โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาชญากรรม

รวบ"พระโสภณ"หนีคดีฉ้อโกง-แก๊งคอลตุ๋น 6 ล้าน อ้างอาตมาโดนเขาหลอก

Amarin TV

เผยแพร่ 23 ส.ค. 2568 เวลา 12.17 น.
รวบ

รวบ "พระโสภณ" หนีคดีฉ้อโกง-แก๊งคอลเซ็นเตอร์ มูลค่าความเสียหายกว่า 6 ล้านบาท เจ้าตัวอ้างโดนหลอกไปสแกนหน้ายืนยันตัวตนให้แก๊งคอล

กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผบช.ก. ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่จับกุม นายโสภณฯ หรือ “พระโอ” ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาที่ 4689/2567 ลงวันที่ 25 กันยายน 2567 ในข้อหา “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชนโดยแสดงตนเป็นบุคคลอื่น และร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอม อันเป็นเท็จโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน” โดยเจ้าหน้าที่พบตัวขณะที่ผู้ต้องหาอยู่ที่วัดแห่งหนึ่งในพื้นที่ ตำบลแก่งหางแมว อำเภอแก่งหางแมว จังหวัดจันทบุรี

พฤติการณ์ เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมนำกำลังเข้าจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับคดี ฉ้อโกงประชาชน หลังสืบทราบว่า หลบหนีไปบวชเป็นพระภิกษุ ที่วัดแห่งหนึ่งในพื้นที่ จังหวัดจันทบุรี เจ้าหน้าที่ตำรวจ

กองกำกับการ 1 กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (กก.1 บก.ปอศ.) ได้ร่วมกันทำการจับกุมตัว นายโสภณ หรือ “พระโอ” ในข้อหา “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชนโดยแสดงตนเป็นบุคคลอื่น และร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอม อันเป็นเท็จโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน”

จากการสืบสวนทราบว่า นายโสภณฯหรือ “พระโอ” ได้หลบหนีไปบวชเป็นพระภิกษุ อยู่ที่ วัดแห่งหนึ่งในพื้นที่ ตำบลแก่งหางแมว อำเภอแก่งหางแมว จังหวัดจันทบุรี เจ้าหน้าที่จึงนำกำลังเข้าตรวจสอบพื้นที่ และสามารถควบคุมตัวได้บริเวณภายในวัด โดยผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่าเป็นบุคคลตามหมายจับจริง เจ้าหน้าที่ได้แสดงหมายจับ และแจ้งสิทธิผู้ต้องหา จากนั้น นายโสภณฯ หรือ “พระโอ” ได้ทำการลาสิกขา และยินยอมให้เจ้าหน้าที่ควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวน สน.ประชาชื่น เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

สอบถามคำให้การผู้ต้องหาเบื้องต้น นายโสภณฯ ให้การเพิ่มเติมว่า ตนเคยถูกหลอกให้ไปเปิดบัญชีธนาคารเพื่อรับค่าจ้างในการเปิดบัญชีละ 3,000 บาท และถูกชักชวนจากกลุ่มคนร้ายผ่านทางเฟซบุ๊กให้ไปทำงานที่ปอยเปต ประเทศกัมพูชา โดยเสนอค่าจ้างเดือนละ 2-3 หมื่นบาท เมื่อเดินทางไปถึง ได้ถูกนำตัวไปยังสถานที่ปิดลับและถูกควบคุมตัวร่วมกับคนไทยคนอื่นๆ ที่ถูกหลอกไปเช่นเดียวกัน มีหน้าที่เพียง สแกนใบหน้าเพื่อยืนยันตัวตนในระบบคอลเซ็นเตอร์ เมื่อมีเหยื่อหลงเชื่อและโอนเงินเข้าบัญชี หากใครปฏิเสธหรือพยายามหลบหนี จะถูกทำร้ายร่างกาย หรือ "หายตัวไป" โดยไม่ทราบชะตากรรม และเมื่อบัญชีถูกอายัดแล้ว ทางเครือข่ายแก๊งคอลเซ็นเตอร์ จะนำตัวไปปล่อยตัวทิ้งไว้ที่บริเวณชายแดนให้หาหนทางกลับประเทศไทยเอง

ทางตำรวจเตือนภัยและขอแจ้งเตือนประชาชนโปรดอย่าหลงเชื่อบุคคลหรือกลุ่มบุคคลที่ชักชวนให้เปิดบัญชีธนาคารเพื่อแลกกับผลตอบแทนใด ๆ เนื่องจากการกระทำดังกล่าวอาจทำให้ท่าน ตกเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับ โดยไม่รู้ตัวอีกทั้ง ขอให้หลีกเลี่ยงการรับข้อเสนอให้ไปทำงานในสถานที่หรือบริษัทที่ไม่สามารถตรวจสอบแหล่งที่มาได้อย่างชัดเจน เพราะท่านอาจตกเป็นเหยื่อของขบวนการหลอกลวงหรือการค้ามนุษย์โดยไม่ทันตั้งตัว

ทั้งนี้ การเผยแพร่ข่าวเป็นไปเพื่อประโยชน์สาธารณะของประชาชนให้รู้เท่าทันภัยอันตรายรูปแบบต่างๆ ที่เกิดขึ้น เพื่อสร้างการตระหนักรู้เป็นวงกว้าง

อย่างไรก็ดี ผู้ต้องหาหรือจำเลยยังเป็นผู้บริสุทธิ์ ตราบใดที่ศาลยังไม่มีคำพิพากษาถึงที่สุดดังนั้น สำหรับการเผยแพร่ข่าวของสื่อมวลชน ขอให้พิจารณาถึงประโยชน์และสิทธิของผู้ต้องหาข้างต้น

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...