Gongdid Design เสื้อผ้าอัดพลีตที่อยู่ในวงการแฟชั่นไทยมา 10 ปี กับคอนเซ็ปต์ One size fits all ที่ใส่ได้ตั้งแต่ไซซ์ XS-XL กับการตีโจทย์ใหม่ให้ sustain ยิ่งกว่าเดิม
หากนึกถึงแบรนด์เสื้อผ้าอัดพลีตของคนไทย แบรนด์ Gongdid Design คงเป็นหนึ่งในแบรนด์ที่ใครหลายคนคุ้นเคยกันอย่างดีในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา กับสไตล์ minimal casual ที่โดดเด่นด้วยเท็กซ์เจอร์การอัดพลีตที่เจ้าของอย่างพีช-วิชชา โสภณพัฒนา ตั้งใจตัดชุดที่ใช้ปริมาณผ้าโพลีเอสเตอร์ที่เยอะเป็นพิเศษ มาอัดพลีตให้ทั้งผู้ชายและผู้หญิงตั้งแต่ไซซ์ xs-xl สวมใส่ได้สบายไม่ต้องกลัวผ้าพลีตแตก เข้ากับคอนเซ็ปต์ ‘One size fits all’ ในแพตเทิร์นเรียบง่ายแต่พอได้เจอกับเท็กซ์เจอร์พลิ้วไหวก็ทำให้ซับซ้อน โรแมนติก และขี้เล่นดูมีอะไรในคราวเดียวกัน
จากความตั้งใจตลอดระยะเวลา 10 ปี แบรนด์ Gongdid Design ก็เริ่มได้รับความนิยมในตลาดต่างประเทศโดยเฉพาะกลุ่มลูกค้า สิงคโปร์ เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น ไปจนถึงตลาดยุโรป จึงก่อให้เกิดแฟล็กชิปสโตร์แห่งแรกเมื่อปี 2024 ในย่านสาทร ที่เป็นคาเฟ่สุดมินิมอลไวบ์เก๋ ทำให้เห็นถึงการเยี่ยมเยียนของลูกค้าชาติต่างๆ หรือแม้แต่สาวไทยก็นิยมพาคุณแม่หรือคู่รักมาเลือกชุดคู่กัน หรือใครที่มีแพลนไปรับอากาศหนาวเที่ยวต่างประเทศทาง Gongdid Design ก็ยังมีคอลเล็กชันฤดูหนาวที่ใส่แล้วสวยด้วยและกันหนาวได้จริง
การเติบโตในต่างประเทศ อาจเป็นอีกหนึ่งเป้าหมายสูงสุดของแบรนด์ไทยหลายแบรนด์ แต่การที่ใช้วัสดุสังเคราะห์อย่างผ้าโพลีเอสเตอร์ในตลาดที่มีความกังวลในด้านสิ่งแวดล้อมอาจจะทำให้ลูกค้าเกิดความเอ๊ะได้ จากจุดนี้จึงทำให้ Gongdid Design เล็งเห็นถึงความสำคัญ และตีความ Sustainability ในแบบของแบรนด์ ซึ่งจะมีอะไรบ้างไปอ่านกันต่อได้เลย
เมื่อแบรนด์แฟชั่นไทย อยากทำให้ยั่งยืนมากขึ้น
พีชผู้หลงใหลในเสน่ห์ของผ้าพลีตจึงเปิดแบรนด์เสื้อผ้าผ้าพลีตเพื่อหวังให้คนได้หลงใหลในสิ่งที่เธอชอบเช่นกัน ในวันนี้เธอทำสำเร็จไปหนึ่งขั้น เธอแชร์ความรู้สึกว่า “เรามีลูกค้าประจำเยอะมาก สิ่งที่ได้ยินบ่อยๆ คือ ‘ต้องมีตู้เสื้อผ้าแยกของ Gongdid แล้ว’ ‘มีแต่คนทักว่าสวยใส่ของอะไร’ หรือมีลูกค้าต่างชาติมาที่ไทยแล้วซื้อชุดกลับไปใส่ ทำให้มีคนติดต่อให้เราไปขายที่ประเทศบ้านเขา มองกลับมาที่ตลาดมือสองในไทย เราก็ยังเห็นเสื้อผ้าในคอลเลกชั่นแรกๆ ที่คนเอามาปล่อยต่อกัน ก็เป็นเครื่องยืนยันว่าเสื้อผ้าของเรามีความคงทนเหนือกาลเวลาจริงๆ”
“ถ้าถามว่าผ้าพลีตของเราพิเศษกว่าที่อื่นอย่างไร? เราใช้เนื้อผ้าที่เยอะมากค่ะ เพื่อให้ได้ฟินิชที่มีความโรแมนติก และสนุกสนาน ตอบโจทย์รูปร่างทุกไซซ์ และมีอายุท่ีคงทนใส่ได้นานเป็น 10 ปี แถมดีไซน์ก็เรียบง่ายคลาสสิก และเราก็คิดมาแล้วว่าสีสันต่างๆ ที่ออกไปก็นำมามิกซ์แอนด์แมตช์ได้ไม่รู้จบ คอลเลกชันแม้จะออกใหม่เรื่อยๆ แต่ก็ยังมีดีไซน์ในปีก่อนๆ วางขายอยู่ เช่นคอลเลกชันปี 2020 เราก็ยังมาขายจนถึงทุกวันนี้ ตัวใหม่ต่อให้เราออกมาในปี 2024 ก็สามารถนำมามิกซ์แอนด์แมตช์กันได้ตลอด นำมาเลเยอร์ทับกันได้”
แม้จะมีลายเซ็นที่เป็นเอกลักษณ์ ถึงอย่างนั้นการใช้ผ้าโพลีเอสเตอร์ก็เป็นความท้าทายของแบรนด์หากคิดไปถึงการพาแบรนด์ไปสู่ตลาดโลก เธอเล่าว่า “ในต่างประเทศ ผู้บริโภคให้ความสำคัญกับเรื่อง Sustainability อย่างจริงจัง ยกตัวอย่างตอนที่พีชไปเปิดป็อปอัพที่เวียนนา มีลูกค้าคนหนึ่งเข้ามาจับเนื้อผ้า แล้วไม่ได้ถามเลยว่าชุดนี้ราคาเท่าไหร่ แต่ถามทันทีว่า ‘ชุดนี้ทำจากวัสดุอะไร’ พอได้ยินว่าเป็นโพลีเอสเตอร์ เขาก็ปล่อยมือทันที เหตุการณ์นั้นทำให้เราเห็นชัดเลยว่า สำหรับตลาดโลก เรื่องนี้เป็นประเด็นที่ซีเรียสมากจริงๆ” พีชกล่าว
นั่นจึงเป็นการบ้านให้กับ Gongdid Design ให้กลับมาคิดหนักถึงทิศทางในอนาคต ซึ่งจากการทดลองอัดพลีตด้วยความร้อนแล้ว ผ้าโพลีเอสเตอร์ กลับเป็นผ้าที่รักษารอยพลีตได้คงทนมากที่สุด เมื่อเทียบกับเส้นใยธรรมชาติอย่างคอตตอนที่คลายตัวได้ง่าย เพราะหากชุดไม่สวยเหมือนตอนซื้อใหม่สุดท้ายแล้วก็ไม่ใช่ความยั่งยืนที่แท้จริง
“สำหรับ Gongdid Design ตอนนี้ก็อยู่ในจุดเริ่มต้น ด้วยการหาวัสดุทดแทนที่เราเล็งโพลีเอสเตอร์รีไซเคิล ซึ่งก็เป็นกระบวนการที่ท้าทายมากเลยค่ะ เพราะโพลีเอสเตอร์รีไซเคิลเมื่ออัดพลีตแล้วสวมใส่ไปนานๆ จะคลายตัว จึงทำให้ไม่มั่นใจไม่กล้าเปลี่ยน 100% แต่พีชก็ได้ใช้เวลาทดลองนานพอสมควร ซึ่งจะออกในคอลเลกชันในซีซันหน้าที่จะถึงนี้” พีชเล่าถึงโปรเจ็กต์ใหม่
ความยั่งยืนในองค์ประกอบอื่นๆ ที่ Gongdid ก็ไม่มองข้าม
ในกระบวนการอัดพลีตของ Gongdid Design มีหลายเทคนิคตั้งแต่การอัดด้วยเครื่องที่ให้ลายพลีตออกมาเท่ากันเป็นระเบียบ การอัดด้วยมือที่ให้เท็กซ์เจอร์ยับๆ ที่ดูตั้งใจแต่ไม่ได้ตั้งใจ ไปจนถึงการอัดที่ผสานทั้งสองเทคนิคเข้าด้วยกันจนกลายเป็น wavy pleat ที่มีเส้นโค้งจนกลายเป็นซิกเนเจอร์ของแบรนด์ ซึ่งการอัดแต่ละครั้งก็ต้องใช้กระดาษประกบกับผ้าเพื่อป้องกันไม่ให้ผ้าไหม้
“เวลาอัดพลีตมันจะต้องมีกระดาษที่ประกบผ้าเพื่อป้องกันไม่ให้ผ้าไหม้ ซึ่งปกติการใช้กระดาษพวกนี้มันใช้ได้ครั้งเดียวแล้วทิ้งเลย เราก็เก็บกระดาษแล้วนำมา re-use ในโอกาสต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น การนำกระดาษมาประกอบเป็นต้นคริสมาสต์กับทีมผกาสตูดิโอ เป็นของตกแต่งหรือนำมาห่อของขวัญให้กับลูกค้าในวันวาเลนไทน์” พีชเล่าและเผยว่า “ในโอกาสครบรอบ 10 ปีของ Gongdid Design ทางแบรนด์ได้ร่วมทำโปรเจกต์กับคุณพิม จงเจริญ แห่ง Teaspoon Studio โดยเป็นการต่อยอดเศษกระดาษที่เหลือจากกระบวนการอัดพลีตของแบรนด์ มาสร้างสรรค์เป็นงาน installation ศิลปะร่วมกับงานคราฟต์กระดาษ ถ่ายทอดเรื่องราวของการออกแบบที่ใส่ใจวัสดุ และการต่ออายุการใช้งานของทรัพยากร”
โดยผลงานชิ้นนี้ยังหยิบยกเอาเอกลักษณ์ของ Gongdid อย่างลาย Tartan และสินค้า Scrunchies มาตีความใหม่ในรูปแบบของกระดาษที่มีความเบา ละเอียดอ่อน และเต็มไปด้วยความสนุกในแบบฉบับของแบรนด์
ก้าวต่อไปของผ้าพลีตในวงการแฟชั่นไทย
จากจุดเริ่มต้นจากการขายเสื้อยืดปักลายที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จนก่อให้เกิดแบรนด์ผ้าพลีต Gongdid Design ตั้งแต่ปี 2015 จนถึงทุกวันนี้ บวกกับเรื่องราววัยเด็กที่เธอมักเห็นคุณแม่ใส่ผ้าพลีตที่ยังคล้องกับชื่อพีชของเธอ ทำให้เธอมีเป้าหมายในใจลึกๆ ว่า “อยากทำแบรนด์เสื้อผ้าพลีต ให้ทุกคนได้ใส่และได้รับคำชมเหมือนกับพีช ทำให้เขารู้สึกมั่นใจ พอผ่านมา 10 ปี เราก็ยังคงอยากเป็นแบรนด์เสื้อผ้าที่เสริมความมั่นใจให้กับลูกค้า ใครใส่ก็มีความสุข และมีความมั่นใจในตัวเอง เราอยากทำสิ่งนี้ต่อไป”
ตลอดเส้นทาง 10 ปีที่ผ่านมา Gongdid Design ไม่ได้เป็นเพียงแบรนด์แฟชั่นที่สร้างสรรค์เสื้อผ้าพลีตที่โดดเด่น แต่ยังเป็นพื้นที่ที่สะท้อนความสุข ความมั่นใจ และความใส่ใจในรายละเอียดให้กับผู้สวมใส่เสมอมา และแม้โลกแฟชั่นจะเปลี่ยนแปลงรวดเร็วเพียงใด Gongdid Design ก็ยังคงยืนหยัดบนเส้นทางที่เชื่อมโยงความงาม ความโรแมนติก และความยั่งยืนเข้าด้วยกัน พร้อมเดินหน้าด้วยเป้าหมายที่จะพาแบรนด์ไทยไปสู่สายตาของผู้คนทั่วโลก
บทความต้นฉบับได้ที่ : Gongdid Design เสื้อผ้าอัดพลีตที่อยู่ในวงการแฟชั่นไทยมา 10 ปี กับคอนเซ็ปต์ One size fits all ที่ใส่ได้ตั้งแต่ไซซ์ XS-XL กับการตีโจทย์ใหม่ให้ sustain ยิ่งกว่าเดิม
บทความที่เกี่ยวข้อง
- แนวคำถามสุดงงของนักข่าวต่อ ‘ญดา นริลญา’ หลังเปิดตัวว่าชอบผู้หญิง สะท้อนความน่าอึดอัดในอุตสาหกรรม ที่คาดหวังให้นักแสดงขายเพศสภาพเพื่อเสิร์ฟคนดู ราวกับฝีมือการแสดงจะถูกหักล้างแค่เพราะรสนิยมทางเพศไม่ถูกใจบางคน
- “ไม่น่าเป็นซีรีส์วายเลย น่าจะเป็นซีรีส์ชายหญิง” เมื่อความแมสของ ‘เขมจิราต้องรอด’ ทำให้เห็นว่า ผู้ชมบางส่วนยังมีอคติต่อซีรีส์วาย สู่คำถามที่ว่า ทำไมพล็อตที่ดีต้องถูกจำกัดแค่ซีรีส์ชายหญิง
- พูดคุยกับ Victoria Reynolds นักอัญมณีวิทยาหญิงคนแรกของ Tiffany & Co. ถึงตำนานเพชรที่ข้ามกาลเวลา จากจอเงินถึงพรมแดง สู่พลังของผู้หญิง
ตามบทความก่อนใครได้ที่
- Website : Mirror Thailand.com