โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เอส กันตพงศ์ ขอโทษที่ทำให้เข้าใจผิด หลังโพสต์จดหมายถึงคนที่รัก - ยันไม่ได้มีปัญหาชีวิต

Khaosod

อัพเดต 02 ต.ค. 2568 เวลา 09.05 น. • เผยแพร่ 02 ต.ค. 2568 เวลา 08.47 น.

เอส กันตพงศ์ ขอโทษที่ทำให้เข้าใจผิด หลังโพสต์จดหมายถึงคนที่รัก - ยันไม่ได้มีปัญหาชีวิต เผยเตรียมพร้อมเรื่องความตายเสมอ

ทำเอาตกใจกันเลยทีเดียว เมื่อนักแสดงหนุ่มเอส กันตพงศ์ บำรุงรักษ์ ได้เขียน “จดหมายถึงคนที่ผมรัก” เพราะการจากลานั้นไม่แน่นอน ผ่านทางเฟซบุ๊กส่วนตัว จนหลายคนเป็นห่วงว่านี่จะเป็นจดหมายลาหรือเปล่า?!

ล่าสุดวันที่ 2 ต.ค.2568 มีโอกาสเจอ เอส กันตพงศ์ ในงานแถลงข่าวเปิดตัวซีรีส์โรแมนติก-แฟนตาซี “รักสาปสูญ” ที่ โรงภาพยนตร์ ONE BANGKOK ชั้น 5 ZONE PARADE เจ้าตัวได้เปิดใจที่มาของจดหมายดังกล่าว ยืนยันไม่ได้มีปัญหาชีวิต แต่ปกติเป็นคนที่เตรียมตัวก่อนตายอยู่แล้ว ก่อนจะขอโทษที่ทำให้ทุกคนเข้าใจผิด

ถามเรื่องที่โพสต์จดหมายล่าสุด? “อ๋อ…ทุกคนตกใจมากเลยความจริงมันเป็นการรณรงค์ของวันหัวใจโลก(29ก.ย.68) พอดีทางงานอยากให้ผมช่วยรณรงค์ให้คนตระหนักถึงความสำคัญว่าหัวใจสามารถวายเฉียบพลันได้(SCA) คือเป็นโครงการที่เราจะช่วยประชาสัมพันธ์ด้วยข้อความ เลยจะมีข้อความที่เขียนเหมือนเป็นความในใจเพื่อให้ทุกคนไม่ประมาท

แล้วก็พอดีกับอีกโครงการหนึ่งที่ผมกำลังจะไปเป็นวิทยากรเรื่องการเตรียมตัวตายก่อนตาย ซึ่งอันนี้เป็นสิ่งที่ท่านพุทธทาสภิกขุเคยพูดไว้ตั้งนานแล้ว ผมเห็นว่ามันสอดคล้องกันพอดีเลยรู้สึกว่าเป็นสิ่งที่อยากจะแบ่งปันความรู้ให้ทุกคนตระหนักถึงสิ่งนี้ว่ามันจะเกิดขึ้นเมื่อไหร่ก็ได้”

หลายคนอ่านแล้วนึกว่าเป็นจดหมายลา? “จะเรียกว่าจดหมายลาไหม ถ้าเอาเรื่องจริงผมเป็นคนที่ชอบเขียนอะไรแบบนี้อยู่แล้ว แต่ไม่เคยโพสต์ ผมชอบเขียนถามตัวเองว่าถ้าสมมติวันนี้ผมตายอะไรที่ยังไม่ได้ทำ แล้วมันจะเหมือนเป็นสิ่งที่ทำให้เรารู้ว่าอันนี้ยกเลิกดีกว่าหรืออันนี้ควรทำ ซึ่งจะทำให้เราจัดสรรเวลาชีวิตได้ดีขึ้น”

ยืนยันไม่ได้มีปัญหาอะไรในชีวิต? “ไม่ได้มีปัญหาอะไรครับ เรียกว่าแบ่งปันให้คนปลงมากขึ้น อยากให้คนรู้สึกไม่ต้องยึดติดกับตัวตน ที่ผมเขียนจะมีช่วงหนึ่งบอกว่าอยากให้ใช้ชีวิตโดยไม่ยึดติด แน่นอนว่ายังเป็นมนุษย์อยู่มีชีวิตทางโลก งานการทุกอย่างต้องทำหาเงิน แต่ว่าถ้ายิ่งยึดติดจะยิ่งทุกข์ อย่างผมเองเข้าโรงพยาบาลอีกหลายรอบแต่ไม่ได้เป็นข่าว ผมอ่านแต่หนังสือธรรมะ ตอนนอนร่างกายรู้สึกเจ็บแต่ก็เตรียมตัวว่าถ้ามันจะไปก็ต้องไปทุกเมื่อ อันนี้เลยเป็นข้อดีว่าถ้าจังหวะที่เราจะไปแล้วเรามีสติกับตัวเองมันจะทำให้เราเครียดน้อยลง ส่วนหนึ่งเป็นเพราะว่าเราเคยเฉียดกับความตายมาด้วย แต่ผมเป็นคนชอบเตรียมตัวอย่างนี้อยู่แล้ว”

ตกใจไหมหลายคนฮือฮาและเป็นห่วงกับสิ่งที่เราโพสต์? “ตกใจมากโทรศัพท์ผม 100 กว่าข้อความ ตอบไม่ทันเลย ต้องขอบคุณทุกกำลังใจและความห่วงใยมากๆ ที่สำคัญต้องขอโทษด้วยหากทำให้ใครเข้าใจผิดไป รู้สึกเกรงใจมากๆ ผมไม่ได้มีอะไรที่อยากให้ทุกคนเข้าใจผิดจริงๆ”

หลายคนเอาไปโยงกับเรื่องครอบครัว? “ไม่น่าจะใช่นะครับ เพราะกิจกรรมกับลูกตอนนี้เยอะมากแต่ไม่ค่อยได้โพสต์ ผมก็ยังเป็นคุณพ่อเหมือนเดิมและยังเป็นอยู่จนกว่าจะจากโลกนี้ไป ในส่วนของเขาก็ทำหน้าที่คุณแม่ของลูกเช่นกัน ส่วนที่หลายคนถามถึงเหตุผลว่ามันเกิดอะไรขึ้นระหว่างผมกับอดีตภรรยา อันนี้ผมไม่ทราบจริงๆ ต้องถามเขาดีกว่า

แต่ในเมื่อชีวิตคู่มันคือคนสองคน ถ้าอีกคนหนึ่งตัดสินใจยังไงเราก็ต้องเคารพ เพราะผมไม่ชอบขัดคนอื่น อีกอย่างบางคำถามเราถามไปต่อให้เราได้หรือไม่ได้คำตอบก็ไม่อยากจะไปกดดันเพื่อให้ได้คำตอบ ผมเป็นคนไม่ชอบถามใครเกิน 2 ครั้ง ถ้าถามเกิน 2 ครั้งไม่ได้คำตอบก็คือไม่ถามอีกเลย

ลูกสาวตอนนี้เป็นยังไงบ้าง? “ตอนนี้ลูกสาวเป็นคนที่ต่อรองเก่ง แล้วผมก็เริ่มให้ลูกหัดขายของ ลองเป็นแม่ครัวทำอาหาร แล้วก็รับโทรศัพท์ลูกค้าแต่คือเป็นเกมนะครับ ซึ่งตอนนี้แบงค์ 20 เต็มกระเป๋าเขาแล้ว เวลาที่ผมอยากทดสอบอยากจะรู้ว่าเขาเป็นคนที่มีจิตใต้สำนึกยังไง ถ้าเป็นคุณปู่คุณย่าสั่งของเขาไม่คิดเงินเลย คุณพ่อสั่งก็ไม่เก็บเงิน แต่ถ้าเป็นคุณป้าคุณลุงเขาจะเก็บเงิน แล้วสิ่งหนึ่งที่ผมรู้สึกก็คือรู้สึกว่าเขาจะฉลาดกว่าพ่อ อันนี้คือความภูมิใจของผมเลย”

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เอส กันตพงศ์ ขอโทษที่ทำให้เข้าใจผิด หลังโพสต์จดหมายถึงคนที่รัก - ยันไม่ได้มีปัญหาชีวิต

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...