ชื่นชมสาววัย 34 ปี บริจาค “หัวใจ” ส่งต่อให้ผู้ป่วยที่โรงพยาบาลศิริราช
นับเป็นความภาคภูมิใจของครอบครัว พ่อแม่สานต่อเจตนาของลูกสาว วัย 34 ปี ป่วยความดันเลือดออกในสมอง บริจาคอวัยวะ ส่งต่อหัวใจ ตับ ไต และดวงตา ช่วยต่อลมหายใจได้อีกหลายชีวิต ตอนที่ลูกยังมีชีวิตบริจาคเลือดช่วยเหลือสังคมมาตลอด ลูกเป็นอภิชาติบุตร พ่อเองยังทำได้ไม่เท่าลูก ขอให้กุศลใหญ่นี้นำพาไปสู่สุคติในสัมปรายภพ
.
เมื่อวันที่ (18 เม.ย.66) ทีมแพทย์ พร้อมด้วย เจ้าหน้าที่โรงพยาบาล ม.อ.หาดใหญ่ แพทย์จากโรงพยาลศิริราชและเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.หาดใหญ่ เร่งนำอวัยวะของผู้บริจาค คือ “หัวใจ” จากโรงพยาบาบล ม.อ.หาดใหญ่ ให้ทันภายในเวลา 4 ชม.จากหาดใหญ่-กรุงเทพฯ โดยมี พล.ต.ต.วรา เวชชาภินันท์ ผบก.ภ.จว.สงขลา เดินทางมาคอยอำนวยความสะดวกในการเดินทางไปยังท่าอากาศยานหาดใหญ่
“
รศ.ดร.พญ มณฑิรา ตัณฑนุช รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลสงขลานครินทร์ เปิดเผยว่า อวัยวะดังกล่าวได้รับการบริจาค จากหญิงสาว อายุ 34 ปี ซึ่งเสียชีวิตด้วยอาการสมองตาย โดยผู้เสียชีวิตได้แจ้งความประสงค์บริจาคอวัยวะไว้กับโรงพยาบาลสงขลานครินทร์ ซึ่งอวัยวะดังกล่าวได้ส่งต่อให้กับผู้ป่วยที่รอการผ่าตัดอยู่ที่โรงพยาบาลศิริราช ซึ่งอวัยวะดังกล่าวเป็นอวัยวะที่สำคัญที่สุดของร่างกายมนุษย์ นั่นคือ หัวใจ ซึ่งการบริจาคอวัยวะในครั้งนี้ นับเป็นการสร้างกุศลใหญ่ครั้งสุดท้ายของผู้วายชนต์
.
ซึ่งปฏิบัติการในครั้งนี้ มีทีมเจ้าหน้าที่จากโรงพยาบาลศิริราช ที่ส่งทีมแพทย์มาร่วมในผ่าตัด หัวใจ ตับ ไต และดวงตา ที่ ห้องผ่าตัด ศัยกรรมหัวใจ ทรวงอก และปลูกถ่ายอวัยวะ รพ.สงขลานครินทร์หาดใหญ่ (มอ.) เพื่อผ่าตัดเก็บอวัยวะของ น.ส.พิชญะ สุวารักษ์ ผู้บริจาคอวัยวะ อายุ 34 ปี ซึ่งแพทย์วินิจฉัยว่าสมองตาย โดยทีมแพทย์ได้ร่วมกันทำพิธีขอขมา ขอโหสิกรรม โดยการยืนสงบนิ่ง และร่วมกันยกย่องผู้เสียชีวิต ที่ได้ส่งต่ออวัยวะเพื่อต่อชีวิตให้กับบุคคลอื่นอีกหลายชีวิตในครั้งนี้ ซึ่งปฏิบัติการในครั้งนี้ มีทางแพทย์เจ้าหน้าที่จากโรงพยาบาลยะลา ตรัง และหาดใหญ่ มาเข้าร่วมสังเกตการณ์ด้วย
.
ซึ่งก่อนหน้าที่จะดำเนินการทางโรงพยาบาลสงขลานครินทร์ได้ทำการส่งน้ำเหลืองของผู้บริจาคไปที่สภากาชาดไทย เพื่อจะนำไปตรวจว่าเนื้อเยื่อของผู้ที่รอรับ ว่าเข้ากับผู้รอรับบริจาคท่านใดมากที่สุด และได้แจ้งไปยังโรงพยาบาลที่มีผู้ป่วยเหล่านั้นที่รอรับอวัยวะอยู่ ซึ่งพบว่า สำหรับการผ่าตัดรายนี้อวัยวะที่บริจาคเนื้อเยื้อ เข้ากันได้ดีที่สุดกับผู้ป่วยที่รอการปลูกถ่ายที่โรงพยาบาลศิริราช จึงเป็นทีมแพทย์จากศิริราชได้มาทำการผ่าตัดรับหัวใจกับตับไป
.
ด้านนายโดมร สุวารักษ์ อายุ 67 ข้าราขการบำนาญครูในพื้นที่ 3 จังวัด และคุณแม่ ภาณี อายุ 64 ปี มีลูกสาวเพียงคนเดียว ซึ่งพ่อและแม่ก็ไม่คาดคิดว่าลูกสาวจะจากไปอย่างกระทันแบบนี้ มาทราบว่าลูกสาวได้แจ้งความประสงค์บริจาคอวัยวะให้กับทางสภากาชาดไทย ตั้งแต่ปี 2560
.
โดยผู้เป็นพ่อบอกว่า ก่อนหน้านี้ที่ลูกได้ไปแจ้งความประสงค์บริจาคอวัยวะ ตั้งแต่ยังสุขภาพร่างกายแข็งแรงดี ซึ่งที่ผ่านมา ลูกสาวได้ช่วยเหลือสังคมด้วยการบริจาคโลหิตกับหน่วยงานมาตลอด จนระยะหลังมาป่วยเป็นโรคความดัน และเกิดเลือดออกในสมอง เนื่องจากเส้นเลือดโป่งพองในสมองทำให้สมองตาย ครอบครัวจึงตัดสินใจทำตามจุดประสงค์ที่ลูกต้องการที่ขอไว้
.
ส่วนความรู้สึกขอพ่อและแม่ภาคภูมใจในตัวลูก และขอยกย่องลูกเป็นอภิชาตบุตร ซึ่งตลอดเวลาที่ลูกสาวมีชีวิตอยู่ก็ได้ทำความดี บริจาคโลหิต และช่วยเหลือคนอื่นมาโดยตลอด ซึ่งพ่อเองก็ยอมรับยังทำได้ไม่เท่าลูก และนับเป็นเกียรติสูงสุดที่ทางลูกสาวและครอบครัว จะได้รับประกาศนียบัตรจากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี จากความเสียสละบริจาคอวัยวะของลูกสาวในครั้งนี้
.
เพจ:ข่าวเวิร์คพอยท์ https://www.facebook.com/NewsWorkpoint