โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

"ทนายเขากระโดง" โต้ข่าว ย้ำ “คำฟ้องไม่ใช่คำพิพากษา” ชี้ รฟท.ยังต้องพิสูจน์สิทธิ

The Better

อัพเดต 1 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 1 วันที่แล้ว • THE BETTER
“ทนายเขากระโดง” ชี้เอกสาร รฟท.ฟ้องขับไล่ ที่ดิน 4 แปลง และเรียกค่าเสียหายเป็นแค่ “คำฟ้อง” ไม่ใช่ “คำตัดสิน” วอน อินฟลูฯ นำเสนอข่าวตามความจริง

นายชนินทร์ แก่นหิรัญ ทนายความรับผิด คดีเขากระโดง โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวว่า อินฟลูเอนเซอร์ หลายท่าน น่าจะหมดมุกหันมานำคำฟ้อง ไม่ไปโหมข่าว ทั้งที่ยังเป็นเพียงข้อกล่าวอ้างของโจทก์ในคดีแพ่ง ไม่ใช่คำพิพากษา และคำขอท้ายฟ้องก็ยังขอให้ศาลเพิกถอนโฉนด 4 แปลง ขับไล่ และเรียกค่าเสียหาย ไม่ใช่ศาลตัดสินแล้ว ช่างสรรหาเสียจริง

จะให้เชิงความรู้ว่า คำฟ้อง คือข้อกล่าวอ้างของโจทก์ ยังไม่ใช่ข้อเท็จจริงที่ศาลรับฟังแล้ว และยังไม่ใช่คำวินิจฉัยของศาล ประเด็นในคำฟ้องนี้ก็เป็นรูปแบบเดิม คือ รฟท. อ้างฐานสิทธิในที่ดินเขากระโดง อ้างคำพิพากษาคดีเดิม ใช้ยันสิทธิแนวเขตที่ตนอ้างว่าครอบคลุมที่ดินพิพาท แล้วขอให้ศาลเพิกถอนโฉนด ขับไล่ และเรียกค่าเสียหาย ซึ่งทั้งหมดนี้ยังต้องพิสูจน์กันในศาลตามพยานหลักฐานของทั้งสองฝ่าย

สิ่งที่น่าสนใจคือการตอกย้ำว่า แม้ศาลฎีกาเคยตัดสินแล้ว แล้วเหตุใด รฟท. ยังต้องยื่นฟ้องเป็นคดีใหม่ ขอให้ศาลเพิกถอนโฉนดเป็นรายแปลง และเรียกค่าเสียหายจากจำเลย หรือบุคคลภายนอกอีก ไม่ย้อนแย้งกับนักวิชาการ นักกฎหมาย ผู้ทรงคุณวุฒิเหล่านั้นเหรอ

ชี้ให้เห็นว่า หากคำพิพากษาคดีเดิมมีผลบังคับกับบุคคลภายนอกทั้งหมดจริง รฟท. คงไม่จำเป็นต้องฟ้องคดีใหม่ และศาลก็คงไม่ต้องเปิดกระบวนการให้คู่ความยื่นคำให้การ สืบพยาน และพิสูจน์ข้อเท็จจริงกันอีกให้มากความ การที่ยังมีคำฟ้องคดีใหม่ จึงสะท้อนในตัวว่า คำพิพากษาเดิมอย่างมากเป็นฐานที่ รฟท. นำมา “ใช้ยัน” แต่ยังไม่ใช่คำตอบสุดท้ายที่จะตัดสิทธิของจำเลยในคดีใหม่โดยไม่ต้องพิจารณาพยานหลักฐาน

ดังนั้น ใครจะนำคำฟ้องมาเปิดเผยต่อสาธารณะย่อมทำได้ตามขอบเขตที่กฎหมายอนุญาต แต่ควรบอกประชาชนให้ตรงว่า “นี่คือคำฟ้อง” ไม่ใช่ “คำพิพากษา” และควรแยกให้ชัดว่า ข้อกล่าวอ้างในคำฟ้องยังต้องผ่านการโต้แย้ง พิสูจน์ และชั่งน้ำหนักโดยศาลก่อน

คดีนี้จึงไม่ได้มีอะไรให้หนักใจในเชิงข้อต่อสู้ เพราะประเด็นหลักยังเป็นประเด็นเดิม คือ รฟท. ต้องพิสูจน์ฐานสิทธิ แนวเขต และเหตุเพิกถอนโฉนด ส่วนจำเลยก็มีสิทธินำพยานหลักฐานเข้าสืบหักล้าง และพิสูจน์สิทธิของตนตามกระบวนการ

พูดให้ตรงที่สุดคือ นอกจาก รฟท. ในฐานะโจทก์ และฝ่ายจำเลยกับทนายความที่อยู่ในสำนวนแล้ว คนที่อยู่วงนอกจำนวนมากยังห่างไกลจากข้อเท็จจริงในคดีจริงมากพอสมควร การนำคำฟ้องมาเล่าเหมือนคำพิพากษา จึงไม่ได้ทำให้สังคมเข้าใจคดีมากขึ้น แต่กลับทำให้เห็นชัดว่า หลายคนยังแยกไม่ออกระหว่าง “ข้อกล่าวอ้างในคำฟ้อง” กับ “ข้อเท็จจริงที่ศาลวินิจฉัยแล้ว”

https://www.facebook.com/share/1D4PAaBiuM/?mibextid=wwXIfr

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...