โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

UOB ครึ่งแรกปี'68 กำไรสุทธิ 2.8 พันล้านเหรียญสิงคโปร์

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 17 ส.ค. 2568 เวลา 09.40 น. • เผยแพร่ 17 ส.ค. 2568 เวลา 09.40 น.

กลุ่มธนาคารยูโอบี (UOB) ประกาศผลการดำเนินงานครึ่งแรกของปี 2568 ทำกำไรสุทธิ 2.8 พันล้านเหรียญสิงคโปร์ จากการตั้งสำรองรับมือเศรษฐกิจไม่แน่นอน กลุ่มลูกค้ารายย่อย กำไรก่อนหักภาษี เพิ่มขึ้น 11% ผู้บริหารเผย กำลังปรับโครงสร้างรายได้ให้หลากหลาย โฟกัส ‘ค่าธรรมเนียม’ มากขึ้น

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กลุ่มธนาคารยูโอบี ประกาศผลกำไรจากการดำเนินงานในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2568 (1H25) อยู่ที่ 4.0 พันล้านเหรียญสิงคโปร์ เพิ่มขึ้นร้อยละ 3 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า โดยได้รับแรงหนุนจากการเติบโตของรายได้ค่าธรรมเนียมในหลายกลุ่มธุรกิจอย่างต่อเนื่องเป็นเลขสองหลัก ขณะที่กำไรสุทธิลดลงร้อยละ 3 อยู่ที่ 2.8 พันล้านเหรียญสิงคโปร์ เนื่องจากการตั้งสำรองทั่วไปเชิงป้องกันเพื่อรับมือกับความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ

รายได้ดอกเบี้ยสุทธิยังคงทรงตัวจากปีก่อน โดยการเติบโตของปริมาณสินเชื่อช่วยลดผลกระทบจากอัตราดอกเบี้ยอ้างอิงที่ลดลง รายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะรายได้ค่าธรรมเนียมสุทธิเพิ่มขึ้นร้อยละ 11 จากธุรกิจบริหารความมั่งคั่ง สินเชื่อ และบัตรเครดิต รายได้อื่นที่มิใช่ดอกเบี้ยเพิ่มขึ้นร้อยละ 1 จากกระแสเงินที่ไหลเข้ามาจากธุรกรรมบริหารเงินของลูกค้า แม้จะถูกกดดันจากกิจกรรมการซื้อขายหลักทรัพย์และบริหารสภาพคล่องที่อ่อนตัวลง

อัตราส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้ (Cost-to-Income Ratio) ปรับตัวดีขึ้นจากร้อยละ 44.4 เป็นร้อยละ 43.5 ในครึ่งปีแรกของปี 2568 สะท้อนถึงการบริหารต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ คุณภาพสินทรัพย์ยังคงมั่นคง โดยมีอัตราส่วนสินเชื่อด้อยคุณภาพต่อเงินให้สินเชื่อรวมอยู่ที่ร้อยละ 1.6 และต้นทุนการปล่อยสินเชื่ออยู่ที่ 34 จุด เนื่องจากการตั้งสำรองเฉพาะรายและสำรองเชิงป้องกันที่สูงขึ้น

ขณะเดียวกัน คณะกรรมการธนาคารมีมติจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลจำนวน 85 เซนต์ต่อหุ้นสามัญ คิดเป็นอัตราการจ่ายประมาณร้อยละ 50 พร้อมจ่ายเงินปันผลพิเศษงวดที่สองอีก 50 เซนต์ ตามแผนการจัดสรรเงินทุนที่ประกาศไว้เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ ปี 2568

‘ธุรกิจขนาดใหญ่’ กำไรก้อนใหญ่จากธุรกรรม

ในครึ่งปีแรกของปี 2568 กลุ่มธุรกิจขนาดใหญ่ (Wholesale Banking) มีกำไรก่อนหักภาษีลดลงร้อยละ 12 จากปีก่อนหน้า จากอัตราดอกเบี้ยที่ลดลงและการแข่งขันเพื่อสินทรัพย์คุณภาพ

อย่างไรก็ตาม ธุรกิจวาณิชธนกิจสร้างรายได้ค่าธรรมเนียมสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ขณะที่รายได้จากการบริหารเงินของลูกค้า (customer-related treasury income) เติบโตเป็นเลขสองหลัก ธุรกิจการธนาคารด้านธุรกรรม (Transaction Banking) ยังคงเป็นธุรกิจหลักที่ทำกำไร โดยคิดเป็นเกือบครึ่งหนึ่งของรายได้รวมของกลุ่มธุรกิจขนาดใหญ่ แม้จะเผชิญกับความไม่แน่นอนจากมาตรการภาษีของสหรัฐฯ

รายได้จากสินเชื่อการค้าเพิ่มขึ้นร้อยละ 12 เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า พร้อมกับการขยายฐานลูกค้าบัญชีเงินฝากกระแสรายวันและเงินฝากออมทรัพย์ที่เพิ่มขึ้น สะท้อนถึงการมีส่วนร่วมมากขึ้นผ่านแพลตฟอร์มการจัดการเงินสด การค้า และห่วงโซ่อุปทาน (supply chain) แบบบูรณาการในตลาดหลัก

รายได้ข้ามพรมแดนยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง คิดเป็นร้อยละ 26 ของรายได้รวมของธุรกิจขนาดใหญ่ โดยได้รับแรงหนุนจากโครงสร้างธุรกิจที่หลากหลายและความแข็งแกร่งของกลุ่มธนาคารในด้านการเชื่อมโยงระดับภูมิภาค

‘รายย่อย’ กำไรเพิ่มขึ้น 11%

ธุรกิจลูกค้ารายย่อยของยูโอบีรายงานกำไรก่อนหักภาษี 1.1 พันล้านเหรียญสิงคโปร์ในครึ่งปีแรกของปี 2568 เพิ่มขึ้นร้อยละ 11 ได้รับแรงหนุนจากการเติบโตของบัญชีเงินฝากกระแสรายวันและเงินฝากออมทรัพย์ ธุรกิจบริหารความมั่งคั่ง และบัตรเครดิต ช่วยชดเชยแรงกดดันจากอัตราดอกเบี้ยที่ลดลงและการแข่งขันในตลาด เงินฝากของลูกค้ารายย่อยทะลุระดับ 200 พันล้านเหรียญสิงคโปร์เป็นครั้งแรก สะท้อนถึงการเติบโตอย่างต่อเนื่องของบัญชีเงินฝากกระแสรายวันและเงินฝากออมทรัพย์

รายได้จากบริหารความมั่งคั่งเพิ่มขึ้นร้อยละ 15 โดยได้รับแรงหนุนจากการที่ลูกค้านำเงินฝากไปลงทุนในสินทรัพย์ภายใต้การบริหาร (AUM) กลุ่มลูกค้ามูลค่าสินทรัพย์สูงยังคงสร้างแรงส่ง โดยมีเงินใหม่ไหลเข้าสุทธิ 3 พันล้านเหรียญสิงคโปร์ในไตรมาสที่สองของปี 2568

รายได้จากบัตรเครดิตเพิ่มขึ้นร้อยละ 5 เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า พร้อมกับการเติบโตของยอดใช้จ่ายผ่านบัตรในระดับเลขสองหลัก โดยได้รับแรงสนับสนุนจากเครือข่ายระดับภูมิภาคของกลุ่มธนาคาร ความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ และการยกระดับสิทธิประโยชน์

เดินหน้าโฟกัส ‘ค่าธรรมเนียม’ มากขึ้น

นายวี อี เชียง รองประธานกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหารของกลุ่มธนาคารยูโอบี กล่าวว่า กลุ่มธนาคารยูโอบีสามารถส่งมอบผลประกอบการที่มั่นคง โดยได้รับแรงหนุนจากธุรกิจหลักของเรา รวมถึงการเติบโตของรายได้ค่าธรรมเนียมจากฐานลูกค้าที่หลากหลาย คุณภาพของสินทรัพย์ยังคงแข็งแกร่ง และงบดุลของเรายังคงมั่นคง ด้วยระดับเงินทุนและสภาพคล่องที่ดี

ในขณะที่ภูมิทัศน์โลกกำลังเปลี่ยนผ่านสู่ระเบียบโลกใหม่ อาเซียนยังคงแสดงศักยภาพการเติบโตอย่างแข็งแกร่ง เรามั่นใจในแนวโน้มระยะยาวของภูมิภาคนี้ ซึ่งมีพื้นฐานทางเศรษฐกิจที่มั่นคง การบูรณาการระดับภูมิภาค การกระจายการค้า และการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศที่เพิ่มขึ้น ล้วนเป็นปัจจัยที่ทำให้อาเซียนพร้อมรับมือและเติบโตในเศรษฐกิจโลกที่เปลี่ยนแปลง

นายวี อี เชียง เปิดเผยเพิ่มเติมว่า หลังการเข้าซื้อกิจการของซิตี้กรุ๊ป เครือข่ายระดับภูมิภาคขยายตัวอย่างมีนัยสำคัญ โดยมีฐานลูกค้าในอาเซียนมากกว่า 8.4 ล้านราย และกำลังเดินหน้าปรับรูปแบบธุรกิจไปสู่โครงสร้างรายได้ที่หลากหลายและเน้นรายได้จากค่าธรรมเนียมให้มากยิ่งขึ้น โดยใช้จุดแข็งด้านการเชื่อมโยงและขนาดเครือข่ายระดับภูมิภาคของเรา ในฐานะผู้เล่นระยะยาว เรามุ่งมั่นที่จะสนับสนุนลูกค้าผ่านความไม่แน่นอน และลงทุนในศักยภาพเพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืน

สำหรับธนาคารยูโอบี เป็นธนาคารสัญชาติสิงคโปร์ ปัจจุบันมีเครือข่ายธุรกิจครอบคลุมประเทศจีน อินโดนีเซีย มาเลเซีย ไทย และเวียดนาม รวมถึงสาขาในอีก 19 ประเทศทั่วเอเชียแปซิฟิก ยุโรปตะวันตก และอเมริกาเหนือ รวมกว่า 470 แห่งทั่วโลก

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : UOB ครึ่งแรกปี’68 กำไรสุทธิ 2.8 พันล้านเหรียญสิงคโปร์

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...