โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

Gen Alpha ชี้เป้าแบรนด์พันล้าน เทรนด์ใหม่ที่นักลงทุนต้องฟัง

SpringNews

อัพเดต 20 ส.ค. 2568 เวลา 09.19 น. • เผยแพร่ 20 ส.ค. 2568 เวลา 08.45 น.

Gen Alpha หรือเด็กรุ่นใหม่ที่เกิดในช่วงปี 2010-2024 กำลังจะกลายเป็นกลุ่มผู้บริโภคที่มีอำนาจทางเศรษฐกิจสูงที่สุดในยุคของเรา

แม้ปัจจุบันบางคนจะยังเป็น "เด็ก" แต่มีการประเมินว่าเม็ดเงินกว่า "5.3 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ" ได้ถูกใช้จ่ายไปกับพวกเขาแล้ว และภายในปี 2030 คนกลุ่มนี้ก็จะเริ่มเข้าสู่ตลาดแรงงานและ 'มีรายได้เป็นของตัวเอง'

ทำไม Gen Alpha ถึงมีอิทธิพล?

สิ่งที่ทำให้เด็กรุ่นนี้แตกต่างจาก Gen Z คืออิทธิพลที่พวกเขามีต่อการตัดสินใจของพ่อแม่

ผลสำรวจจากบริษัท DKC พบว่า ผู้ปกครองกว่า '90%' ยอมรับว่าลูกๆ ของพวกเขามีความสามารถในการค้นหาสินค้าใหม่ๆ

และที่น่าสนใจคือ '42%' ของค่าใช้จ่ายทั้งหมดในครัวเรือน ได้รับอิทธิพลมาจากความคิดเห็นของเด็กๆ

ปรากฏการณ์นี้เกิดขึ้นส่วนหนึ่งเพราะพ่อแม่ของพวกเขา ซึ่งส่วนใหญ่คือกลุ่ม Millennials ที่เคยผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากทางเศรษฐกิจ

ไม่ว่าจะเป็นวิกฤตค่าครองชีพ หรือความไม่มั่นคงในหน้าที่การงาน ทำให้พวกเขา 'เปิดใจ' รับฟังข้อมูลจากลูกๆ ที่เติบโตมากับเทคโนโลยีและคลุกคลีอยู่บนโซเชียลมีเดียมากกว่า

พลังของ Gen Alpha ได้เปลี่ยนแบรนด์ที่ดังจากกระแสไวรัลให้กลายเป็นบริษัทที่มีมูลค่ามหาศาล ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือ Labubu ที่ผลิตโดย Pop Mart แม้กระแสการค้นหาบนโซเชียลมีเดียจะเริ่มคงที่ แต่ราคาหุ้นของบริษัทกลับพุ่งทำสถิติสูงสุดอย่างต่อเนื่อง

CREDIT : REUTERS

เพราะฐานลูกค้าได้ขยายจากกลุ่มวัยรุ่นไปสู่กลุ่มคุณแม่วัยทำงานที่มีกำลังซื้อสูง เมื่อของเล่นชิ้นหนึ่งกลายเป็นสินค้ากระแสหลัก นักลงทุนก็มองเห็นโอกาสในการเติบโตของกำไร ทำให้ปัจจุบัน Pop Mart มีมูลค่าตลาดสูงกว่า Sanrio (เจ้าของ Hello Kitty) และ Barbie รวมกัน

อีกหนึ่งตัวอย่างคือ Samyang Foods เจ้าของราเมนเผ็ด Buldak ที่โด่งดังจาก "Buldak Challenge" บนโลกออนไลน์ ส่งผลให้กำไรสุทธิครึ่งปีแรกพุ่งสูงถึง '34%' จากยอดขายในต่างประเทศ และทำให้ราคาหุ้นของบริษัทเพิ่มขึ้นกว่า '82%' ในปีนี้

อย่างไรก็ตาม การจะเอาชนะใจผู้บริโภค Gen Alpha ไม่ใช่เรื่องง่าย พวกเขาเป็นนักช็อปที่ "เลือกเยอะ" และรู้คุณค่าของเงิน

โดยเฉพาะในจีนที่วัยรุ่นสามารถเข้าถึงสินค้าแบรนด์ระดับโลกได้ง่ายผ่านร้านค้าปลีกอย่าง Harmay ที่จำหน่ายเครื่องสำอางขนาดทดลองในราคาที่จับต้องได้ ทำให้พวกเขารู้ว่าสินค้าไหนดีและคุ้มค่าจริง

ด้วยเหตุนี้ บริษัทข้ามชาติจึงยอมทุ่มเงินมหาศาลเพื่อซื้อกิจการแบรนด์ที่ก่อตั้งโดยเซเลบริตี้หรืออินฟลูเอนเซอร์ เช่น กรณีที่ Elf Beauty เข้าซื้อ Rhode แบรนด์ของ Hailey Bieber ด้วยมูลค่า 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ

CREDIT : Courtesy of e.l.f.

'เพราะหากแบรนด์ไม่สามารถสร้างกระแสได้ด้วยตัวเอง การใช้อินฟลูเอนเซอร์มาช่วยบอกเล่าเรื่องราวคือทางลัดที่ดีที่สุด'

คนรุ่นใหม่กำลังเปลี่ยนนิยามของการบริโภคในทุกมิติ ตั้งแต่การซื้อของมือสอง การใช้ชีวิตแบบไม่ดื่มแอลกอฮอล์ ไปจนถึงการทานมังสวิรัติ

ถึงเวลาแล้วที่แบรนด์ นักการตลาด และนักลงทุนจะต้องหันมา "รับฟัง" และเรียนรู้เคล็ดลับการลงทุนจากพวกเขา

ที่มา : AFR

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...