โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

Intel เตือน! รัฐบาลทรัมป์เข้าถือหุ้น 10% เสี่ยงกระทบยอดขายต่างประเทศ หุ้นถูกลดมูลค่า

กรุงเทพธุรกิจ

อัพเดต 26 ส.ค. 2568 เวลา 01.33 น. • เผยแพร่ 26 ส.ค. 2568 เวลา 03.30 น.

สำนักข่าวรอยเตอร์สรายงานว่า “อินเทล” (Intel) บริษัทผลิตชิปชั้นนำของสหรัฐ ออกโรงเตือนว่า การที่รัฐบาลสหรัฐ “เข้าถือหุ้น 9.9%” ใน Intel อาจก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อธุรกิจ ตั้งแต่การกระทบยอดขายในต่างประเทศ ไปจนถึงการจำกัดความสามารถในการเข้าถึงเงินอุดหนุนจากรัฐบาลประเทศอื่นในอนาคต

บริษัทได้ระบุปัจจัยเสี่ยงใหม่ไว้ในเอกสารที่ยื่นต่อหน่วยงานกำกับดูแลหลักทรัพย์ ภายหลังจากที่รัฐบาลตัดสินใจแปลงเงินอุดหนุนจำนวน 11,000 ล้านดอลลาร์ หรือราว 3.5 แสนล้านบาท ให้กลายเป็นการถือหุ้นในอินเทลแทน ซึ่งนับเป็น “การแทรกแซงกิจการเอกชนครั้งใหญ่” ล่าสุดของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์

นอกจากนี้ลิป-บู ตัน ซีอีโอของอินเทล กล่าวในวิดีโอที่กระทรวงพาณิชย์สหรัฐเผยแพร่เมื่อวันจันทร์ว่า บริษัทไม่ได้จำเป็นต้องใช้เงินสนับสนุนจากรัฐบาล

“ผมไม่ต้องการเงินอุดหนุน” ตัน กล่าว “แต่ผมตั้งตารออย่างมากที่จะให้รัฐบาลสหรัฐเข้ามาเป็นผู้ถือหุ้นของเรา”

อย่างไรก็ตาม เอกสารที่อินเทลยื่นต่อหน่วยงานกำกับดูแล ได้สร้างข้อกังวลเกี่ยวกับการลงทุนของรัฐบาลสหรัฐ โดยอินเทลชี้ว่า ยังไม่แน่ชัดว่าข้อตกลงนี้อาจทำให้หน่วยงานรัฐบาลอื่นๆ พยายามเปลี่ยน “เงินอุดหนุน” ที่มีอยู่แล้วให้กลายเป็น “การถือหุ้น” ด้วยหรือไม่ หรืออาจทำให้พวกเขาไม่เต็มใจที่จะสนับสนุนเงินอุดหนุนใหม่ในอนาคต

สำหรับหุ้นอินเทลที่จะถูกซื้อครั้งนี้ ใช้จากเงินอุดหนุนที่ยังไม่ได้จ่าย 5,700 ล้านดอลลาร์ หรือราว 1.8 แสนล้านบาท ภายใต้กฎหมาย CHIPS and Science Act ปี 2022 และอีก 3,200 ล้านดอลลาร์ หรือราว 1 แสนล้านบาท ที่เคยอนุมัติให้อินเทลสำหรับโครงการ Secure Enclave เมื่อปีที่แล้วในสมัยประธานาธิบดีโจ ไบเดน

ตามเอกสารที่อินเทลยื่น ระบุว่า “ภายใต้ขอบเขตสูงสุดที่กฎหมายที่เกี่ยวข้องอนุญาต” ภาระผูกพันของอินเทลภายใต้กฎหมาย CHIPS Act จะถือว่า ได้รับการปลดเปลื้องแล้ว ยกเว้นโครงการ Secure Enclave

เอกสารยังระบุด้วยว่า ธุรกิจของ Intel นอกสหรัฐ อาจได้รับผลกระทบจากการที่รัฐบาลสหรัฐเข้ามาเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ เนื่องจากอาจทำให้บริษัทต้องอยู่ภายใต้กฎระเบียบหรือข้อจำกัดเพิ่มเติม เช่น กฎหมายอุดหนุนต่างชาติของประเทศอื่นๆ

ทั้งนี้ ยอดขายนอกสหรัฐ คิดเป็นสัดส่วน “76% ของรายได้ทั้งหมด” ในปีที่แล้ว โดยเฉพาะรายได้จากจีนที่มีสัดส่วนถึง 29% ของรายได้รวม

ข้อตกลงระหว่างทรัมป์กับอินเทลเกิดขึ้นภายหลังที่ตันได้เข้าพบประธานาธิบดี ซึ่งก่อนหน้านั้นทรัมป์เคยเรียกร้องให้ตันลาออก เนื่องจากความสัมพันธ์ของเขากับบริษัทยักษ์ใหญ่จากจีน

บริษัทระบุเพิ่มเติมว่า หุ้นที่จะออกให้แก่รัฐบาลสหรัฐในราคาที่ “ต่ำกว่าราคาตลาดปัจจุบัน” จะส่งผลให้มูลค่าหุ้นของผู้ถือหุ้นเดิมถูกลดลง

ทั้งนี้ รัฐบาลสหรัฐกำลังเข้าซื้อหุ้นอินเทลในราคาที่ต่ำกว่าราคาปิดเมื่อวันศุกร์ 4 ดอลลาร์ต่อหุ้น ซึ่งขณะนั้นอยู่ที่ 24.80 ดอลลาร์ต่อหุ้น ขณะที่ราคาหุ้นอินเทลปรับตัวขึ้น 2% ในการซื้อขายช่วงเช้าวันจันทร์ แตะระดับ 25.25 ดอลลาร์ต่อหุ้น

เอกสารที่ยื่นระบุว่า อำนาจเพิ่มเติมอย่างมากของรัฐบาลในการออกกฎหมาย และกฎระเบียบที่ส่งผลกระทบต่ออินเทล อาจจำกัดความสามารถของบริษัทในการดำเนินธุรกรรมที่เป็นประโยชน์ต่อผู้ถือหุ้น

อ้างอิง: reuters

พิสูจน์อักษร….สุรีย์ ศิลาวงษ์

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...