โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

Gongdid Design เสื้อผ้าอัดพลีตที่อยู่ในวงการแฟชั่นไทยมา 10 ปี กับคอนเซ็ปต์ One size fits all ที่ใส่ได้ตั้งแต่ไซซ์ XS-XL กับการตีโจทย์ใหม่ให้ sustain ยิ่งกว่าเดิม

Mirror Thailand

อัพเดต 04 ก.ย 2568 เวลา 05.08 น. • เผยแพร่ 04 ก.ย 2568 เวลา 05.02 น.
ภาพไฮไลต์

หากนึกถึงแบรนด์เสื้อผ้าอัดพลีตของคนไทย แบรนด์ Gongdid Design คงเป็นหนึ่งในแบรนด์ที่ใครหลายคนคุ้นเคยกันอย่างดีในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา กับสไตล์ minimal casual ที่โดดเด่นด้วยเท็กซ์เจอร์การอัดพลีตที่เจ้าของอย่างพีช-วิชชา โสภณพัฒนา ตั้งใจตัดชุดที่ใช้ปริมาณผ้าโพลีเอสเตอร์ที่เยอะเป็นพิเศษ มาอัดพลีตให้ทั้งผู้ชายและผู้หญิงตั้งแต่ไซซ์ xs-xl สวมใส่ได้สบายไม่ต้องกลัวผ้าพลีตแตก เข้ากับคอนเซ็ปต์ ‘One size fits all’ ในแพตเทิร์นเรียบง่ายแต่พอได้เจอกับเท็กซ์เจอร์พลิ้วไหวก็ทำให้ซับซ้อน โรแมนติก และขี้เล่นดูมีอะไรในคราวเดียวกัน

จากความตั้งใจตลอดระยะเวลา 10 ปี แบรนด์ Gongdid Design ก็เริ่มได้รับความนิยมในตลาดต่างประเทศโดยเฉพาะกลุ่มลูกค้า สิงคโปร์ เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น ไปจนถึงตลาดยุโรป จึงก่อให้เกิดแฟล็กชิปสโตร์แห่งแรกเมื่อปี 2024 ในย่านสาทร ที่เป็นคาเฟ่สุดมินิมอลไวบ์เก๋ ทำให้เห็นถึงการเยี่ยมเยียนของลูกค้าชาติต่างๆ หรือแม้แต่สาวไทยก็นิยมพาคุณแม่หรือคู่รักมาเลือกชุดคู่กัน หรือใครที่มีแพลนไปรับอากาศหนาวเที่ยวต่างประเทศทาง Gongdid Design ก็ยังมีคอลเล็กชันฤดูหนาวที่ใส่แล้วสวยด้วยและกันหนาวได้จริง

การเติบโตในต่างประเทศ อาจเป็นอีกหนึ่งเป้าหมายสูงสุดของแบรนด์ไทยหลายแบรนด์ แต่การที่ใช้วัสดุสังเคราะห์อย่างผ้าโพลีเอสเตอร์ในตลาดที่มีความกังวลในด้านสิ่งแวดล้อมอาจจะทำให้ลูกค้าเกิดความเอ๊ะได้ จากจุดนี้จึงทำให้ Gongdid Design เล็งเห็นถึงความสำคัญ และตีความ Sustainability ในแบบของแบรนด์ ซึ่งจะมีอะไรบ้างไปอ่านกันต่อได้เลย

เมื่อแบรนด์แฟชั่นไทย อยากทำให้ยั่งยืนมากขึ้น

พีชผู้หลงใหลในเสน่ห์ของผ้าพลีตจึงเปิดแบรนด์เสื้อผ้าผ้าพลีตเพื่อหวังให้คนได้หลงใหลในสิ่งที่เธอชอบเช่นกัน ในวันนี้เธอทำสำเร็จไปหนึ่งขั้น เธอแชร์ความรู้สึกว่า “เรามีลูกค้าประจำเยอะมาก สิ่งที่ได้ยินบ่อยๆ คือ ‘ต้องมีตู้เสื้อผ้าแยกของ Gongdid แล้ว’ ‘มีแต่คนทักว่าสวยใส่ของอะไร’ หรือมีลูกค้าต่างชาติมาที่ไทยแล้วซื้อชุดกลับไปใส่ ทำให้มีคนติดต่อให้เราไปขายที่ประเทศบ้านเขา มองกลับมาที่ตลาดมือสองในไทย เราก็ยังเห็นเสื้อผ้าในคอลเลกชั่นแรกๆ ที่คนเอามาปล่อยต่อกัน ก็เป็นเครื่องยืนยันว่าเสื้อผ้าของเรามีความคงทนเหนือกาลเวลาจริงๆ”

“ถ้าถามว่าผ้าพลีตของเราพิเศษกว่าที่อื่นอย่างไร? เราใช้เนื้อผ้าที่เยอะมากค่ะ เพื่อให้ได้ฟินิชที่มีความโรแมนติก และสนุกสนาน ตอบโจทย์รูปร่างทุกไซซ์ และมีอายุท่ีคงทนใส่ได้นานเป็น 10 ปี แถมดีไซน์ก็เรียบง่ายคลาสสิก และเราก็คิดมาแล้วว่าสีสันต่างๆ ที่ออกไปก็นำมามิกซ์แอนด์แมตช์ได้ไม่รู้จบ คอลเลกชันแม้จะออกใหม่เรื่อยๆ แต่ก็ยังมีดีไซน์ในปีก่อนๆ วางขายอยู่ เช่นคอลเลกชันปี 2020 เราก็ยังมาขายจนถึงทุกวันนี้ ตัวใหม่ต่อให้เราออกมาในปี 2024 ก็สามารถนำมามิกซ์แอนด์แมตช์กันได้ตลอด นำมาเลเยอร์ทับกันได้”

แม้จะมีลายเซ็นที่เป็นเอกลักษณ์ ถึงอย่างนั้นการใช้ผ้าโพลีเอสเตอร์ก็เป็นความท้าทายของแบรนด์หากคิดไปถึงการพาแบรนด์ไปสู่ตลาดโลก เธอเล่าว่า “ในต่างประเทศ ผู้บริโภคให้ความสำคัญกับเรื่อง Sustainability อย่างจริงจัง ยกตัวอย่างตอนที่พีชไปเปิดป็อปอัพที่เวียนนา มีลูกค้าคนหนึ่งเข้ามาจับเนื้อผ้า แล้วไม่ได้ถามเลยว่าชุดนี้ราคาเท่าไหร่ แต่ถามทันทีว่า ‘ชุดนี้ทำจากวัสดุอะไร’ พอได้ยินว่าเป็นโพลีเอสเตอร์ เขาก็ปล่อยมือทันที เหตุการณ์นั้นทำให้เราเห็นชัดเลยว่า สำหรับตลาดโลก เรื่องนี้เป็นประเด็นที่ซีเรียสมากจริงๆ” พีชกล่าว

นั่นจึงเป็นการบ้านให้กับ Gongdid Design ให้กลับมาคิดหนักถึงทิศทางในอนาคต ซึ่งจากการทดลองอัดพลีตด้วยความร้อนแล้ว ผ้าโพลีเอสเตอร์ กลับเป็นผ้าที่รักษารอยพลีตได้คงทนมากที่สุด เมื่อเทียบกับเส้นใยธรรมชาติอย่างคอตตอนที่คลายตัวได้ง่าย เพราะหากชุดไม่สวยเหมือนตอนซื้อใหม่สุดท้ายแล้วก็ไม่ใช่ความยั่งยืนที่แท้จริง

“สำหรับ Gongdid Design ตอนนี้ก็อยู่ในจุดเริ่มต้น ด้วยการหาวัสดุทดแทนที่เราเล็งโพลีเอสเตอร์รีไซเคิล ซึ่งก็เป็นกระบวนการที่ท้าทายมากเลยค่ะ เพราะโพลีเอสเตอร์รีไซเคิลเมื่ออัดพลีตแล้วสวมใส่ไปนานๆ จะคลายตัว จึงทำให้ไม่มั่นใจไม่กล้าเปลี่ยน 100% แต่พีชก็ได้ใช้เวลาทดลองนานพอสมควร ซึ่งจะออกในคอลเลกชันในซีซันหน้าที่จะถึงนี้” พีชเล่าถึงโปรเจ็กต์ใหม่

ความยั่งยืนในองค์ประกอบอื่นๆ ที่ Gongdid ก็ไม่มองข้าม

ในกระบวนการอัดพลีตของ Gongdid Design มีหลายเทคนิคตั้งแต่การอัดด้วยเครื่องที่ให้ลายพลีตออกมาเท่ากันเป็นระเบียบ การอัดด้วยมือที่ให้เท็กซ์เจอร์ยับๆ ที่ดูตั้งใจแต่ไม่ได้ตั้งใจ ไปจนถึงการอัดที่ผสานทั้งสองเทคนิคเข้าด้วยกันจนกลายเป็น wavy pleat ที่มีเส้นโค้งจนกลายเป็นซิกเนเจอร์ของแบรนด์ ซึ่งการอัดแต่ละครั้งก็ต้องใช้กระดาษประกบกับผ้าเพื่อป้องกันไม่ให้ผ้าไหม้

“เวลาอัดพลีตมันจะต้องมีกระดาษที่ประกบผ้าเพื่อป้องกันไม่ให้ผ้าไหม้ ซึ่งปกติการใช้กระดาษพวกนี้มันใช้ได้ครั้งเดียวแล้วทิ้งเลย เราก็เก็บกระดาษแล้วนำมา re-use ในโอกาสต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น การนำกระดาษมาประกอบเป็นต้นคริสมาสต์กับทีมผกาสตูดิโอ เป็นของตกแต่งหรือนำมาห่อของขวัญให้กับลูกค้าในวันวาเลนไทน์” พีชเล่าและเผยว่า “ในโอกาสครบรอบ 10 ปีของ Gongdid Design ทางแบรนด์ได้ร่วมทำโปรเจกต์กับคุณพิม จงเจริญ แห่ง Teaspoon Studio โดยเป็นการต่อยอดเศษกระดาษที่เหลือจากกระบวนการอัดพลีตของแบรนด์ มาสร้างสรรค์เป็นงาน installation ศิลปะร่วมกับงานคราฟต์กระดาษ ถ่ายทอดเรื่องราวของการออกแบบที่ใส่ใจวัสดุ และการต่ออายุการใช้งานของทรัพยากร”

โดยผลงานชิ้นนี้ยังหยิบยกเอาเอกลักษณ์ของ Gongdid อย่างลาย Tartan และสินค้า Scrunchies มาตีความใหม่ในรูปแบบของกระดาษที่มีความเบา ละเอียดอ่อน และเต็มไปด้วยความสนุกในแบบฉบับของแบรนด์

ก้าวต่อไปของผ้าพลีตในวงการแฟชั่นไทย

จากจุดเริ่มต้นจากการขายเสื้อยืดปักลายที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จนก่อให้เกิดแบรนด์ผ้าพลีต Gongdid Design ตั้งแต่ปี 2015 จนถึงทุกวันนี้ บวกกับเรื่องราววัยเด็กที่เธอมักเห็นคุณแม่ใส่ผ้าพลีตที่ยังคล้องกับชื่อพีชของเธอ ทำให้เธอมีเป้าหมายในใจลึกๆ ว่า “อยากทำแบรนด์เสื้อผ้าพลีต ให้ทุกคนได้ใส่และได้รับคำชมเหมือนกับพีช ทำให้เขารู้สึกมั่นใจ พอผ่านมา 10 ปี เราก็ยังคงอยากเป็นแบรนด์เสื้อผ้าที่เสริมความมั่นใจให้กับลูกค้า ใครใส่ก็มีความสุข และมีความมั่นใจในตัวเอง เราอยากทำสิ่งนี้ต่อไป”

ตลอดเส้นทาง 10 ปีที่ผ่านมา Gongdid Design ไม่ได้เป็นเพียงแบรนด์แฟชั่นที่สร้างสรรค์เสื้อผ้าพลีตที่โดดเด่น แต่ยังเป็นพื้นที่ที่สะท้อนความสุข ความมั่นใจ และความใส่ใจในรายละเอียดให้กับผู้สวมใส่เสมอมา และแม้โลกแฟชั่นจะเปลี่ยนแปลงรวดเร็วเพียงใด Gongdid Design ก็ยังคงยืนหยัดบนเส้นทางที่เชื่อมโยงความงาม ความโรแมนติก และความยั่งยืนเข้าด้วยกัน พร้อมเดินหน้าด้วยเป้าหมายที่จะพาแบรนด์ไทยไปสู่สายตาของผู้คนทั่วโลก

บทความต้นฉบับได้ที่ : Gongdid Design เสื้อผ้าอัดพลีตที่อยู่ในวงการแฟชั่นไทยมา 10 ปี กับคอนเซ็ปต์ One size fits all ที่ใส่ได้ตั้งแต่ไซซ์ XS-XL กับการตีโจทย์ใหม่ให้ sustain ยิ่งกว่าเดิม

บทความที่เกี่ยวข้อง

ตามบทความก่อนใครได้ที่
- Website : Mirror Thailand.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...