โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

TKN ยังน่าซื้ออยู่ไหม? 6 เดือนราคารูดแล้ว 31% โบรกฯ ประสานเสียง “เป็นกลาง” มองขยายตลาด หนุนยอดขายครึ่งหลังแกร่ง

Wealthy Thai

อัพเดต 23 เม.ย. เวลา 13.55 น. • เผยแพร่ 19 ก.ย 2568 เวลา 11.04 น.

ราคาหุ้น บริษัท เถ้าแก่น้อย ฟู๊ดแอนด์มาร์เก็ตติ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ TKN ปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่องในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา โดยวันที่ 19 ก.ย.68 ราคาหุ้นปิดตลาดที่ระดับ 5.80 บาท ลดลง 4.13% จากวันก่อนหน้า ด้วยมูลค่าการซื้อขายที่ 95.58 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม หากนับช่วง 6 เดือนที่ผ่านมาราคาหุ้นปรับตัวลดลงไปแล้ว 30.95% จากระดับ 8.40 บาท ณ วันที่ 19 มี.ค. 68
โดยคาดว่าปัจจัยที่กดดันราคาหุ้น TKN มาจากผลประกอบการที่อ่อนตัว ทั้งจากการบริโภคในประเทศและการส่งออกจีนที่ฟื้นตัวช้า ขณะที่ต้นทุนวัตถุดิบและบรรจุภัณฑ์สูงขึ้นกดดันอัตรากำไร อีกทั้งการลงทุนขยายตลาดใหม่ยังไม่สร้างรายได้ชัดเจน และการแข่งขันที่รุนแรงขึ้น ทำให้แนวโน้มการเติบโตชะลอตัว ส่งผลให้นักลงทุนกังวลต่อการฟื้นตัวระยะสั้น
อย่างไรก็ดี นักวิเคราะห์มีมุมมองค่อนข้างเป็นกลางสำหรับ TKN โดยประเมินว่าการขยายตลาดต่างประเทศ รวมถึงการร่วมมือกับพันธมิตรในประเทศ และการสร้างโกดังเก็บสาหร่าย จะช่วยหนุนการเติบโตและลดความผันผวนของต้นทุนในระยะยาว
ทั้งนี้ บทวิเคราะห์จาก บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) ระบุ TKN ประกาศจัดตั้งบริษัท พีที เถ้าแก่น้อย ฟู้ด อินโดนีเซีย ซึ่งเป็นบริษัทย่อยที่ถือหุ้นทั้งหมด เพื่อดำเนินธุรกิจนำเข้า ซื้อขาย และจัดจำหน่ายสินค้าของ TKN และผู้ผลิตรายอื่นในประเทศอินโดนีเซีย เงินลงทุนเริ่มต้นอยู่ที่10 พันล้านรูเปียห์อินโดนีเซีย (19.2 ล้านบาท)
โดยมองว่าเป็นไปตามที่ผู้บริหารเคยแจ้งในการประชุมนักวิเคราะห์ครั้งล่าสุดว่า บริษัทต้องการกระจายความเสี่ยงจากผลิตภัณฑ์สาหร่ายทั้งในประเทศและต่างประเทศ เนื่องจากราคาวัตถุดิบสาหร่ายที่ปรับตัวสูงขึ้นนอกจากนี้สินค้าที่นำเข้าควรจะมีระดับพรีเมียมลดลงและมุ่งเป้าไปที่ช่องทางจำหน่ายแบบดั้งเดิม
ขณะที่ บล.กรุงศรี มองว่าการเคลื่อนไหวนี้เป็นไปในเชิงบวก เนื่องจากคิดว่านี่อาจเป็นโอกาสสำหรับ TKN ในการเพิ่มยอดขาย แม้ว่าจะยังไม่มีการให้แนวทางในเรื่องของยอดขายและผลกำไรในขณะนี้ก็ตาม
อย่างไรก็ตาม ยังคงคำแนะนำ “NEUTRAL” และราคาเป้าหมายที่ 6.00 บาท โดยเชื่อว่า TKN ยังคงเผชิญความท้าทายจากราคาสาหร่ายที่เพิ่มขึ้นในปี 2568 เนื่องจากความต้องการสาหร่ายเติบโตเร็วกว่าอุปทานเพราะสาหร่ายสามารถเพาะปลูกได้เฉพาะในจีนเกาหลีและญี่ปุ่นเท่านั้น อย่างไรก็ตาม อัตราส่วน P/E ปี 2568 ที่ 17.1 เท่าต่ากว่าค่าเฉลี่ยระยะยาวที่ -0.8SD ซึ่งบ่งชี้ว่าแนวโน้มที่ท้าทายได้ถูกสะท้อนในราคาไปแล้ว
ด้าน บริษัทหลักทรัพย์ ลิเบอเรเตอร์ จำกัด ระบุว่า มีความเห็นเป็นกลางต่อประเด็นที่ผู้บริหาร TKN ให้ข้อมูลถึงยอดขายในครึ่งหลังปี 2568 ที่คาดว่าจะดีกว่าครึ่งแรกปี 2568 โดยตลาดในประเทศ ที่มีสัดส่วนรายได้ 43.9% จะเน้นสาหร่ายแบบโรย และอบ และจะใช้ดารามาช่วยประชาสัมพันธ์ และการร่วมมือพัฒนาผลิตภัณฑ์กับ CHAO และ MAJOR จะเป็นแรงช่วยอีกทางหนึ่ง
ขณะที่ตลาดต่างประเทศ สัดส่วนรายได้ 56.1% โดยมีจีนเป็นตลาดหลักจะเริ่มเจาะ Online มากขึ้น และจะขยายช่องทางกับ snack store เบอร์ 1 ของจีน Lin Shi Hen Mang และ Zhao Yi Ming ซึ่งมีหน้าร้านมากกว่า 16,000 ร้าน คาดว่าจะเริ่มภายในไตรมาส 4/68 ส่วนตลาดอินโดนีเซีย จะเจาะตลาดใหม่แบบ Traditional Trade (TT) จะจับมือกับผู้ประกอบการในประเทศ ส่วนตลาดสหรัฐดีกว่าที่คาดไว้ว่าจะโดนภาษี 36% ทำให้เจรจาปรับราคาได้ง่ายขึ้น
นอกจากนี้ โกดังแบบเย็นจะสร้างเสร็จในไตรมาส 1/69 จะทำให้ TKN จะเก็บสาหร่ายได้ยาวนาน 12 เดือน ช่วยลดความผันผวนของราคาวัตถุดิบได้มากขึ้น ด้วยโมเมนตัมเชิงบวกของในประเทศ และการแก้ปัญหาในตลาดต่างประเทศ รวมถึงต้นทุนสาหร่ายในไตรมาส 3/68 เริ่มต่ำกว่าครึ่งแรกปี 2568 คาดว่ากำไรสุทธิในครึ่งหลังปี 2568 มีแนวโน้มจะฟื้นตัวได้อย่างมีนัยสำคัญ ทั้งนี้ ให้ราคาเป้าหมาย TKN ที่ 6.40 บาท

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...