โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ชื่นชมสาววัย 34 ปี บริจาค “หัวใจ” ส่งต่อให้ผู้ป่วยที่โรงพยาบาลศิริราช

ข่าวเวิร์คพอยท์ 23

เผยแพร่ 19 เม.ย. 2566 เวลา 08.53 น.

นับเป็นความภาคภูมิใจของครอบครัว พ่อแม่สานต่อเจตนาของลูกสาว วัย 34 ปี ป่วยความดันเลือดออกในสมอง บริจาคอวัยวะ ส่งต่อหัวใจ ตับ ไต และดวงตา ช่วยต่อลมหายใจได้อีกหลายชีวิต ตอนที่ลูกยังมีชีวิตบริจาคเลือดช่วยเหลือสังคมมาตลอด ลูกเป็นอภิชาติบุตร พ่อเองยังทำได้ไม่เท่าลูก ขอให้กุศลใหญ่นี้นำพาไปสู่สุคติในสัมปรายภพ

.

เมื่อวันที่ (18 เม.ย.66) ทีมแพทย์ พร้อมด้วย เจ้าหน้าที่โรงพยาบาล ม.อ.หาดใหญ่ แพทย์จากโรงพยาลศิริราชและเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.หาดใหญ่ เร่งนำอวัยวะของผู้บริจาค คือ “หัวใจ” จากโรงพยาบาบล ม.อ.หาดใหญ่ ให้ทันภายในเวลา 4 ชม.จากหาดใหญ่-กรุงเทพฯ โดยมี พล.ต.ต.วรา เวชชาภินันท์ ผบก.ภ.จว.สงขลา เดินทางมาคอยอำนวยความสะดวกในการเดินทางไปยังท่าอากาศยานหาดใหญ่

รศ.ดร.พญ มณฑิรา ตัณฑนุช รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลสงขลานครินทร์ เปิดเผยว่า อวัยวะดังกล่าวได้รับการบริจาค จากหญิงสาว อายุ 34 ปี ซึ่งเสียชีวิตด้วยอาการสมองตาย โดยผู้เสียชีวิตได้แจ้งความประสงค์บริจาคอวัยวะไว้กับโรงพยาบาลสงขลานครินทร์ ซึ่งอวัยวะดังกล่าวได้ส่งต่อให้กับผู้ป่วยที่รอการผ่าตัดอยู่ที่โรงพยาบาลศิริราช ซึ่งอวัยวะดังกล่าวเป็นอวัยวะที่สำคัญที่สุดของร่างกายมนุษย์ นั่นคือ หัวใจ ซึ่งการบริจาคอวัยวะในครั้งนี้ นับเป็นการสร้างกุศลใหญ่ครั้งสุดท้ายของผู้วายชนต์

.

ซึ่งปฏิบัติการในครั้งนี้ มีทีมเจ้าหน้าที่จากโรงพยาบาลศิริราช ที่ส่งทีมแพทย์มาร่วมในผ่าตัด หัวใจ ตับ ไต และดวงตา ที่ ห้องผ่าตัด ศัยกรรมหัวใจ ทรวงอก และปลูกถ่ายอวัยวะ รพ.สงขลานครินทร์หาดใหญ่ (มอ.) เพื่อผ่าตัดเก็บอวัยวะของ น.ส.พิชญะ สุวารักษ์ ผู้บริจาคอวัยวะ อายุ 34 ปี ซึ่งแพทย์วินิจฉัยว่าสมองตาย โดยทีมแพทย์ได้ร่วมกันทำพิธีขอขมา ขอโหสิกรรม โดยการยืนสงบนิ่ง และร่วมกันยกย่องผู้เสียชีวิต ที่ได้ส่งต่ออวัยวะเพื่อต่อชีวิตให้กับบุคคลอื่นอีกหลายชีวิตในครั้งนี้ ซึ่งปฏิบัติการในครั้งนี้ มีทางแพทย์เจ้าหน้าที่จากโรงพยาบาลยะลา ตรัง และหาดใหญ่ มาเข้าร่วมสังเกตการณ์ด้วย

.

ซึ่งก่อนหน้าที่จะดำเนินการทางโรงพยาบาลสงขลานครินทร์ได้ทำการส่งน้ำเหลืองของผู้บริจาคไปที่สภากาชาดไทย เพื่อจะนำไปตรวจว่าเนื้อเยื่อของผู้ที่รอรับ ว่าเข้ากับผู้รอรับบริจาคท่านใดมากที่สุด และได้แจ้งไปยังโรงพยาบาลที่มีผู้ป่วยเหล่านั้นที่รอรับอวัยวะอยู่ ซึ่งพบว่า สำหรับการผ่าตัดรายนี้อวัยวะที่บริจาคเนื้อเยื้อ เข้ากันได้ดีที่สุดกับผู้ป่วยที่รอการปลูกถ่ายที่โรงพยาบาลศิริราช จึงเป็นทีมแพทย์จากศิริราชได้มาทำการผ่าตัดรับหัวใจกับตับไป

.

ด้านนายโดมร สุวารักษ์ อายุ 67 ข้าราขการบำนาญครูในพื้นที่ 3 จังวัด และคุณแม่ ภาณี อายุ 64 ปี มีลูกสาวเพียงคนเดียว ซึ่งพ่อและแม่ก็ไม่คาดคิดว่าลูกสาวจะจากไปอย่างกระทันแบบนี้ มาทราบว่าลูกสาวได้แจ้งความประสงค์บริจาคอวัยวะให้กับทางสภากาชาดไทย ตั้งแต่ปี 2560

.

โดยผู้เป็นพ่อบอกว่า ก่อนหน้านี้ที่ลูกได้ไปแจ้งความประสงค์บริจาคอวัยวะ ตั้งแต่ยังสุขภาพร่างกายแข็งแรงดี ซึ่งที่ผ่านมา ลูกสาวได้ช่วยเหลือสังคมด้วยการบริจาคโลหิตกับหน่วยงานมาตลอด จนระยะหลังมาป่วยเป็นโรคความดัน และเกิดเลือดออกในสมอง เนื่องจากเส้นเลือดโป่งพองในสมองทำให้สมองตาย ครอบครัวจึงตัดสินใจทำตามจุดประสงค์ที่ลูกต้องการที่ขอไว้

.

ส่วนความรู้สึกขอพ่อและแม่ภาคภูมใจในตัวลูก และขอยกย่องลูกเป็นอภิชาตบุตร ซึ่งตลอดเวลาที่ลูกสาวมีชีวิตอยู่ก็ได้ทำความดี บริจาคโลหิต และช่วยเหลือคนอื่นมาโดยตลอด ซึ่งพ่อเองก็ยอมรับยังทำได้ไม่เท่าลูก และนับเป็นเกียรติสูงสุดที่ทางลูกสาวและครอบครัว จะได้รับประกาศนียบัตรจากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี จากความเสียสละบริจาคอวัยวะของลูกสาวในครั้งนี้

.
เพจ:ข่าวเวิร์คพอยท์ https://www.facebook.com/NewsWorkpoint

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...