ์ 100%
สงวนลิขสิทธิ์
ผู้แต่ง : 小心胖虾仁 ผู้แปล : ทีมงาน Onlybook

เรื่องย่อ
"เซิ่งซี" สุดยอดนักฆ่าจากโลกอนาคตปี 30333 ทะลุมิติมาอยู่ในร่างของทายาทตัวปลอมในนิยายแนววงการบันเทิง ซึ่งถูกกำหนดให้เป็นตัวร้ายที่ต้องพบกับจุดจบอันน่าเศร้า เพราะถูกกล่าวหาว่าทารุณกรรมลูกและใช้ลูกเป็นเครื่องมือสร้างชื่อเสียง ในขณะที่ทายาทตัวจริงเป็นแม่และต้นแบบที่สมบูรณ์แบบ
แต่แทนที่จะต่อสู้กับโชคชะตา เซิ่งซีกลับเลือกที่จะใช้ชีวิตแบบ "ปล่อยจอย" ขอเป็นเศรษฐีนีว่างงานที่สุขสบายไปวันๆ แต่เรื่องราวกลับไม่เป็นไปตามคาด การเลี้ยงลูกแบบไม่เหมือนใครของเธอ ทำให้เธอกลายเป็นที่ชื่นชอบของประชาชน สามีไฮโซก็เริ่มหันมาสนใจ ส่วนลูกชายก็ติดเธอแจ และเธอยังได้รับการยกย่องจากผู้เชี่ยวชาญให้เป็นต้นแบบการเลี้ยงลูกยุคใหม่…
สุดท้าย เซิ่งซีที่แค่อยากใช้ชีวิตขี้เกียจ ๆ กลับต้องกุมขมับกับชื่อเสียงและความสำเร็จที่เธอไม่เคยต้องการ

เรื่องใหม่มาเติมให้นักอ่านชาว Onlybook แล้วจ้า ขอแนะนำ 2 เรื่องใหม่ที่ถูกใจคุณแน่นอน

มาแล้ว#แนวทำสวน #ทำฟาร์ม #เลี้ยงลูก ที่นักอ่านรอคอย

เรื่องย่อ : จากเจ้าสำนักลี้ลับศตวรรษ 21 สู่แม่เลี้ยงปากร้ายในยุคโบราณ! พลิกชะตาสามีขาพิการ และเลี้ยงดูลูกแฝดให้มั่งคั่ง ด้วยศาสตร์พยากรณ์และความลับในมิติ

ต่อด้วยแนว #อบอุ่นหัวใจ #เด็กน้อย #พี่ชายคลั่งรัก ที่นักอ่านชอบกันมาก ๆ

เรื่องย่อ : จากเด็กกำพร้าที่ถูกทารุณจนเกือบสิ้นใจ… สู่ท่านประธานตัวน้อยผู้กุมบังเหียนตระกูลฉิน พร้อมพลังลับจากสร้อยข้อมือเงินที่สยบทุกอันตราย!

พิเศษ! อัปตอนนำก่อนใครที่ Enjoybook โหลดมาอ่านกันได้เลย มีให้อ่านแบบออฟไลน์ด้วยนะ

บทที่ 1 ลูก กลับมาก่อน

บทที่ 1 ลูก กลับมาก่อน

[เซิ่งซีแอบแต่งงานลับ ๆ แล้วท้องจนมีลูกจริงเหรอ แล้วจะรู้ได้ยังไงว่า ลูกของเธอไม่ใช่ลูกนอกสมรส?]

[ครั้งนี้ เธอก็ได้เข้าร่วมรายการอีกแล้วเหรอ? แล้วทำไมทางรายการถึงได้เชิญเซิ่งซีมาร่วมด้วย?]

[เทียบกับแขกรับเชิญคนอื่นแล้ว เซิ่งซีทำตัวน่ารังเกียจ แค่ได้ยินชื่อก็ทำเอาคนเขาแทบอ้วก!]

'คุณแม่ผู้เปล่งประกาย' เป็นรายการวาไรตีที่ให้คู่แม่ลูกมาทำกิจกรรมร่วมกัน ทางรายการได้เชิญแขกรับเชิญมาทั้งหมด 5 คู่ เพื่อเข้าร่วมทำกิจกรรม และให้ทีมถ่ายทำติดตามถ่ายทำตลอดเวลา

เพื่อเพิ่มกระแสความนิยมของรายการ เนื้อหาที่ถ่ายทำทั้งหมดจะถูกถ่ายทอดสดผ่านทางอินเทอร์เน็ตด้วย

บรรดาแขกรับเชิญที่เข้าร่วมรายการประกอบด้วย

นักแสดงสาวชื่อดังโจวเจียอี๋และลูกสาวเสวียฮวน

นางแบบชื่อดังซ่งหยวนเยว่และลูกชายซูเส้าเหิง

นักแสดงตลกอวี่เซียวจู๋และลูกชายเจิ้งเล่อเล่อ

นักแสดงสาวหน้าใหม่เซิ่งหว่านชิงและลูกแฝดชายหญิงของเธอ หลี่อวิ้นฉี และหลี่อวิ้นซิน

รวมถึงนักแสดงเซิ่งซี และลูกชายของเธอ เจียงซือเหยียนที่เพิ่งเปิดเผยตัวตน

เมื่อทางรายการประกาศรายชื่อออกมา ก็ได้รับเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างดุเดือดจากชาวเน็ตทันที แขกรับเชิญสี่คู่แรกทำให้ผู้ชมรู้สึกตื่นเต้นและตั้งตารอ มีเพียงคู่สุดท้ายอย่าง เซิ่งซี ที่ทำให้ทุกคนอดไม่ได้ที่จะมีเครื่องหมายคำถามตัวใหญ่ ๆ ติดสอยห้อยตามมาด้วย

[เซิ่งซีแต่งงานตั้งแต่เมื่อไหร่กัน?]

[เด็กคนนี้คงไม่ใช่เด็กที่เธอจ้างมาหรอกนะ เธอเข้าวงการมาตั้งนาน เพิ่งเคยได้ยินว่าเซิ่งซีมีลูกเป็นครั้งแรกเลย คลอดตั้งแต่เมื่อไหร่กัน ใช่ลูกแท้ ๆ หรือเปล่า?]

[อย่ามาล้อเล่นหน่อยเลยน่า บางทีอาจจะเป็นลูกไม่มีพ่อ ไม่แน่นะ เธออาจไม่รู้ด้วยซ้ำว่าใครเป็นพ่อ!]

[เซิ่งซีทำทุกวิถีทางเพื่อสร้างกระแสจริง ๆ แม้แต่เรื่องแบบนี้ก็ยังเอามาสร้างกระแส เธอมีเสี่ยเลี้ยงกี่คนกันแน่…

ทำไมรายการถึงเชิญคนแบบนี้มาด้วยก็ไม่รู้ ฉันจะไม่ไปดูช่องถ่ายทอดสดของเซิ่งซีเด็ดขาด กลัวจะแสบตาตาย!]

หลังจากประกาศรายชื่อออกมา เซิ่งซีก็ถูกด่าจนติดเทรนด์ในแอปพลิเคชันเว่ยป๋อทันที แอ็กเคานต์ของเธอถูกโจมตีทุกทิศทาง ในส่วนความคิดเห็นเต็มไปด้วยคำด่าทอหยาบคาย ไม่ต้องสงสัยเลยว่า ทุกคนมีความรู้สึกดี ๆ ต่อเซิ่งซีขนาดไหน

วันนี้เป็นวันแรกของการถ่ายทอดสดสดรายการ "คุณแม่ผู้เปล่งประกาย" ทันทีที่กองถ่ายเปิดช่องถ่ายทอดสดของเซิ่งซี แอนตีแฟนก็พากันแห่ทะลักเข้ามาเช็กอินและเปิดโหมดโจมตีด่าทอในช่องถ่ายทอดสดของเธอทันที

อย่างไรก็ตาม ณ ขณะนี้…

ตัวเอกกำลังนั่งอยู่ในห้องด้วยสีหน้างุนงง มองดูกระเป๋าเดินทางที่วางกระจัดกระจายอยู่บนพื้น รวมถึงสายตาทุกคู่ของทีมงานกองถ่ายที่จ้องมองมาที่เธอพร้อมกันเป็นตาเดียว แต่เจ้าตัวกลับไม่รู้ตัว เธอจมอยู่ในห้วงความคิดอันลึกล้ำ

นี่เธอข้ามมิติมา?

เมื่อสิบนาทีที่แล้ว เธอยังกำลังปฏิบัติภารกิจลอบสังหาร ในฐานะมือสังหารอันดับหนึ่งแห่งปี 30333 เธอใช้ปืนสไนเปอร์สังหารประมุขของประเทศ R อย่างง่ายดาย ภารกิจเสร็จสิ้น แต่ไม่คิดว่าตอนที่เธอกำลังจะกลับออกมา เธอดันเจอผู้ก่อการร้ายกำลังจุดระเบิดพอดี และผลก็คือ…

ตู้ม!

แรงระเบิดส่งร่างของเธอกระเด็นพุ่งออกไป ศีรษะกระแทกกับกำแพงอย่างแรง เมื่อลืมตาขึ้นมาอีกครั้ง เธอก็พบว่าตัวเองมานั่งอยู่ในห้องนี้ และในหัวของเธอ ก็มีความทรงจำที่ไม่ใช่ของเธอปรากฏขึ้นมาเต็มไปหมด

ตามที่เธอเข้าใจ โลกใบนี้คือ โลกในนิยายเรื่องหนึ่งชื่อ "ทายาทหญิงตัวจริง พลิกชีวิตในวงการบันเทิง" โดยมี เซิ่งหว่านชิง เป็นนางเอก

เซิ่งหว่านชิงตื่นขึ้นมาพร้อมความทรงจำในอนาคต และใช้ข้อมูลเหล่านั้นเข้าสู่วงการบันเทิง เธอเข้าร่วมแสดงละครนอกกระแสที่ไม่มีใครคาดหวัง แต่กลับประสบความสำเร็จ อย่างล้นหลามในอนาคต จนกลายเป็นนักแสดงระดับแถวหน้าที่ใคร ๆ ก็รู้จัก

ส่วนเธอ ดันมาเข้าร่างทายาทหญิงตัวปลอม กลายเป็นตัวละครขั้วตรงข้ามกับเซิ่งหว่านชิง ยิ่งเซิ่งหว่านชิงประสบความสำเร็จมากเท่าไหร่ เธอก็ยิ่งล้มเหลวมากเท่านั้น

เมื่อทายาทหญิงตัวจริงกลับมา เธอก็ถูกไล่ออกจากตระกูลเซิ่ง ด้วยความแค้น เธอจึงพยายามขัดขวางเซิ่งหว่านชิงทุกทาง แต่ผลลัพธ์ที่ได้คือ เซิ่งหว่านชิงกลับดังเป็นพลุแตกจนผู้คนทั้งประเทศต่างรู้จักเธอ ส่วนเธอกลับถูกผู้คนจากทั่วประเทศต่อต้านอย่างหนัก

รายการวาไรตีที่กำลังจะถ่ายทำนี้ จะเป็นรายการสุดท้าย ก่อนที่เซิ่งซีจะออกจากวงการ ในรายการนี้ เซิ่งหว่านชิงจะกลายเป็นแบบอย่างที่คุณแม่ยังสาวต่างชื่นชม ด้วยความอ่อนโยนใจ เย็นและความเอาใจใส่ ลูกแฝดชายหญิงของเธอ ก็จะกลายเป็นดาราเด็ก ที่ได้รับความนิยมเพราะหน้าตาที่น่ารักและความว่านอนสอนง่าย

ส่วนเธอก็จะถูกด่าทอจากทั่วโลกออนไลน์ว่าทารุณเด็กและใช้ลูกเป็นเครื่องมือสร้างกระแส แม้แต่แฟนคลับฝั่งตรงข้ามก็ยังรุมด่าเป็นการส่วนตัว จนเธอต้องออกจากวงการบันเทิง และไม่มีที่ยืนอีกต่อไป

ในขณะที่ เซิ่งหว่านชิงประสบความสำเร็จในอาชีพและมีชีวิตครอบครัวที่สมบูรณ์แบบ แต่เธอกลับต้องพบกับหายนะทั้งชื่อเสียงที่ป่นปี้ไม่เหลือ ครอบครัวแตกแยกไปคนละทิศคนละทาง ความแค้นที่ไม่มีทางระบายทำให้เธอจมปลักจนเสียสติ เที่ยวเร่ร่อน เก็บขยะไปทั่วท้องถนน…

"นี่มัน…"

หลังจากที่เข้าใจเนื้อเรื่องทั้งหมดแล้ว เซิ่งซีไม่มีความคิดที่จะแข่งขันอีกต่อไป

บทของนางเอกถูกกำหนดไว้ชัดเจนแล้ว ตัวเธอที่เป็นแค่ตัวเปรียบเทียบ ต่อให้ทุ่มเทสุดชีวิตก็ไม่มีทางสู้กับหญิงสาวผู้ได้รับพรจากสวรรค์ได้ มีแต่จะถูกตบหน้าเท่านั้น

เมื่อนึกถึงชาติที่แล้ว ทั้งที่เธอเกือบติดอันดับท็อปสิบของนักฆ่าระดับโลกแล้ว แต่กลับพลาดท่าถูกคนร้ายที่โผล่มาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ยวางระเบิดจนตายซะได้…

เหนื่อยจัง อยากนอนกลิ้งไปกลิ้งมาเฉย ๆ แล้ว!

เมื่อนึกถึงสภาพความเป็นอยู่ของร่างเดิมในความทรงจำแล้ว เธอได้แต่งงานกับเศรษฐี สามีเดินทางไปทำงานต่างเมืองตลอด ลูกก็มีพี่เลี้ยงคอยดูแล เธอไม่จำเป็นต้องยุ่งอะไรเลย อาหารสามมื้อต่อวันก็มีคนจัดหารให้ แถมยังมีเงินชอปปิงได้ไม่อั้นอีกด้วย

ใช้ชีวิตแค่กิน ดื่ม เที่ยว เล่นมันไม่ดีตรงไหนกัน?

ทำไมต้องไปต่อสู้เอาเป็นเอาตายกับนางเอกด้วย!

เมื่อนึกถึงจุดจบอันน่าเศร้าของเจ้าของร่างเดิม เซิ่งซีก็ยิ่งมุ่งมั่นที่จะนอนเฉย ๆ ไม่ทำอะไร ยิ่งไปกว่านั้นตามข้อมูลในเนื้อเรื่อง แค่เธอไม่ทารุณเด็ก แสดงความเมตตาสักหน่อย ก็จะไม่ถูกหย่าร้าง ไม่เพียงแต่จะมีคนคอยรับใช้ทุกอย่าง ต่อให้เธอไม่พยายามพัฒนาตัวเอง ก็ไม่มีใครมาไล่ล่าฆ่าเธอ!

นี่มันยอดเยี่ยมเกินไปแล้ว!

ต้องรู้ก่อนว่าในชาติที่แล้ว แม้เธอจะได้รับเงินรางวัลมากมาย แต่ศัตรูที่สร้างไว้ กลับมีมากกว่าเงินรางวัลเสียอีก

หากพลาดพลั้งแม้เพียงนิด ก็อาจกลายเป็นวิญญาณใต้คมดาบของคนอื่น ทำให้เธอต้องใช้เวลาส่วนใหญ่หาเงินและหนีเอาชีวิตรอด เงินที่หามาได้ เธอฝากธนาคารจนตัวเลขวางเรียงต่อกันเกือบถึงดาวอังคารแล้ว แต่กลับไม่มีโอกาสได้ใช้จ่ายเลยสักหยวน!

ด้วยความคิดเช่นนั้น เซิ่งซีเงยหน้าขึ้น ยิ้มสดใสให้กับกล้อง แกล้งทำเป็นดีใจพูดว่า "เหยียนเหยียนชอบออกไปข้างนอกกับฉันที่สุดเลยค่ะ เขาตั้งตารอที่จะได้เข้าร่วมรายการวาไรตีนี้มานานแล้ว เมื่อคืนก็ตื่นเต้นจนนอนไม่หลับเลย"

แต่ในวินาถัดมา

ก่อนที่เธอจะพูดจบ คุณป้าหลิว พี่เลี้ยงลูกชายเธอก็วิ่งเซถลาเข้ามาในกล้องอย่างกะทันหัน พูดด้วยความตื่นตระหนกว่า "คุณผู้หญิงคะ คุณชายน้อยหนีออกจากบ้านไปแล้วค่ะ!"

บทที่ 2 นี่มันแม่เลี้ยงใช่ไหม?

บทที่ 2 นี่มันแม่เลี้ยงใช่ไหม?

[หนีออกจากบ้าน?]

[ยังบอกว่า เมื่อคืนตื่นเต้นอยู่เลย แล้วทำไมเช้านี้ถึงหนีออกจากบ้านล่ะ? คนโกหก!]

[น่าขายหน้าจริง ๆ ถ้าฉันมีแม่แบบคุณ ฉันคงหนีออกจากบ้านตั้งแต่กลางดึกแล้ว ใครจะอยากให้ทั้งโลกรู้ว่าตัวเองเป็นลูกนอกสมรสกัน?]

[เซิ่งซีนี่ทั้งโง่ทั้งชอบเกาะกระแส ไม่แน่อาจจะจงใจให้เด็กหนีออกจากบ้าน เพื่อดึงยอดวิวก็ได้!]

เหล่าชาวเน็ตต่างพากันคอมเมนต์ถล่มหน้าจอไม่หยุด ทุกข้อความล้วนเป็นคำด่าทอ ใคร ๆ ก็รู้ว่า เซิ่งซีทำอะไรไม่ได้เรื่องสักอย่าง ทั้งไร้ฝีมือแถมยังชอบอาศัยเกาะชื่อเสียงคนอื่น เรื่องไร้สาระแค่ไหนก็เอามาป่าวประกาศให้เป็นกระแส ทำให้ทุกคนอดรู้สึกสงสารเด็กน้อยเจียงซือเหยียน ที่อายุเพียงแค่ห้าขวบไม่ได้

[เด็กน้อยจะไปรู้เรื่องอะไร?]

[ยังเล็กแค่นี้ แต่ถูกพ่อแม่เอามาใช้เป็นเครื่องมือหาเงินแล้ว น่าสงสารจริง ๆ]

[ฉันไม่รู้สึกเลยว่า เซิ่งซีรักลูก ถ้าเป็นฉันนะ จะซ่อนลูกไว้ ไม่ให้ต้องเจอกับการโจมตีจากสังคม เจียงซือเหยียน อายุแค่ห้าขวบ แต่ต้องมาแบกรับเรื่องแย่ ๆ พวกนี้ หลับตาดูก็รู้ว่าอนาคตของเขาจะมืดมนขนาดไหน T_T]

[คงเพราะเจียงซือเหยียน ไม่อยากถูกคนอื่นล้อเลียน ถึงได้แอบหนีออกจากบ้าน ป่านนี้คงเสียใจมากแน่ ๆ …]

ในโลกออนไลน์เต็มไปด้วยความเห็นอกเห็นใจต่อเด็กน้อยเจียงซือเหยียน แม้ว่าจะยังไม่เห็นตัวตนของเด็กน้อยเลยก็ตาม แต่ชาวเน็ตก็พากันจินตนาการไปต่าง ๆ นานา จนถึงขั้นอดไม่ได้ ที่จะมองว่าเจียงซือเหยียน เป็นเหมือนตัวละครที่มีชะตาชีวิตน่าสงสาร

"คุณป้าหลิว ปกติเหยียนเหยียนชอบไปเล่นที่ไหนมากที่สุดคะ?"

เซิ่งซีประคองแขนคุณป้าหลิวไว้ พลางถามด้วยความกังวล เธอพยายามนึกถึงเนื้อเรื่องในหนังสือ ในนั้นไม่ได้บรรยายถึงสถานที่แบบเฉพาะเจาะจง

แต่มีการกล่าวถึงว่า ตำรวจพบเด็กที่ริมทะเลสาบ เธอจึงอดไม่ได้ที่จะพูดออกมา "ทะเลสาบ! แถวนี้มีทะเลสาบที่ไหนบ้างคะ? เหยียนเหยียนชอบไปที่นั่นเวลาอารมณ์ไม่ดี!"

"ทะเลสาบเหรอคะ?"

คุณป้าหลิวชะงักไปครู่หนึ่ง ราวกับนึกอะไรขึ้นมาได้ จึงรีบตอบว่า "มีทะเลสาบที่สร้างขึ้นใหม่แถวโซน E ค่ะ"

"ฉันจะไปดูแถวนั้นเอง ป้าหลิวช่วยไปตรวจสอบกล้องวงจรปิดในหมู่บ้านทีนะคะ ว่าเหยียนเหยียนเดินไปทางไหน"

เซิ่งซีพูดอย่างร้อนรน แม้ว่าในเนื้อเรื่องเดิม เจียงซือเหยียนจะถูกพบตัวอย่างปลอดภัย แต่ตอนนี้เธอเข้ามาอยู่ในเรื่องแล้ว เส้นทางของเรื่องอาจเปลี่ยนแปลงไปก็ได้!

เจียงซือเหยียนตอนนี้ เป็นแค่เด็กอายุห้าขวบ นิสัยค่อนข้างเก็บตัว เธอจึงอดเป็นห่วงไม่ได้ เพราะมันเกี่ยบกับว่า เธอจะได้ใช้ชีวิตสุขสบาย โดยไม่ต้องดิ้นรนอีกต่อไปหรือไม่

คิดแบบนั้นแล้ว เธอก็อดไม่ได้ที่จะเร่งฝีเท้าไปทางโซน E เมื่อใกล้จะถึงทะเลสาบเทียม เธอได้ยินเสียงเด็กร้องไห้แว่วมาแต่ไกล เสียงร้องไห้นั้นไม่ได้ดังนัก แต่ฟังแล้วช่างน่าสงสารจับใจ

เหล่าชาวเน็ตที่อยู่หน้าจอต่างกลั้นหายใจ หัวใจพวกเขากระตุกวูบเมื่อได้ยินเสียงร้องนั้น แล้วกลับเต้นแรงขึ้นมาทันที

ทันใดนั้น

มุมกล้องปรากฏเงาร่างเล็ก ๆ ร่างหนึ่ง เด็กน้อยหดตัวอยู่บนม้านั่งยาว กำลังกอดเข่าร้องไห้สะอึกสะอื้น ดูเหมือนได้รับการกระทบกระเทือนทางจิตใจมาอย่างหนัก…

"เจียงซือเหยียน?"

"ทำไมถึงวิ่งออกมาคนเดียวล่ะลูก?"

เมื่อเซิ่งซีเห็นเด็กน้อยแอบมาร้องไห้บนม้านั่ง เธอก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก ในใจคิดว่าชีวิตที่ตั้งใจจะปล่อยตัวไปวัน ๆ ในที่สุดก็มีจุดหมาย

เธอรีบเดินเข้าไปหาเด็กน้อยด้วยความเป็นห่วง แล้วถามว่า "ลูกรู้ไหมว่า แม่เป็นห่วงลูกแค่ไหน มีอะไรลูกก็บอกแม่ได้นะ ถ้าลูกวิ่งออกมาคนเดียว แล้วเจอคนไม่ดีจะทำยังไง?"

"แม่?"

เด็กชายตัวน้อยร้องไห้สะอึกสะอื้นจนหายใจไม่ทัน

เมื่อได้ยินเสียงคุ้นเคยจึงเงยหน้าขึ้น เผยให้เห็นใบหน้าอ่อนเยาว์งดงาม ใบหน้ากลมมีลักยิ้มน่ารักประดับอยู่ทั้งสองข้าง ดวงตากลมโตเป็นประกาย เอ่อล้นไปด้วยน้ำตา ริมฝีปากแดงและฟันขาวสะอาด ดูราวกับตุ๊กตาเซรามิกราคาแพงที่ตั้งโชว์อยู่ในตู้กระจก

เขายังสวมชุดนอนลายการ์ตูน มีรูปไดโนเสาร์อยู่ที่หน้าอก เสื้อแขนสั้นกับกางเกงขาสั้นเผยให้เห็นแขนขาขาวอวบ ๆ ดูนุ่มนิ่มน่าบีบ น่าเอ็นดู

เพราะล้มไป ตอนนี้เด็กน้อยจึงดูทุลักทุเลมาก ทั้งตัวเลอะเทอะไปหมด รองเท้าก็หายไปข้างหนึ่งไม่รู้ว่าหล่นอยู่ที่ไหน

"แม่ครับ ผมขอโทษครับ ผมไม่ได้ตั้งใจทำให้แม่เป็นห่วง แม่อย่าไม่รักเหยียนเหยียนเลยนะครับ…"

เมื่อรู้ตัวว่าทำผิด เจียงซือเหยียนก็รู้สึกกังวลขึ้นมาทันที ดวงตาของเขาฉายแววลุกลี้ลุกลน รีบอธิบาย เพราะกลัวว่าแม่จะยิ่งเกลียดเขามากขึ้น

หลังกล้องถ่ายทอดสด

เหล่าชาวเน็ตที่เห็นภาพนี้ต่างรู้สึกปวดใจ ราวกับเห็นสุนัขจรจัดไร้บ้านข้างถนน โดยเฉพาะดวงตาของเจียงซือเหยียนที่น่าสงสารและเต็มไปด้วยความเจ็บปวด ช่างทำให้ใจสลายจนถึงที่สุด

[เธอต้องเป็นแม่เลี้ยงแน่ ๆ]

[โหดร้ายเกินไปแล้ว! ถ้าจะเล่นบทก็เปลี่ยนเป็นอย่างอื่นไม่ได้หรือไง? ทำไมต้องให้เด็กแต่งตัวแบบนี้ แล้วมานั่งในสวนสาธารณะด้วย ไม่กลัวเจอคนไม่ดีหรือไง?]

[มีแค่ฉันคนเดียวหรือเปล่าที่รู้สึกว่าเธอกำลังทารุณเด็ก? ดูไม่เหมือนเป็นบทละครเลย ดวงตาของเด็กไม่มีทางโกหกนะ เขาดูเหมือนจะกลัวเซิ่งซีจริง ๆ ท่าทางไม่มีความรู้สึกปลอดภัยเลย]

ขณะนี้

เซิ่งซีที่ไม่รู้เรื่องราวที่เกิดขึ้นบนโลกออนไลน์เลยสักนิด

เธอแค่ปวดหัวไปหมด ความสัมพันธ์ระหว่างร่างเดิมกับเด็กคนนี้น่าจะไม่ค่อยดีนัก จนแทบจะเรียกได้ว่าเป็นคนแปลกหน้าต่อกันยังได้ คงเพราะเป็นความสัมพันธ์ชั่วข้ามคืนระหว่างเธอกับสามีเศรษฐีไฮโซนั่น

ร่างเดิมไม่เคยคาดหวัง กับการมาถึงของเด็กคนนี้ หลังจากคลอดออกมาก็ยกให้พี่เลี้ยงดูแลทันที ส่วนตัวเองก็วิ่งเข้าสู่วงการบันเทิง ไปต่อสู้เอาเป็นเอาตายกับทายาทตัวจริง

เมื่อเห็นเจ้าตัวกลม ๆ ที่ดูสกปรกมอมแมม มองเธอด้วยท่าทางขลาดกลัว เซิ่งซีอดถอนหายใจไม่ได้ ไม่รู้ทำไม อยู่ ๆ เธอนึกถึงตัวเองในอดีต นึกถึงตัวเองที่เคยโหยหาญาติพี่น้อง แต่กลับต้องอ้างว้างเดียวดาย

"เหยียนเหยียน ทำไมแม่จะไม่รักลูกล่ะ ลูกเป็นลูกของแม่นะ แม่ห่วงใยลูกที่สุดเลยรู้ไหม"

เซิ่งซีสูดหายใจลึก ลูบผมสั้นนุ่มฟูของเด็กน้อย พลางปลอบโยนเสียงเบาว่า "แม่แค่เป็นห่วงลูกมากเท่านั้นเอง คราวหน้าอย่าทำแบบนี้อีกนะ ถ้าลูกเจอปัญหาอะไร ให้บอกแม่นะ เดี๋ยวแม่ช่วยแก้ไขให้เอง ห้ามหนีออกจากบ้านอีกเด็ดขาด เข้าใจไหมคะ?"

"จริงเหรอครับ?"

เจียงซือเหยียนไม่เคยเห็นแม่อ่อนโยนกับตัวเองแบบนี้มาก่อน ดวงตากลมโตกะพริบปริบ ๆ แสดงสีหน้าประหลาดใจ ในใจเขาคิดว่า ที่แม่ไม่สนใจเขา ก็เพราะเขายังเชื่อฟังไม่มากพอ

แท้จริงแล้ว ในใจเขาก็อยากจะอยู่ใกล้ชิดผู้เป็นแม่ เขาอยากให้แม่กอด หอม และอุ้มเขาเล่นเหมือนเด็กคนอื่น ๆ

ตอนนี้เมื่อเห็นแม่พยักหน้า และดูไม่เหมือนกำลังโกหก เขาแอบลังเล เม้มปากน้อย ๆ คิดชั่วครู่ ในที่สุดก็ทนไม่ไหว ระบายความในใจกับแม่ เขาร้องไห้โฮพลางวิ่งเข้าไปในอ้อมกอดอันอบอุ่น

"แม่ครับ เหยียนเหยียนเสียเพื่อนที่ดีที่สุดไปแล้ว…"

เมื่อเซิ่งซีเห็นเด็กน้อยที่เนื้อตัวมอมแมมวิ่งเข้ามาหา เธอก็แสดงสีหน้ารังเกียจออกมาทันที ยื่นมือไปแงะตัวเด็กน้อยออกมา พร้อมกับถอยหลังไปเล็กน้อย แล้วพูดขึ้นว่า "ยังไม่ได้อาบน้ำเลย อย่าเข้ามาใกล้แม่นะ"

"แม่จ๋า แม่รังเกียจเหยียนเหยียน เหยียนเหยียนเพิ่งสูญเสียเพื่อนที่รักสุดไป แม่ยังจะรังเกียจเหยียนเหยียนอยู่อีกเหรอครับ?"

"แงงงงง!!"

เจ้าตัวกลมร้องไห้หนักกว่าเดิม พร้อมแสดงสีหน้าเจ็บปวด

"……"

บทที่ 3 คุณลุงครับ ช่วยตัดฉากนี้ออกที

บทที่ 3 คุณลุงครับ ช่วยตัดฉากนี้ออกที

เซิ่งซีอึ้งไปชั่วขณะ เธอนั่งลงข้าง ๆ เด็กน้อย หยิบทิชชูออกมาเช็ดน้ำตาให้เขา พลางปลอบใจว่า "เหยียนเหยียน ถึงจะเสียเพื่อนไปคนหนึ่ง แต่ลูกก็ยังมีเพื่อนอีกเยอะแยะนะ ป้าหลิวก็เป็นเพื่อนของลูก ลุงโจวคนดูแลบ้านก็เป็นเพื่อนของลูก แล้วก็ยังมีอุลตร้าแมนหัวโล้นนั่น…"

อารมณ์ของเด็กน้อยมาเร็วไปเร็ว

แม้จะไม่รู้สถานการณ์ที่แน่ชัด แต่เซิ่งซีคาดเดาว่า เหยียนเหยียนคงทะเลาะกับเพื่อนที่โรงเรียนอนุบาล เธอจึงไม่คิดมาก เพียงแค่ปลอบใจว่า "ชีวิตคนเรามีได้ก็ต้องมีเสียนะลูก แม่ก็เป็นเพื่อนของลูกได้เหมือนกัน ลูกควรจะใช้พลังงานไปกับเรื่องที่มีความสุขสิ"

"จริงเหรอ? แม่จะเป็นเพื่อนกับเหยียนเหยียนด้วยเหรอครับ?"

เจียงซือเหยียนเงยหน้าขึ้นมาอย่างลังเล ดวงตาที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวดเริ่มเปลี่ยนเป็นเปล่งประกายวิบวับ

"จริง ๆ นะ"

เซิ่งซีพยักหน้า เมื่อเห็นว่าเด็กน้อยกำลังจะอารมณ์ดีขึ้น เธอจึงพูดต่อด้วยความมุ่งมั่น "ถ้าลูกอยากได้ ต่อไปจะมีเพื่อนใหม่อีกเยอะแยะเลย!"

"ถ้าแม่เป็นเพื่อนเหยียนเหยียน แม่จะกอด หอม แล้วก็อุ้มเหยียนเหยียนขึ้นสูง ๆ ไหมครับ?"

หนูน้อยแสดงสีหน้าจริงจัง เสียงเล็ก ๆ นั้นฟังดูน่ารักน่าเอ็นดู หลังจากได้รับคำตอบยืนยันจากเซิ่งซี จู่ ๆ ก็เปลี่ยนจากร้องไห้จ้าเป็นยิ้มแฉ่ง เด็กน้อยก็ไม่รู้ว่าทำไมถึงได้ดีใจขึ้นมา

ความเป็นจริง เพื่อนที่เขาบอกว่าสูญเสียไป นั่นคือเป็ดที่เลี้ยงไว้ แต่แลกมาด้วยการได้อยู่กับแม่ การแลกเปลี่ยนครั้งนี้ดูจะยุติธรรมดีเหมือนกัน แม่บอกว่าชีวิตมีได้ย่อมมีเสีย เขาไม่ควรโลภมากเกินไป

มีเป็ดก็ต้องเสียแม่ไป มีแม่ก็ต้องเสียเป็ดไป ยุติธรรมดี…

"เหยียนเหยียน แม่จะพาไปกินของอร่อยนะ มื้อเที่ยงเราจะกิน…"

เซิ่งซีพยายามคิดอยู่ครู่หนึ่ง เธอพยายามเค้นความทรงจำว่าเด็กคนนี้ชอบกินอะไร แล้วก็นึกขึ้นได้ลาง ๆ ว่าเมื่อไม่กี่วันก่อน เด็กคนนี้เคยพูดถึงเรื่องเป็ดกับร่างเดิม เธอจึงเสนออย่างกระตือรือร้นว่า "ไปกินเป็ดย่างกันไหม?"

"เป็ดย่างเหรอครับ?"

เจียงซือเหยียนชะงักไปครู่หนึ่ง รอยยิ้มบนใบหน้าแข็งค้างทันที เขาพึมพำคำสองคำ จู่ ๆ ก็ร้องไห้ออกมาพร้อมกับพูดอย่างไม่เป็นศัพท์ว่า "เป็ดน้อย เป็ดน้อยถูกเอาไปทำอาหารแล้ว… เป็ดน้อยของฉัน…"

"???"

เซิ่งซีแสดงสีหน้างุนงง มีแต่คำถามเต็มไปหมด

ในตอนนั้น คุณป้าหลิวแม่บ้านก็รีบวิ่งเข้ามา อดไม่ได้ที่จะกระซิบเตือนอย่างเก้อเขินว่า "คุณผู้หญิงคะ เพื่อนที่ดีที่สุดของคุณชายน้อยคือ เป็ดพันธุ์คอลดักตัวนั้น มันหายไปเมื่อวันก่อน…"

อีกด้านหนึ่ง

ผู้ชมในช่องถ่ายทอดสด เห็นเหตุการณ์พลิกผันแบบนี้ก็หัวเราะลั่น อารมณ์ที่หดหู่เมื่อครู่กลับพลิกผัน จากที่เมื่อกี้ด่าเซิ่งซีว่าทารุณเด็ก ตอนนี้กลับรู้สึกว่าปฏิสัมพันธ์ของแม่ลูกคู่นี้น่าสนใจมาก

[ฮ่า ๆ ๆ นี่มันแม่แท้ ๆ เลยนี่นา เซิ่งซีตั้งใจทำแบบนี้หรือเปล่า ฉันฮาจนจะตายแล้ว เหยียนเหยียนร้องไห้น่าสงสารจัง! ฮ่า ๆ]

[คนที่บอกว่าเช่าเด็กมา หน้าแตกหรือยัง? ใครจะเขียนบทแบบนี้ล่ะ!]

[งั้น เหยียนเหยียนหนีออกจากบ้านเพราะเป็ดหายไป ไม่ใช่เพราะหนีการถ่ายรายการใช่ไหม?]

[ฮ่า ๆ ๆ ไม่ไหวแล้ว ขำจะตายแล้ว ยิ่งเหยียนเหยียนร้องไห้น่าสงสารเท่าไหร่ ยิ่งอยากหัวเราะ เหยียนเหยียนร้องดัง ๆ หน่อย ให้ป้าได้ยินชัด ๆ อีกที…]

ระหว่างทางกลับบ้าน

เจียงซือเหยียนยังคงสะอื้นไม่หยุด เพราะร้องไห้อย่างหนัก ท่าทางน้อยใจนั้นดูน่าสงสารจับใจ แต่ก็ชวนน่าขำไปพร้อมกัน เพราะยังงอนเซิ่งซีอยู่ ไม่ว่าเซิ่งซีจะพูดปลอบอย่างไร หรือเสนอข้อเสนอที่น่าดึงดูดใจแค่ไหน เขาก็กอดอก หันหน้าหนีไปอีกทาง ไม่ยอมสนใจเซิ่งซี

ถึงแม้ในใจเขาจะรักแม่มาก แต่แม่ก็ช่างใจร้ายกับเขาเหลือเกิน ไม่ได้จริงใจที่จะเป็นเพื่อนกับเขาเลย ทั้ง ๆ ที่รู้ว่าเขาทำเป็ดที่มีค่าที่สุดหาย ยังจงใจโรยเกลือบนแผลของเขาอีก!

"เหยียนเหยียน แม่ผิดไปแล้ว แม่ต้องทำยังไงถึงจะให้ลูกยกโทษให้แม่ หืม?" เซิ่งซีกลั้นยิ้มเอาไว้ พลางถามอย่างระมัดระวัง

"ไม่… ฮึก… ไม่ยกโทษให้หรอก… ฮึก ฮึก…"

ยิ่งเจียงซือเหยียนพยายามพูดมากเท่าไหร่ เขาก็สะอื้นติด ๆ กันหลายที เมื่อสังเกตเห็นว่ากล้องกำลังถ่ายเขาอยู่ และมีลุงป้าในกองถ่ายหลายคนกำลังมองเขา เขาก็อดที่จะหน้าแดงไม่ได้

ใบหน้ากลมเล็ก ๆ นั่นที่แดงระเรื่อ ดูน่ารักเป็นพิเศษ

เขาแกล้งทำหน้าโกรธจนปากจู๋ แต่ในใจกลับอดคิดไม่ได้ว่า ทำไมแม่ยังไม่หอมแก้ม กอดเขา แล้วอุ้มขึ้นสูง ๆ สักที เมื่อกี้ยังบอกว่าถ้าเป็นเพื่อนกันแล้วจะทำแบบนั้น! แม่ใจร้ายหลอกเขาอีกแล้ว!!!

แต่วันนี้แม่ดูเหมือนจะต่างจากปกติ ไม่เพียงแต่ไม่รังเกียจ แต่ยังคอยปลอบเขาอย่างใจเย็นอีกด้วย เป็นเพราะกำลังถ่ายรายการอยู่หรือเปล่านะ?

ถ้าเป็นแบบนี้ตลอดไปก็คงจะดี…

พวกเขาเดินทางมาถึงคฤหาสน์

เมื่อใกล้ถึงประตูคฤหาสน์ จู่ ๆ ก็เห็นคุณลุงโจว ผู้ดูแลบ้านอุ้มเป็ดพันธุ์คอลดักสีขาวตัวหนึ่ง ขนฟูฟ่อง คอมีปลอกคอสีแดง เหยียนเหยียนเห็นมันก็วิ่งเข้าไปหาด้วยรอยยิ้มทันที

"คุณชายน้อยดูสิครับ นี่ตัวอะไรเอ่ย"

คุณลุงโจวส่งเป็ดให้เหยียนเหยียนอุ้ม พลางยิ้มพูดว่า "ตอนที่ไปดูกล้องวงจรปิด บังเอิญเห็นเป็ดตัวนี้ที่ป้อมยาม วันที่เป็ดหายไป ยามเป็นคนคอยดูแลมันไว้ พอผมรู้ก็รีบเอามาให้คุณชายน้อยทันทีเลยครับ"

"เป็ดน้อย!"

ดวงตาของเจียงซือเหยียนสว่างวาบขึ้นทันที รีบรับเจ้าเป็ดมากอดแนบอก ทั้งหอมทั้งถูใบหน้าเข้าหาขนนุ่มฟู ใบหน้ากลม ๆ เปี่ยมด้วยความดีใจที่ได้ของรักคืนมา เขายกมือป้อม ๆ ขึ้นสาบาน เลียนแบบท่าทางในทีวี พูดกับเป็ดว่า "ฉันจะไม่ทำให้นายหายไปอีกแล้ว เพื่อนรัก"

ไม่รู้ว่านึกอะไรขึ้นมา

เขาอดไม่ได้ที่จะแอบมองเซิ่งซีที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ในเมื่อเจอเป็ดแล้ว เขาก็จะยอมให้อภัยแม่ก็แล้วกัน อย่างน้อยแม่ก็อุตส่าห์ปลอบเขาด้วยความอดทน งั้น… เขาควรจะแสดงน้ำใจอะไรสักหน่อยสินะ

เขาจึงยื่นมือป้อม ๆ ที่เปื้อนเล็กน้อยไปดึงชายเสื้อของเซิ่งซี พูดเสียงเล็กออดอ้อนว่า "แม่ครับ ถ้าตอนเที่ยงอยากกินเป็ดย่าง เหยียนเหยียนจะกินเป็นเพื่อนนะ แต่ต้องไม่ใช่เป็ดของเหยียนเหยียนนะ ต้องเป็นเป็ดตัวอื่น"

"ไม่ดีกว่า ไม่ ๆ เป็ดน่ารักขนาดนั้น เราไม่กินดีกว่า"

เมื่อเห็นว่าลูกน้อยยอมให้อภัยตนเองแล้ว เซิ่งซีรีบพูดด้วยสัญชาตญาณการเอาตัวรอดเต็มเปี่ยม "เราสามารถกินหมู กินวัว กินแกะได้นะ ทำไมต้องไปกินเป็ดย่างที่สีเหลืองทองอร่าม หนังมันวาว กรอบนอกนุ่มในด้วยล่ะ เนอะ"

"ใช่ครับ"

เหยียนเหยียนพยักหน้า อดไม่ได้ที่จะเลียริมฝีปากน้อย ๆ จะทำยังไงดี พอได้ฟังคำบรรยายของแม่ เขาก็เริ่มอยากกินเป็ดย่างขึ้นมาทันที แต่เป็ดน่ารักขนาดนั้น เขาจะกินเป็ดได้ยังไงกัน

เด็กน้อยพยายามกลั้นความคิดนั้นไว้สุดฤทธิ์ แต่หลังจากอดทนอยู่สักพัก เขาก็เงยหน้ามองแม่ที่กำลังใช้ผ้าเปียกเช็ดหน้าให้เขา ลังเลอยู่ครู่ใหญ่ก่อนจะพูดว่า "แม่ครับ ตอนเที่ยง แม่เอาเป็ดย่างขึ้นโต๊ะ โดยไม่บอกผมว่านี่คือเป็ดได้ไหมครับ"

สุดท้าย เขาเสริมว่า "เหยียนเหยียนหิวแล้ว อยากโตแล้ว แต่เหยียนเหยียนไม่อยากทำร้ายเป็ดน้อยครับ"

"แล้วลูกจะให้แม่เป็นคนทำร้ายเป็ดแทนเหรอ?"

เซิ่งซีชะงัก มองเด็กน้อยที่พูดอย่างจริงจังตรงหน้า อดไม่ได้ที่จะจิ้มแก้มป่อง ๆ ของเขา แล้วพูดอย่างระอา "หนูน้อย ใครสอนให้ลูกทำแบบนี้เนี่ย?"

"ก็ในหนังสือไงครับ เขาเรียกว่าการหลอกล่อศัตรูครับ"

เจียงซือเหยียนตอบราวกับเป็นเรื่องฟ้าดินทั่วไป พร้อมตบหน้าอกตัวเองอย่างภาคภูมิ "แบบนี้นอกจากแม่แล้ว ก็จะไม่มีใครรู้ว่าเหยียนเหยียนกินเป็ดน้อย"

ไม่รู้ว่าคิดอะไรขึ้นมาได้ จู่ ๆ เขาก็เงยหน้าขึ้นและสังเกตเห็นกล้องถ่ายวิดีโอที่อยู่ไม่ไกล เขาขมวดคิ้วอย่างอดไม่ได้ แล้วรีบวิ่งเข้าไปหา พร้อมกับโบกมือด้วยท่าทางสุภาพ "คุณลุงครับ ช่วยตัดฉากนี้ออกที อย่าเอาไปออกอากาศนะครับ"

อ่านต่อนิยายเรื่องนี้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...