โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไมค์ พิรัชต์ เปิดธุรกิจร้านอาหาร สอนน้องแม็กซ์เวลล์ รู้คุณค่าของเงิน

Khaosod

อัพเดต 02 ต.ค. 2568 เวลา 08.39 น. • เผยแพร่ 02 ต.ค. 2568 เวลา 07.31 น.

ไมค์ พิรัชต์ เปิดธุรกิจร้านอาหาร แปลกใหม่ไม่ซ้ำใคร หวังเป็นแลนด์มาร์กของไทย - สอนน้องแม็กซ์เวลล์ รู้คุณค่าของเงิน ทุกอย่างไม่ได้มาง่าย

เปิดธุรกิจร้านอาหารที่ไทยเป็นครั้งแรก สำหรับนักร้องนักแสดงหนุ่ม ไมค์-พิรัชต์ นิธิไพศาลกุล หลังอยู่ในแวดวงธุรกิจร้านอาหารมานานกว่า 5 ปี ซึ่งมีร้านอาหารที่ประเทศจีนถึง 10 สาขา ด้วยแพชชั่นที่ชอบทำอาหาร ทำให้หนุ่มไมค์ ตัดสินใจเปิดร้าน Mazu.BKK สไตล์ Japanese Fusion ย่านเลียบทางด่วน รามอินทรา

ล่าสุด ไมค์ พิรัชต์ แกรนด์โอเพ่นนิ่งอย่างเป็นทางการ พร้อมให้สัมภาษณ์ถึงแพชชั่นในการทำธุรกิจร้านอาหารที่ดีไซน์ออกแบบไอเดียตกแต่งร้านด้วยตัวเอง มีสไตล์ที่แปลกใหม่ไม่ซ้ำใคร ตั้งเป้าให้เป็นแลนด์มาร์กของประเทศไทย

พร้อมกันนี้ หนุ่มไมค์ เผยถึงเรื่องที่สอน น้องแม็กซ์เวลล์ ให้รู้จักคุณค่าของเงิน เพราะตนหาเงินเองตั้งแต่เด็ก ไม่อยากให้ลูกรู้สึกว่าทุกอย่างได้มาง่าย อีกทั้งมีค่าเทอม ค่าใช้จ่ายหลายอย่างที่ต้องรับผิดชอบ ทำให้หนุ่มไมค์ต้องโฟกัสทำงานหนักมากขึ้น

โดย ไมค์ เผยว่า “เปิดร้านเป็นทางการ ร้านชื่อว่า Mazu ผมดีไซน์เองทั้งหมด ข้างนอกจะเป็นเหมือนประตูที่พาทุกคนมาสู่โลกใต้พิภพ คอนเซ็ปต์ของร้าน ด้วยความที่ผมเป็นคนชอบกินอาหารอยู่แล้ว ผมชอบไปตามร้านต่างๆ ทั่วโลก ผมรู้สึกว่าการกินอาหารมันไม่ใช่แค่การกินอย่างเดียว แต่มันคือประสบการณ์มากกว่า การที่เราได้ประสบการณ์ความสนุกตั้งแต่ก่อนเข้าประตู เวลาเข้าหน้าประตูเข้าเองไม่ได้นะครับ ผมเช็ตระบบประตูเซ็นเซอร์ให้มันล็อกไว้ ต้องได้รับเทียนนำทางก่อน มีกิมมิก ความรู้สึกมันก็จะเหมือนเวลาเราไปดิสนีย์แลนด์ มีคนต้อนรับอยู่ข้างหน้า รับเทียนนำทาง แล้วจะเปิดประตูให้เรา เข้ามาข้างในร้านจะเห็นแบ็กกราว์ข้างหลังเป็นไฟสีม่วง

ซึ่งอาหารจะเป็นแนว Japanese Fusion ผมเป็นคนชอบกินอาหารญี่ปุ่นอยู่แล้ว อยากจะให้มีความผสมผสานระหว่างความอยากและความต้องการของผมเองมากกว่า คือผมต้องการทำอาหารที่คนกินเข้าไปแล้วอร่อย แล้วมีกิมมิกในการกิน เมนูทุกอย่างผมช่วยกับทีมเชฟดีไซน์ด้วยกัน ก็เทสต์กันมานานตั้งแต่ต้นปีแล้ว

สไตล์ของเรา Fine Dining จะมีจานที่วางขนมปังไส้ชีส ร้านนี้จะถ่ายรูปสวยมาก มันเป็นกระจก ถ่ายรูปแล้วเห็นตัวเองอยู่ในกระจกเป็นคอนเซ็ปต์เหมือนสะท้อน ดีไซน์ของจานทุกอย่างแปลกใหม่ เราเอามามิกแอนด์แมตซ์

คือด้วยความที่ว่าคอนเซ็ปต์มันเป็น underworld มีมุมถ่ายรูปเยอะ ไอเดียนี้ผมออกแบบเองหมดเลย เป็นคนชอบสีดำอยู่แล้วด้วย เสื้อผ้าที่เราใส่จะใส่สีดำอยู่ตลอด ก็เลยทำร้านเป็นสีดำ เป็นดีไซน์ที่ไกล้เคียงบ้านของผมด้วย ก็เอาดีไซน์ของที่บ้านมาใช้ที่ร้านด้วย ก็จะเป็นเรื่องหิน มีไฟ ให้คนที่เข้ามาในร้านรู้สึกว่าเข้ามาในอีกโลกหนึ่ง

ลงทุนคนเดียวหรือมีหุ้นส่วน ไม่คนเดียว มีหุ้นด้วยครับ ตัวเลขหรอครับ ก็ทุ่มสุดตัวอยู่ครับ ก็ทุ่มประมาณหนึ่ง (เกิน 7 หลัก?) (พยักหน้า) นั่นแหละครับลงทุนเราก็ตั้งใจมากกับการตกแต่งร้าน คิดเรื่องสูตรเมนูอาหาร

คาดหวังอย่างไร กับธุรกิจร้านอาหาร? “จริงๆ ผมอยู่ Food and Beverage มาประมาณ 5 ปีแล้วครับ แต่เพียงแค่ผมไม่ได้บอกใคร ผมมีร้านอาหารอยู่ที่ประเทศจีนด้วย ประมาณ 10 สาขา มีอยู่แล้วแต่ว่าเราไม่เคยบอกใคร เพราะผมก็แยกว่าธุรกิจก็คือธุรกิจก็บริหารไป ที่นี่เป็นที่แรกที่เปิดที่ประเทศไทย”

มีประสบการณ์ทำธุรกิจร้านอาหารอยู่แล้ว? “ก็เป็น investment ครับ ที่สนใจด้านนี้ ผมเป็นคนชอบทำอาหารอยู่แล้ว แต่คนไม่รู้ ผมทำอาหารบ่อย มีคนบอกว่าพี่ทำอาหารอร่อย ทำไมถึงไม่เปิดร้านอาหาร ผมก็เลยลองดู ไม่เคยทำในไทยด้วย ก็อยากจะลองมีร้านอาหารของตัวเองในไทย ที่นี่มันไม่ได้เป็นแค่ Fine Dining มันเป็น Fine Dining and Bar ด้วย ซึ่งเราสามารถเสิร์ฟแอลกอฮอล์ต่างๆ เรามีเปิด 2 รอบ คือ 17.00 น. จุได้ 17 คน รอบที่สองตอน 19.30 น. หลังจากนั้นจะนั่งยาวก็ได้ อยากจะดื่มต่อก็ยาวถึงเที่ยงคืนเลย จริงๆ ซิกเนเจอร์แทบจะทุกเมนู อร่อยทุกเมนูครับ ที่ผมเห็นว่าคนมาแล้วชอบที่สุด ตัวนี้เพราะว่าถ่ายรูปสวยมันเป็นคอนเซ็ปต์กิมมิกที่ไม่ค่อยเห็นที่ไหนมีเท่าไหร่ จริงๆ ไม่มีเลยมากกว่า ก็ส่องกระจกดูหน้าตัวเองได้ ถ่ายรูปโอเคหรือยัง ตั้งแต่ทำธุรกิจร้านอาหาร มีปัญหาอะไรที่เราต้องจัดการไม่ให้เกิดขึ้นผมคิดว่าทำธุรกิจทุกเรื่องมันมีปัญหาของตัวมันเองอยู่แล้ว ก็เป็นปกติที่จะเกิดปัญหา ส่วนใหญ่ในเรื่องของการบริหารการจัดการงานเบื้องหลังมากกว่า แต่เรื่องตัวอาหารผมไม่ค่อยห่วงเท่าไหร่”

มีคนบ่นเรื่องเศรษฐกิจไม่ดี เราเตรียมตั้งรับอย่างไร? “สวนกระแสไงครับ ผมคิดว่ามันขึ้นอยู่กับว่าในเศรษฐกิจที่ไม่ดีเราเห็นโอกาสอะไรมากกว่า ในทุกวิกฤตมันมีโอกาสอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นเราแค่ต้องหาโอกาสในทุกวิกฤตครับ ถามว่ามั่นใจมั้ย เราก็ต้องมั่นใจประมาณหนึ่งที่จะเปิดขนาดนี้ คิดว่ามันก็เป็นเรื่องของการบริหารจัดการ ดวงก็ส่วนหนึ่ง การตลาดก็ส่วนหนึ่ง ทุกอย่างมันรวมกัน ผมคิดว่ามันไม่ได้มีหลักสูตรตายตัวว่าจะประสบความสำเร็จยังไง แต่ว่าส่วนหนึ่งมันมาจากแพชชั่นด้วย เราอยากจะทำอาหารให้คนกินแล้วรู้สึกไม่ได้แค่อร่อยอย่างเดียว พอกลับไปแล้วรู้สึกว่ามันสนุกมีประสบการณ์ อย่างเพลงก็เป็นเพลงที่เราทางร้านทำขึ้นมาเองทั้งหมดด้วย เป็นร้านที่เปิดเพลงเซ็กซี่บรรยากาศดีๆ ตัวผมไม่ได้เข้ามาร้านทุกวัน ผมดูแลภาพรวมใหญ่มากกว่า ส่วนใหญ่จะดูแลเน้นเรื่องเริ่มต้นดีไซน์ร้าน อินทีเรียต่างๆ อุปกรณ์ที่ใช่จานชานช้อนส้อม แล้วก็จะเป็นเรื่องของอาหาร ดีไซน์อาหาร”

เล็งขยายสาขาต่อไปมั้ย? “เราเปิดแค่ที่เดียวพอดีกว่า เราเปิดที่เดียวให้เกิด demand supply มีน้อย demand มันจะสูง เพราะว่าจริงๆ ตอนนี้เจ้าของร้านจะจอง 2 รอบแล้ว ผมจองไม่ได้ ก่อนวันแถลงข่าว ผมเปิดให้กับเพื่อนๆ pre opening ไปแล้ว กับคนรอบข้างกันเอง มีการโปรโมตไปแล้ว มีลูกค้าแล้ว วันก่อนผมจะจองให้เพื่อน จองไปแล้วรอบหนึ่งไม่สำเร็จ ขอย้ายวันได้มั้ย พอจองอีกรอบหนึ่งไม่สำเร็จ นี่รอบสามผมไม่รู้ว่าจะสำเร็จหรือเปล่า(หัวเราะ) คือมันค่อนข้างที่จะจองยากด้วย”

มองเป้าหมายไว้อย่างไร การทำร้านอาหารครั้งนี้ อยากจะคืนทุนสักกี่ปี? “เนี่ย เดือนหน้าก็คืนทุนแล้ว (หัวเราะ) ล้อเล่นๆ จริงๆ ไม่ได้มองเรื่องนั้นไว้หรอกครับ คือเป็นพาร์ตของคนอื่นมากกว่าที่ดูฝั่ง business ส่วนตัวผมรู้สึกว่าที่ผมทำร้านนี้ทำไมถึงเป็นรูปทรงแบบนี้ อาหารแบบนี้ ผมมองว่ามันไม่ใช่แค่ร้านอาหาร ผมอยากทำให้มันเป็นเหมือนกับแลนด์มาร์กที่หนึ่งของประเทศไทย ที่เวลาคนต่างชาติเขาเสิร์ชว่ามาประเทศไทยแล้วควรจะต้องมาที่ไหน เป็นแลนด์มาร์ก ก็จะต้องเจอร้านของเรา มันก็จะช่วยแบบว่าคนอยากมาท่องเที่ยวประเทศไทย เขาก็จะรู้ว่าต้องมาร้านนี้ ถ้าอยากได้ประสบการณ์แบบนี้”

ดารากับการทำธุรกิจ หลายคนกลัวเรื่องราคา? “กลัวว่าราคาสูงหรอ ร้านผมจับต้องได้ง่ายมากเลย ตอนนี้เรามี 2 คอร์ส คอร์สแรกคือ 3,900 อีกคอร์สหนึ่งคือ 5,900 ซึ่งเป็นราคาที่จับต้องได้และถือว่าถูกมากๆ ในหมวดหมู่ Fine Dining ในอนาคตเราก็จะมีคอร์สอื่นๆ อีก คอร์สหมื่น แต่โอเคเรามีคอร์สต่ำสุดคือ 3,900 แต่ผมบอกได้เลยว่าวัตถุดิบที่เราใช้คัดสรรมาอย่างดีจากทั่วทุกมุมโลก คุณภาพอาหารอร่อยแน่นอน ราคาสามารถซื้อได้จับต้องได้ครับ”

นอกจากโหมดนักธุรกิจ ในโหมดคุณพ่อพาน้องแม็กซ์เวลล์ไปเที่ยว? “รูปเก่าครับ ผมดองรูปค่อนข้างเยอะครับ ช่วงนี้แบ่งเวลาไม่ค่อยได้เท่าไหร่ นอกจากร้านอาหารผมทำอย่างอื่นอีกด้วยหลายๆ อย่าง ไม่ว่าจะเป็นบริษัทโปรดักชั่นของตัวเองก็ยังมีดำเนินการอยู่เรื่อยๆ มีธุรกิจส่วนตัวในประเทศอื่นๆ อีกด้วย จริงๆ ช่วงนี้ก็โฟกัสบริษัทโปรดักชั่น นอน 7 โมงเช้าทุกวันเลย คุยเรื่องบทรายละเอียดเบื้องหลัง ประมาณเดือนพฤศจิกายนก็ต้องบินไปดูโลเกชั่นที่ต่างประเทศด้วย”

ลูกบ่นมั้ย ไม่ได้เจอหน้านานแล้ว? “ทักกันเรื่อยๆ ครับ ส่วนใหญ่จะทักมาขอโรบอต ไม่สปอยล์ครับ ผมบอกว่าหาเงินยาก ก็จะมีการต่อรองกันนิดหน่อย เขาบอกขอ 20,000 ผมบอกไม่ได้ เยอะไป เอาให้ 10,000 แล้วเขาก็บอกว่าอยากจะเอา 5,000 ไปให้เพื่อน เขาเป็นคนชอบเปย์เพื่อน ได้จากพ่อแหละ(หัวเราะ) ผมก็จะสอนเขา พอเขาขอเยอะๆ เขาบอกว่าจะขอ 5,000 ไปแบ่งเพื่อน ผมก็บอกว่า 20,000 จะเยอะไปสำหรับคริสต์มาส ผมให้แค่ 10,000 พอ แล้วคุณแบ่งครึ่งกับเพื่อนคุณอะไรก็ว่าไป เขาเข้าใจง่ายเพราะผมเป็นคนเกริ่นเรื่องนี้มาตั้งแต่เขาตัวเล็กๆ แล้ว เวลาเขาขออะไร เราก็ให้บ้าง รอบนี้ไม่ให้ เราก็ให้เหตุผลว่าเพราะอะไร”

สอนเรื่องการใช้เงิน ปลูกฝังวินัยทางการเงินให้กับลูก? “ใช่ เพราะเราเป็นคนหาเงินเองตั้งแต่เด็กด้วย เราก็ไม่อยากให้เขารู้สึกว่าทุกอย่างมันได้มาง่ายจนเกินไป ไม่งั้นในอนาคตถ้าเขาเจอความลำบากในชีวิตมันก็ไม่สามารถจะรับมือด้วยตัวเองได้”

พ่อแม่หลายๆ บ้านจะบ่นเรื่องค่าใช้จ่าย ค่าเทอม ไมค์สัมผัสโมเมนต์นั้นมาหรือยัง? “ผมสัมผัสเรื่องนี้มานานแล้วครับ (หัวเราะ) แล้วก็ยังสัมผัสอยู่จนถึงทุกวันนี้ ก็ไม่ได้มีอะไรเปลี่ยนไป ก็แค่ต้องทำงานและโฟกัสกับงานไปเรื่อย ๆ ทำงานให้หนักขึ้น แล้วก็ลงทุนให้เยอะขึ้น”

เป็นเหตุผลที่ทำให้ไมค์ทำอะไรหลายๆ อย่างจนไม่มีเวลาเลย? “ใช่ๆ เพราะว่าเรามีเรื่องที่ต้องรับผิดชอบค่อนข้างเยอะ ค่าใช้จ่ายเยอะ คือเห็นผมทำเยอะ ผมไม่ได้เก็บเงินไว้ไหนนะ เงินไว้ในอดีตในความทรงจำหมดครับ เงินเข้ามาปุ๊บ มันก็ไหลไปเลย ชีวิตทุกวันนี้รู้สึกเป็นอย่างนี้ครับ ได้แตะมือนิดนึง เข้ามาปุ๊บแล้วเด้งออกเลย มันมีรายจ่ายรออยู่อยู่แล้ว เป็นรายจ่ายค่อนข้างเยอะ พอเทียบกับรายรับมันก็บาลานซ์ เข้าแล้วออก เข้ามาออกไป แต่ส่วนใหญ่ก็ออกมาเปลี่ยนเป็นลงทุนบ้าง”

มีเวลาดูแลตัวเองมั้ย ที่บอกว่านอน 7 โมงเช้า? “ช่วงนี้ไม่ค่อยครับ มีคนรอบข้างบอกอยู่เหมือนกันถ้าเป็นมนุษย์คนอื่นก็คงตุยไปแล้วแหละถ้าใช้ชีวิตแบบผม นอน 8 โมงเช้าแล้วตื่นเที่ยง พอตื่นมาต้องเคลียร์งานต่อ ผมทำงานแบบนี้มาตั้งแต่เด็กๆ ก็เลยชิน ต่อให้ตอนนี้อายุเยอะขึ้น ผมรู้สึกว่าก็ลุยไปอีกหน่อยเคลียร์ให้จบๆ ดีกว่า เป็นคนไม่ชอบใช้ชีวิตที่แบบแต่ละวันต้องมานั่งกังวลหรือมีความเครียด อยากจะเคลียร์ๆ ให้จบๆ แล้วก็ไปดูแลรักษาร่างกายทีเดียว”

ร่างกายเริ่มมีเอฟเฟ็กต์อะไรมั้ย? “ไม่มีเอฟเฟ็กต์อะไรเลยครับ ตอนนี้เริ่มรู้สึกว่าตัวเองไม่ใช่คนเข้าไปทุกวัน (หัวเราะ) เป็นแวมไพร์ แต่จริงๆ คือยิ่งนอนดึกเหมือนยิ่งหน้าเด็กลง ไม่รู้ทำไม (ไปฉีดหน้า?) ไม่หรอกครับหาหมอก็ยังไม่มีเวลาไปหาเหมือนกัน คิดถึงหมอ ยังไม่ป่วยครับ คนรอบข้างป่วยเรียบร้อยแล้ว แต่ผมที่อยู่ในแวดวงไม่ได้เป็นอะไรเลย ก็ประหลาดดีเหมือนกัน หรือจริงๆ เราอาจจะตุยไปแล้วไม่รู้ตัว อันนี้กายหยาบ”

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ไมค์ พิรัชต์ เปิดธุรกิจร้านอาหาร สอนน้องแม็กซ์เวลล์ รู้คุณค่าของเงิน

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...