โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

กรมอุทยานฯ เผย ซาฟารีเวิลด์ เลี้ยงสิงโตไว้ 45 ตัว ตายไปแล้ว 13 ตัว เร่งตรวจสอบด่วน

Khaosod

อัพเดต 10 ก.ย 2568 เวลา 07.58 น. • เผยแพร่ 10 ก.ย 2568 เวลา 07.28 น.
กรมอุทยานฯ เผย ซาฟารีเวิลด์ เลี้ยงสิงโตไว้ 45 ตัว ตายไปแล้ว 13 ตัว เร่งสอบด่วน

กรมอุทยานฯ เผย ซาฟารีเวิลด์ เลี้ยงสิงโตไว้ 45 ตัว ตายไปแล้ว 13 ตัว เร่งตรวจสอบด่วน ว่ามีจำนวนตรงกับที่แจ้งเอาไว้หรือไม่

จากเหตุการณ์สุดสลดที่เกิดขึ้นภายในสวนสัตว์ชื่อดังในกทม. เมื่อเกิดเหตุสิงโตในสวนสัตว์ชื่อดัง ในกทม. ทำร้ายเจ้าหน้าที่ของสวนสัตว์ ขณะที่เจ้าหน้าที่เดินลงมาจากรถ โดยฝูงสิงโตได้รุมทำร้ายและรุมขย้ำเจ้าหน้าที่รายดังกล่าว ต่อหน้านักท่องเที่ยวจำนวนมาก ก่อนเจ้าหน้าที่รายดังกล่าวจะเสียชีวิตในเวลาต่อมา เหตุเกิดช่วงเช้าวันที่ 10 ก.ย.68

สำหรับพนักงานของสวนสัตว์ ซาฟารีเวิลด์ ที่โดนสิงโต 5 ตัว รุมขย้ำจนเสียชีวิต เบื้องต้นทราบว่า ชื่อนายเจียน อายุ 58 ปี

ความคืบหน้าล่าสุด นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช กล่าวว่า สั่งการให้เจ้าหน้าที่สำนักอนุรักษ์สัตว์ป่า และสำนักไซเตสเข้าตรวจสอบพื้นที่ทันที พร้อมขอความร่วมมือควบคุมพื้นที่ส่วนจัดแสดงสัตว์ซาฟารีแล้ว ซึ่งจุดเกิดเหตุอยู่ในบริเวณโซนเปิดท่องเที่ยวไดร์ทรู โดยซาฟารีมีการขออนุญาตเปิดกิจกรรมสวนสัตว์ถูกกฎหมาย และครอบครองสิงโตหลายตัว

นายอรรถพล กล่าวว่า เบื้องต้นแจ้งมาว่า ทางสวนสัตว์ซาฟารี ปิดทำการชั่วคราวทั้งพื้นที่ ไม่ให้ประชาชนเข้าไป เพื่อความปลอดภัยจากทุกฝ่าย

จากการตรวจสอบเบื้องต้นจากทะเบียนสัตว์ต่างประเทศที่มาขึ้นทะเบียนไว้กับกรมอุทยานฯ พบว่ามีสิงโตทั้งหมด 45 ตัว มีชีวิตอยู่ 32 ตัว ตายไปแล้ว 13 ตัว ขณะนี้กำลังตรวจสอบว่ามีจำนวนตรงกับที่แจ้งเอาไว้หรือไม่

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : กรมอุทยานฯ เผย ซาฟารีเวิลด์ เลี้ยงสิงโตไว้ 45 ตัว ตายไปแล้ว 13 ตัว เร่งตรวจสอบด่วน

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...