โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ภูมิภาค

ดวลปืนสนั่นกลางงานแต่ง เซียนพระดัง - เจ้าของผับ สุดท้ายตายคู่ พบเคยเป็นเพื่อนรัก

ข่าวช่อง8

เผยแพร่ 29 เม.ย. 2566 เวลา 04.54 น. • RS PCL
เจน ทองหล่อ ดวลปืนสนั่น ขุนแผน สุราษฎร์ ตายคู่กลางงานแต่ง พบเป็นเพื่อนรักก่อนกลายเป็นคู่อริ ล่าสุดปืนที่ใช้ก่อเหตุหายปริศนา

เมื่อเวลา 20.25 น.วันที่ 28 เมษายน ศูนย์วิทยุ 191 สภ.เมืองสุราษฎร์ธานี รับแจ้งเหตุยิงกันบนลานจอดรถในงานแต่งงานที่โรงแรมบรรจงบุรี ถนนเลี่ยงเมือง หมู่ 3 ต.มะขามเตี้ย อ.เมืองสุราษฎร์ธานี เบื้องต้นมีผู้เสียชีวิต 2 ราย และบาดเจ็บ 2 ราย จึงรายงาน พล.ต.ต.ศรัญญู ชํานาญราช ผบก.ภ.จว.สุราษฎร์ธานี พ.ต.อ.นิพล ชาตรี ผกก.สภ.เมืองสุราษฎร์ธานี ประสานศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 8 และเจ้าหน้าที่กู้ภัยมูลนิธิกุศลศรัทธาสุราษฎร์ธานี รุดไปตรวจสอบง

ที่เกิดเหตุเป็นลานจอดรถด้านหน้าอาคารจัดเลี้ยงอยู่บริเวณด้านหลังของโรงแรม พบศพรายที่ 1 นายภาณุพงศ์ หรือแผน สุวรรณสินธุ์ อายุ 35 ปี เซียนพระชื่อดังฉายา ขุนแผน สุราษฎร์ ที่สวมเสื้อเชิ้ตสีขาวลายจุด นุ่งกางเกงยีนส์ สะพายกระเป๋าหนังสีดำ มีอาวุธปืนสั้นแบบแมกกาซีนตกอยู่ข้างมือซ้าย มีบาดแผลถูกยิงที่ศีรษะ ลำตัวและขา ห่างกันประมาณ 2 เมตรเป็นศพรายที่ 2 ชื่อนายวิรัช สุดภักดี หรือ เจน ทองหล่อ อายุ 39 ปี เจ้าของสถานบันเทิงร้านผับชื่อ “ทองหล่อ” สวมเสื้อเชิ้ตสีขาว นุ่งกางเกงยีนส์ มีบาดแผลถูกยิงที่ศีรษะ ลำตัว สะโพก และขาขวา ในที่เกิดเหตุเจ้าหน้าที่ตำรวจพบปลอกกระสุนปืนและหัวกระสุนปืน ขนาด 11 มม.และ 9 มม.ประมาณ 15 ชิ้น จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน

ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บ 2 รายเป็นหญิงชื่อ น.ส.กานต์สิริ หรือแพท สุวรรณสินธุ์ หรือ ติ้วต้ง อายุ 30 ปี ภรรยานายภาณุพงศ์ มีบาดแผลถูกยิงที่ขาซ้ายรู้สึกตัว และน.ส.ธนัยธร ลื่อเท่ง อายุ 20 ปี ถูกยิงเข้าบริเวณ ขาด้านขวา รู้สึกตัว

สอบสวนเบื้องต้นทราบว่า ภายในอาคารมีการจัดงานเลี้ยงฉลองมงคลสมรสโดยทั้งผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บต่างมาร่วมงานดังกล่าว ซึ่งนายภาณุพงศ์ กับนายวิรัช เคยเป็นเพื่อนกลุ่มเดียวกันและมีความขัดแย้งกันมากกว่าสองปี โดยทั้งสองเดินออกจากงานเลี้ยงมาเจอกันที่บริเวณลานจอดรถด้านหน้างาน โดยนายวิรัช หรือเจน เดินออกมาก่อนและนายภาณุพงศ์ หรือแผน เดินตามหลังมาลักษณะคล้ายจะมาเคลียร์ปัญหากันจนเกิดเหตุการณ์ยิงต่อสู้กันดังกล่าว

ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 15 พ.ค.64 นายภาณุพงศ์ หรือขุนแผน และ น.ส.กานต์สิริ หรือแพท เคยถูกตำรวจกองปราบปรามในคดียาเสพติดที่กรุงเทพฯ โดยนายภาณุพงศ์ พบเคยต้องโทษคดีเกี่ยวกับยาเสพติด ค้าอาวุธปืนสงครามมาก่อน ภายหลังพ้นโทษ ได้ผันตัวมาเป็นเซียนพระออนไลน์ ฉายา ขุนแผน สุราษฎร์ธานี มีผู้ติดตามในเฟซบุ๊กกว่า 1 แสนคน

ความคืบหน้าล่าสุด 29 เม.ย. 66 ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเมื่อคืนนี้หลังจากเกิดเหตุการณ์มีผู้ใช้ชื่อเฟซบุ๊กว่า ลูกเผ็ด เม็ดเล็ก ได้ไลฟ์สดความยาว 17 นาทีเล่าถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นและปุ่มปัญหาก่อนโดยมีผู้เข้ารับชมจำนวนมากกว่า 2,000 คนก่อนที่จะลบไลฟ์ดังกล่าวในเวลาต่อมา

จากการตรวจสอบทราบว่าผู้ใช้เฟซบุ๊กดังกล่าวคือน.ส.กานต์สิริ หรือแพท สุวรรณสินธุ์ (ติ้วต้ง) อายุ 30 ปี อดีตภรรยานายภาณุพงศ์ มีบาดแผลถูกยิงที่ขาซ้ายรู้สึกตัว

โดยในไลฟ์สดได้เล่าถึงเหตุการณ์ขณะที่เกิดเหตุ นายวิรัช สุดภักดี หรือ เจน ทองหล่อ ได้เดินออกมาจากงานก่อน จากนั้นนายภาณุพงศ์ หรือ แผน หรือ เดี่ยว สุวรรณสินธุ์ อายุ 35 ปี เซียนพระชื่อดังฉายา “ขุนแผน สุราษฎร์ ” เดินออกมา ระหว่างนั้น มุก ซึ่งเป็นภรรยาของเจน ทองหล่อ ได้เดินมาถามว่า เป็นยังไงพี่แผนถึงโพสต์ต่อว่าพี่เจนไม่หยุด ซึ่งด้านขุนแผนตอบว่า ไม่คุย และตนเห็นขุนแผน ชักปืนออกมาจากกระเป๋า ตนจึงตะโกนบอกทุกคนว่า ปืนให้หลบ หลังจากนั้นขุนแผนก็ยิง เจนทองหล่อประมาณ 5 นัด ก่อนจะชุลมุนวุ่นวายและมีมือที่ 3 ยิงขุนแผนดับ ส่วนตนที่ถูกลูกหลงที่ขานั้น ตนจำหน้าได้ดีว่า เป็นชายเสื้อขาวขับรถเก๋งดำ ซึ่งตนได้อัดถ่ายบันทึกวิดีโอไว้ตั้งแต่ตอนแรกที่เดินออกมาและขณะนี้ได้มอบให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจหมดแล้ว

ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า จากการตรวจสอบในที่เกิดเหตุพบว่าปืนที่ใช้ก่อเหตุซึ่งคาดว่าเป็นขนาด 9 มิลลิเมตรได้หายไปนั้น ซึ่งตอนนี้จากการสืบสวนทราบว่ามีบุคคลได้นำปืนออกไปจากที่เกิดเหตุ โดยวันนี้เวลา 10.00 น. พลตำรวจตรีศรัญญู ชำนาญราช ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสุราษฎร์ธานี ได้เรียกประชุมชุดสืบสวน เพื่อนติดตามหาตัวบุคคลและปืนกระบอกดังกล่าว ซึ่งยังไม่มีความชัดเจนในเรื่องของผู้ตายทั้งคู่ดวลปืนกันเองจนเสียชีวิต หรือมีบุคคลที่ 3 ร่วมก่อเหตุดังกล่าว

นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำรถของผู้เสียชีวิตมารอตรวจสอบภายในรถด้วย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...