โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

52 ล้านคนไทย กับ ความเชื่อเรื่องสายมู

TOJO NEWS

อัพเดต 15 ก.พ. 2566 เวลา 12.14 น. • เผยแพร่ 15 ก.พ. 2566 เวลา 05.14 น. • tareeya

ความเชื่อเรื่องสายมู มีตัวเลขสถิติออกมาแล้วจาก จากการวิจัยล่าสุดกลุ่มตัวอย่าง 1,200 คน ในทุก Gen เรื่อง Marketing in the Uncertain World การตลาดของคนอยู่เป็น โดยนักศึกษาปริญญาโท สาขาการตลาด วิทยาลัยการจัดการ มหาวิทยาลัยมหิดล (CMMU) พบหลากหลายปัจจัยที่ทำให้คนไทยเกิดความกังวลและรู้สึกถึงความไม่แน่นอน ทำให้คนไทยในทุกกลุ่มทุกเจน ต้องหาวิธีจัดการกับความรู้สึกเหล่านี้

การเปลี่ยนแปลงทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และการใช้ชีวิตของผู้คน จาก Covid-19 ในปีที่ผ่านต่อเนื่องมาถึงปี 2021 เป็นการเพิ่มปัจจัยให้โลกเข้าสู่สถานการณ์ VUCA World เต็มตัว ซึ่งมี 4 คำหลัก คือ Volatility ผันผวน Uncertainty ไม่แน่นอน Complexity ซับซ้อน และ Ambiguity คลุมเครือ เป็นสิ่งที่ส่งผลโดยตรงต่อพฤติกรรมผู้บริโภคที่เกิดความวิตกกังวลบนความไม่แน่นอนในชีวิต และต้องการที่พึ่งทางใจ

ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง โรคระบาดโควิด-19 คิดเป็น 76.8% ตามมาด้วยอันตรายจากปัญหาสิ่งแวดล้อม เช่น ฝุ่น PM2.5 ไอเสีย ขยะล้นโลก 74.6% ด้านสังคมในเรื่องความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาและความเห็นต่างกันในสังคม 65% ด้านเศรษฐกิจทั้งเรื่องค่าครองชีพสูงและความไม่มั่นคงในหน้าที่การงาน 64% ด้านเทคโนโลยีที่ไม่สามารถปรับตัวให้ทันกับเทคโนโลยีใหม่ๆ 62.8% และด้านการเมืองที่มีสถานการณ์อันส่งผลกระทบกับชีวิตประจำวัน 62.6%

เมื่อต้องอยู่กับความไม่แน่นอน ในยุคโลกผันผวนคนไทย จึงเครียดและวิตกกังวล ทำให้เกิดปรากฏการณ์ความเชื่อเรื่อง “สายมู” (Mutelu) หรือมีความเชื่อโชคลาง (Superstitious) เกิดความเชื่อในอินฟลูเอนเซอร์ (Influencer) เกิดเป็นการรีวิวตามมา

คนไทย “สายมู” 52 ล้านคน

ความเชื่อ เป็นสิ่งที่อยู่คู่กับสังคมไทยมานาน เพราะหากดูนิยามของความเชื่อ ก็คือ ความคิด ความเข้าใจ การยอมรับนับถือ ในสิ่งหนึ่งสิ่งใด โดยมีหรือไม่ต้องมีเหตุผลมาสนับสนุนหรือพิสูจน์

การที่คนไทยใช้ความเชื่อเข้ามาตัดสินใจ เพราะเป็นที่ยึดเหนี่ยวทางจิตใจ ในสถานการณ์ที่รู้สึกว่าไม่แน่นอน เพื่อทำให้เกิดกำลังใจและพลังในการทำสิ่งต่างๆ เพราะเชื่อว่า “มีสิ่งที่เราเชื่อคุ้มครองอยู่”

จากผลวิจัยวิเคราะห์ได้ว่า คนไทย 52 ล้านคนเชื่อโชคลาง ถือเป็นกลุ่มที่น่าสนใจเหมาะกับนักการตลาดและผู้ประกอบการในการศึกษาพฤติกรรมกลุ่มคนเหล่านี้ เพื่อเข้าถึงอินไซต์และนำมาใช้เป็นกลยุทธ์การตลาดเจาะสายมูเหล่านี้

จากสถานการณ์ในประเทศ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องโควิด-19 ที่ยังมีความไม่แน่นอน และเรื่องเศรษฐกิจภายในประเทศ ทำให้คนไทยเกิดความวิตกกังวล และหาที่พึ่ง เป็นโอกาสให้แบรนด์และนักการตลาด สามารถนำเทรนด์ความเชื่อไปผูกกับสินค้าและบริการ เพื่อเข้าถึงกลุ่มลูกค้ากลุ่มต่างๆ ได้

เพื่อไม่พลาดข่าวสารดี ๆ จากเรา อย่าลืมกดติดตาม Tojo News

https://today.line.me/th/v2/publisher/102232

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...