NTF จ่อเข้า mai โชว์ศักยภาพผู้ส่งออกผลไม้พรีเมียม ครึ่งปีรายได้โต 189% ตั้งเป้าทั้งปีแตะ 2,900 ล้านบาท
NTF อินเตอร์กรุ๊ป ผู้ส่งออกผลไม้สดเกรดพรีเมียม เดินหน้าเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ mai เตรียมขาย ไอพีโอจำนวน 60 ล้านหุ้น หลังโชว์ผลงานครึ่งปีแรกรายได้พุ่งแตะ 1,661 ล้านบาท โต 189% พร้อมนำเงินระดมทุนต่อยอดขยายกำลังผลิต และพัฒนาระบบคัดบรรจุผลไม้สู่ตลาดโลก
24 ตุลาคม 2568 นายวิชัย ศิระมานะกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.เอ็นทีเอฟ อินเตอร์กรุ๊ป (ประเทศไทย) หรือ NTF ผู้ส่งออกผลไม้สดเกรดพรีเมียม เช่น ทุเรียน ลำไย มะพร้าว และทุเรียนแช่แข็ง เปิดเผยว่า บริษัทเดินหน้าสู่ตลาดหลักทรัพย์เอ็ม เอ ไอ (mai) กลุ่มเกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร (AGRO) หลังได้รับอนุมัติจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ให้เสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนแก่ประชาชนทั่วไป (IPO) จำนวน 60 ล้านหุ้น หรือคิดเป็น 30% ของทุนชำระแล้ว
บริษัทมีทุนจดทะเบียน 100 ล้านบาท แบ่งเป็นหุ้นสามัญ 200 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 0.50 บาท โดยมีทุนชำระแล้ว 70 ล้านบาท ทั้งนี้ รายได้จากการขายในช่วงครึ่งแรกปี 2568 อยู่ที่ 1,661 ล้านบาท เติบโต 189% จากปีก่อน และมีกำไรสุทธิ 165 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 282% เมื่อเทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน วางเป้ารายได้รวมปีนี้ที่ 2,900 ล้านบาท
NTF มุ่งเน้นการส่งออกทุเรียนไปยังประเทศจีนเป็นหลัก โดยสัดส่วนรายได้ในงวด 6 เดือนแรกของปี 2568 มาจาก ทุเรียน 95% และเป็นการส่งออกไปยัง ประเทศจีนถึง 99% โดยจุดเด่นสำคัญในการดำเนินธุรกิจคือการควบคุมคุณภาพตลอดการจำหน่ายสินค้าเกรดพรีเมียมที่แข่งขันด้านคุณภาพเป็นหลัก ปัจจุบันส่งออกทุเรียนไปยังจีน มูลค่า 145,000 ล้านบาท นำหน้าเวียดนามที่ส่งออกเพียง 100,000 ล้านบาท ต่อปี (ข้อมูล ณ วันที่ 18 ก.ย. 68)
นายวิชัย กล่าวว่า บริษัทมีจุดแข็งด้านการบริหารจัดการซัพพลายเชนครบวงจร ตั้งแต่คัดเลือกสวนผลไม้ ตรวจสอบคุณภาพ (QC) ตั้งแต่ต้นทาง จนถึงกระบวนการคัดบรรจุที่ได้มาตรฐานส่งออกระดับสากล โดยเฉพาะตลาด ประเทศจีน ซึ่งเป็นฐานลูกค้าหลักกว่า 93% ของยอดขายทั้งหมด
NTF ใช้ระบบตรวจสอบคุณภาพอย่างเข้มข้น และทำสัญญากับเกษตรกรแบบ Exclusive อย่างน้อย 1 ปี เพื่อรักษาคุณภาพและความต่อเนื่องของสินค้า รวมถึงบริหารความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนโดยทำสัญญา Forward Contract ครอบคลุม 100% ของมูลค่าการส่งออก เพื่อป้องกันความผันผวนของค่าเงิน
“เรายังคงผลักดันผลไม้ไทยคุณภาพสู่ตลาดโลก พร้อมพัฒนาเทคโนโลยีในกระบวนการผลิตให้ทันสมัย ลดระยะเวลาการคัดเกรดผลไม้ลงอย่างน้อย 2 เท่า และยกระดับมาตรฐานสินค้าให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาดพรีเมียม” นายวิชัย
ด้านนางรัชดา เกลียวปฏินนท์ กรรมการผู้จัดการ ฝ่ายวาณิชธนกิจ 2 บริษัทหลักทรัพย์ เคจีไอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ที่ปรึกษาทางการเงินของ NTF เปิดเผยว่า ก.ล.ต. ได้อนุญาตให้เสนอขายหลักทรัพย์เรียบร้อยแล้ว โดยอยู่ระหว่างพิจารณาช่วงเวลาที่เหมาะสมในการเข้าจดทะเบียน
เงินที่ได้จากการระดมทุนในครั้งนี้จะนำไป ขยายกำลังการผลิต พัฒนาเครื่องคัดบรรจุทุเรียนสด เพิ่มประสิทธิภาพระบบโลจิสติกส์ ชำระคืนหนี้ และใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียน เพื่อรองรับออเดอร์จากลูกค้าเดิมและรายใหม่ โดยเฉพาะตลาดจีนที่ยังมีความต้องการผลไม้ไทยเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง
“NTF มีผู้บริหารที่เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมส่งออกผลไม้นานกว่า 10 ปี และมีการเติบโตทั้งรายได้และกำไรอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่จะสร้างความเชื่อมั่นต่อนักลงทุนทั้งในระยะสั้นและระยะยาว” นางรัชดากล่าว
นายวิชัย กล่าวว่า การเข้าตลาด mai ของ NTF ครั้งนี้ นับเป็นก้าวสำคัญของผู้ส่งออกผลไม้พรีเมียมไทย ที่พร้อมต่อยอดศักยภาพสู่การเติบโตอย่างยั่งยืน ทั้งในด้านเทคโนโลยี การบริหารจัดการซัพพลายเชน และการขยายตลาดต่างประเทศ โดยมีเป้าหมายชัดเจนในการผลักดันผลไม้ไทยให้ครองใจผู้บริโภคทั่วเอเชีย