โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

จุฬาฯ สั่งปลด 'เนติวิทย์' พ้นนายกอบจ. รับไม่ได้เชิญ 'เพนกวิน-รุ้ง-ปวิน' ไลฟ์สดงานนิสิตใหม่

MATICHON ONLINE

อัพเดต 26 ก.พ. 2565 เวลา 04.30 น. • เผยแพร่ 26 ก.พ. 2565 เวลา 04.24 น.

จุฬาฯ สั่งปลด ‘เนติวิทย์’ พ้นนายกอบจ. หลังเชิญ ‘เพนกวิน-รุ้ง-ปวิน’ ไลฟ์สดงานนิสิตใหม่

เมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ ผู้สื่อข่าวรายงานว่าองค์การบริหารสโมสรนิสิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (อบจ.) ได้ประกาศว่า จุฬาฯ ได้สั่งปลด เนติวิทย์ พ้นจากตำแหน่ง นายกอบจ.แล้ว โดยระบุว่า

“ด่วน! จุฬาฯ สั่งปลด ‘เนติวิทย์’ พ้นตำแหน่งนายกอบจ. เหตุเชิญ เพนกวิน-ปวิน-รุ้ง ไลฟ์เซอร์ไพรส์นิสิตใหม่ กิจการนิสิตระบุ ไม่แจ้งก่อน ขัดระเบียบและทำลายเกียรติมหาวิทยาลัย

ตามคำสั่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ที่ 0821/2565 เรื่อง ลงโทษตัดคะแนนความประพฤตินิสิต

สำนักบริหารกิจการนิสิตระบุว่า สืบเนื่องจากการจัดงานปฐมนิเทศนิสิตใหม่ ปีการศึกษา 2564 ที่จัดขึ้นในรูปแบบไลฟ์สด มีนิสิต 2 ราย ที่กระทำผิดวินัยนิสิต ได้แก่ นางสาวพิชชากร ฤกษ์สมพงษ์ นิสิตปริญญาตรี คณะครุศาสตร์ ผู้ดำรงตำแหน่งอุปนายกคนที่ 1 และนายเนติวิทย์ โชติภัทร์ไพศาล นิสิตปริญญาตรี คณะรัฐศาสตร์ ผู้ดำรงตำแหน่งนายกสโมสรนิสิต

โดยบรรยายความผิดของนางสาวพิชชากรไว้ว่า มีเจตนากระทำกิจกรรม “เซอไพรส์” โดยขัดต่อวัตถุประสงค์การจัดกิจกรรมของสำนักบริหารกิจการนิสิต อันได้แก่ “ให้นิสิตใหม่เกิดความประทับใจในมหาวิทยาลัย” ด้วยการนำเสนอวีดิทัศน์ของวิทยากรรับเชิญสามราย คือ คุณปวิน คุณรุ้ง และคุณเพนกวิน โดย “ไม่ได้แจ้งให้สำนักบริหารกิจการนิสิตทราบก่อน” ซึ่งในกิจกรรม “เซอร์ไพรส์” ดังกล่าว มีข้อความของคุณเพนกวินที่กล่าวเชิญชวนให้นิสิตใหม่ให้ของลับ (“แจกค_ย”) ทั้งยังมีกิริยาท่าทางและคำพูดที่สำนักบริหารกิจการนิสิตเห็นว่า “หยาบคาย”

สำนักบริหารกิจการนิสิตเห็นว่า การกระทำดังกล่าวก่อให้เกิดการแตกความสามัคคี ขัดต่อ “วัฒนธรรมและประเพณีอันดีงามของไทย” สุดท้าย การจัดกิจกรรมดังกล่าวจึงกระทบต่อชื่อเสียงเกียรติคุณของมหาวิทยาลัยอย่างร้ายแรง มีความผิดตามวินัยนิสิต ตามข้อ 6 แห่งระเบียบจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ว่าด้วยวินัยนิสิต ปี พ.ศ. 2527 และฐานนำขนบประเพณีหรือวิธีการอันไม่เหมาะสมแก่วัฒนธรรมไทยมาปฏิบัติ ตามข้อ 12 ของระเบียบเดียวกัน

สังเกตได้ว่า ระเบียบดังกล่าวที่ตราขึ้นเมื่อราว ๆ 40 ปีที่แล้วยังคงถูกนำมาบังคับใช้โดยไม่คำนึงถึงความเปลี่ยนแปลงของบริบทแห่งสังคมไทยแต่อย่างใด

ต่อมา สำหรับนายเนติวิทย์นั้น สำนักบริหารกิจการนิสิตบรรยายความผิดไว้ว่า ปฏิบัติหน้าที่เป็นผู้ควบคุมดูแลการดำเนินงานขององค์การบริหารสโมสรนิสิตจุฬาฯ และรู้เห็นเป็นใจกับการจัดกิจกรรม “เซอร์ไพรส์” ดังกล่าว โดยเป็นผู้ติดต่อคุณเพนกวินให้เป็นวิทยากรรับเชิญ และนายเนติวิทย์ได้โพสต์ถึงการมีกิจกรรมเซอร์ไพรส์ดังกล่าวในสื่อมัลติมีเดียของตน นอกจากนั้น ยังจงใจละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ด้วยการไม่ตรวจสอบกิจกรรมที่ไม่ได้ระบุไว้ในกำหนดการว่าสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของ “สำนักบริหารกิจการนิสิต” หรือไม่ มีความผิดตามระเบียบจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยว่าด้วยวินัยนิสิต ตามข้อ 6 และ 12 เช่นเดียวกัน

สุดท้าย สำนักบริหารกิจการนิสิตตัดคะแนนความประพฤติของทั้งสองคน คนละ 10 คะแนน และในส่วนของนายเนติวิทย์ จะมีผลให้พ้นจากการดำรงตำแหน่งนายกสโมสรนิสิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยโดยทันที”

ทั้งนี้ เนติวิทย์ ได้รับเลือกตั้งเป็นนายกสโมสรนิสิติจุฬาฯ ในการเลือกตั้ง เมื่อวันที่ 31 มีนาคม ที่ผ่านมา โดยได้คะแนน 10,324 คะแนน ทิ้งห่างหมายเลข 2 ที่ได้ 2,030 คะแนน มีผู้มาลงคะแนน 14,691 คน

สำหรับ นายเนติวิทย์ เคยเป็นนักเคลื่อนไหวและนักกิจกรรมการเมืองรุ่นใหม่ สมัยมัธยมฯ เป็นผู้ก่อตั้งสมาพันธ์นักเรียนไทยเพื่อการปฏิวัติระบบการศึกษาไทยและกลุ่มการศึกษาเพื่อความเป็นไท เคลื่อนไหวทางการเมือง สิทธิ มาตั้งแต่สมัยมัธยมฯ เช่นเรื่องทรงนักเรียน ปฏิรูปหลักสูตรการศึกษา รวมถึงวิจารณ์พิธีกรรมหน้าเสาธงในโรงเรียน และการยกเลิกเกณท์ทหาร

โดย เคยได้รับเลือกตั้งเป็นประธานสภานิสิต จุฬาฯ ในปี 2560 เนติวิทย์และสมาชิกสภานิสิตฯ อีก 7 คนเดินออกจากพิธีของมหาวิทยาลัยจนเป็นข่าวดัง รองอธิการบดีจุฬาฯ สั่งตัดคะแนนความประพฤติ ทำให้เนติวิทย์ขาดโอกาสเข้าร่วมกิจกรรมหรือลงสมัครในตำแหน่งต่างๆ ของมหาวิทยาลัย และพ้นจากตำแหน่งประธานสภานิสิตฯ นายเนติวิทย์ต่อสู้จนถึงชั้นศาลปกครองจนชนะคดี

สำหรับตำแหน่งนายกองค์การบริหารสโมสรนิสิตจุฬาฯ ย้อนหลัง 10 ปี ส่วนใหญ่ตกเป็นของนิสิตจากคณะวิศวกรรมศาสตร์ถึง 7 ปี มีคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี 2 ครั้ง และคณะรัฐศาสตร์ 1 ครั้ง

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...