สะใจชาวบ้านอิ่มไหม?
ประเด็นดรามาแนวคิดข้าวแกงราคา 40 บาท เล่นเอาฝ่ายแค้นฝ่ายค้านออกมาแซะกันเสียยกใหญ่ ไม่ว่าจะเป็น นายชัยชนะ เดชเดโช รองหัวหน้า ปชป. ที่ระบุว่าปัจจุบันราคาข้าวแกงทั่วไปอยู่ที่ 30 บาทอยู่แล้ว การทำโครงการ 40 บาทคงเป็นข้าวราดแกงกุ้งมังกร
ขณะที่ นางสาวศิริกัญญา ตันสกุล รองหัวหน้า ปชน. ก็ระบุว่าโครงการนี้ไม่ได้ช่วยอะไรเพราะตลาดทั่วไปขาย 40-50 บาทอยู่แล้ว น่าจะเป็นแค่การประชาสัมพันธ์มากกว่าแก้ปัญหา
ท่าทีเช่นนี้ช่างย้อนแย้งกับพฤติกรรมก่อนหน้านี้ ที่เคยโจมตีรัฐบาลว่าค่าครองชีพสูง อาหารแพง จนประชาชนอยู่ไม่ได้
งานนี้ “สส.แชมป์” กรวีร์ ปริศนานันทกุล สส.อ่างทอง พรรคภูมิใจไทย จึงต้องออกโรงสอนมวยและดึงสติว่า การนำเรื่องข้าวแกง 2 อย่าง 40 บาทไปรีบแซะและโยงเป็นประเด็นการเมือง โดยอ้างว่าข้าวแกง 30 บาทก็มีนั้น
จริงอยู่ที่บางพื้นที่เช่นอ่างทองยังมีราคานี้ แต่อีกหลายจังหวัดโดยเฉพาะในเมืองใหญ่ ข้าวแกง 50-60 บาทกลายเป็นเรื่องปกติไปแล้ว
สิ่งที่กระทรวงพาณิชย์คิดจะทำไม่ใช่การบังคับให้ทุกร้านขาย 40 บาท แต่กำลังพยายามสร้าง "อีกหนึ่งทางเลือก" เพื่อลดค่าครองชีพ แต่ถูกถูกนำไปล้อ ไปแซะ จนวันนี้กระทรวงพาณิชย์ต้องเอากลับไปทบทวน
ซึ่งมีคำถามง่ายๆ ว่าถ้าสุดท้ายโครงการนี้ต้องยกเลิก ใครจะได้ประโยชน์ คนที่ได้ความสะใจทางการเมืองอาจรู้สึกว่าตัวเองชนะ แต่ความสะใจนั้นไม่ได้ช่วยให้ประชาชนอิ่มท้องขึ้นเลย
ส่วนคนที่เสียประโยชน์ก็คือชาวบ้านที่กำลังรออีกหนึ่งทางเลือก เขาต้องเสียโอกาสที่นโยบายนี้จะได้พิสูจน์ตัวเองว่าช่วยลดภาระปากท้องได้แค่ไหน เพียงเพราะถูกทำลายตั้งแต่ยังไม่ทันได้เริ่ม
การเมืองนั้นตรวจสอบและวิจารณ์กันได้ แต่ควรทำให้นโยบายดีขึ้นและประชาชนได้ประโยชน์ ไม่ใช่มุ่งโจมตี เสียดสี แซะ เพียงเพราะอยากเอาชนะเพื่อความสะใจทางการเมือง
“สุดท้ายคุณอาจดีใจที่ชนะ แต่อย่าลืมว่าคนที่แพ้และต้องรับเคราะห์เดือดร้อนที่สุดคือประชาชน”
หวังว่าคำเตือนของ "สส.แชมป์" จะสะกิดใจฝ่ายค้านฝ่ายแค้นได้บ้างว่า จงอย่าแต่จ้องจะเอาชนะทางการเมืองบนความสะใจ จนทำให้ชาวบ้านต้องมาเดือดร้อน.
ช่างสงสัย