โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

หุ้นปูนใหญ่ ไตรมาสแรกกำไรพุ่ง 86.86% ดีกว่าคาด เพราะรายการพิเศษ

The Bangkok Insight

อัพเดต 02 พ.ค. 2566 เวลา 03.11 น. • เผยแพร่ 02 พ.ค. 2566 เวลา 03.10 น. • The Bangkok Insight

สามารถทำผลงานได้ดีเกินคาด สำหรับหุ้น SCC หรือ บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) โดยในไตรมาส 1 ของปี 2566 แม้ว่าบริษัทมีรายได้จากการขาย 128,748 ล้านบาท ลดลง 16% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่ในแง่ของกำไรสุทธิ SCC ทำได้ถึง 16,526 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 86.86% สูงกว่าที่ตลาดคาดไว้ก่อนหน้านี้

สำหรับรายได้ที่ลดลงนั้น ส่วนใหญ่มาจากธุรกิจเคมิคอลล์ ซึ่งปริมาณขายและราคาขายของสินค้าเคมีภัณฑ์ที่ปรับลดลง รวมไปถึงยังมีความท้าทายจากปัจจัยต่างๆ ได้แก่ ภาวะเงินเฟ้อที่อยู่ในระดับสูง และอัตราดอกเบี้ยที่เพิ่มขึ้น จึงมีผลต่อความสามารถในการใช้จ่ายอุปโภคบริโภค

ด้านภาพรวมธุรกิจซีเมนต์และผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง ความต้องการซีเมนต์ในประเทศขยายตัว 2% ในไตรมาส 1/2566 เป็นผลจากความต้องการของภาครัฐ สัดส่วนประมาณ 42% ของตลาด ขณะที่ความต้องการภาคครัวเรือนและภาคเอกชน สัดส่วนประมาณ 58% ของตลาด ถือว่ามีปริมาณความต้องการคงที่เมือเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน

ทว่าจุดที่น่าสนใจในไตรมาสนี้ คือ ผลกำไรที่เติบโตอย่างมาก แต่ว่าเมื่อเจาะลึกดูแล้ว ส่วนใหญ่มาจากรายการพิเศษ ซึ่งเป็นมีกำไรจากการปรับมูลค่ายุติธรรมของเงินลงทุนจากการรวมกิจการระหว่าง บริษัท เอสซีจี โลจิสติกส์ แมเนจเม้นท์ จำกัด หรือ SCG Logistics และบริษัทเอสซีจี เจดับเบิ้ลยูดี โลจิสติกส์ จำกัด (มหาชน) หรือ SCGJWD Logistics จำนวน 11,956 ล้านบาท

เท่ากับว่าหากไม่รวมรายการพิเศษดังกล่าว ในไตรมาสนี้ กำไรของ SCC จะอยู่ที่ 4,510 ล้านบาท ลดลง 42% เมื่อเทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งก็สอดคล้องปริมาณขายและส่วนแบ่งกําไรจากบริษัทร่วมที่ลดลงรวมทั้งต้นทุนพลังงานที่เพิ่มขึ้น

จึงพอสรุปได้ว่ากำไรของปูนใหญ่อยู่ในช่วงที่ค่อยๆ ฟื้น เพราะกำไรสมัยก่อนก็อยู่ในระดับ 9,000-10,000 ล้านบาทต่อไตรมาส

มุมมองของนักวิเคราะห์ บล.กสิกรไทย ให้ความเห็นว่าเมื่อมองไปในไตรมาส 2/2566 เชื่อว่ากำไรสุทธิของ SCC จะปรับลดลงไปสู่ระดับใกล้เคียงกับกำไรปกติ เนื่องจากจะไม่มีรายการพิเศษเหมือนในไตรมาสนี้แล้ว โดยการปรับลดลงของยอดขายตามฤดูกาลจะถูกชดเชยด้วยการบันทึกเงินปันผลจากบริษัทร่วมและบริษัทย่อย

ในขณะที่ธุรกิจเคมีภัณฑ์น่าจะยังทรงตัวตามส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์ที่ยังแกว่งตัวในกรอบแคบ ดังนั้น กำไรสุทธิของ SCC น่าจะยังคงอยู่ที่ระดับ 4,000-5,000 ล้านบาทต่อไป หากเทียบเคียงระดับการซื้อขายต่ำสุดของ SCC ในช่วงเศรษฐกิจถดถอยรอบก่อนที่ PBV เท่ากับ 0.97 เท่า ราคาหุ้น SCC ณ มูลค่าบัญชีสิ้นปี 2565 จะอยู่ที่ 296 บาท

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...