โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาชญากรรม

รู้ก่อน…ลดโศกนาฏกรรม แจ้ง Take it Down ลบภาพ-คลิปคุกคามทางเพศ

เดลินิวส์

อัพเดต 21 มิถุนายน 2569 เวลา 18.38 น. • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เดลินิวส์
หญิงวัย 19 ปี ชาว จ.อุบลราชธานี ตัดสินใจกระโดดสะพานจบชีวิต หลังอดีตแฟนหนุ่มข่มขู่ คุกคามเผยแพร่ภาพเปลือยบนสื่อสังคมออนไลน์ เป็นอีกเหตุสะเทือนใจที่ทำให้สังคมหันกลับมาตั้งคำถาม

ก่อนหน้านี้มีข้อมูลจากศาลอาญาออกมาเปิดเผย เกี่ยวกับสถิติการออกคำสั่งให้ “ระงับ” ลิงก์ที่เข้าข่ายความผิด พบเฉพาะห้วงปี 2567 ถึงช่วงเดือน พ.ค. 2569 ระงับได้ถึง 537,973 URLs ในจำนวนนี้น่าสนใจเพราะเป็นความผิดในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการคุกคามทางเพศ หรือลามกอนาจารรวมอยู่ด้วย

“ทีมข่าวอาชญากรรม” สอบถามสถานการณ์เพิ่มเติมกับนายรัฐวิชญ์ อริยพัชญ์พล ผู้พิพากษาหัวหน้าแผนกคดีอาชญากรรมทางเทคโนโลยีในศาลอาญา อธิบายว่า ปัญหาภาพหลุด คลิปหลุด หรือการคุกคามทางเพศบนโลกออนไลน์มีมานานแล้ว แต่ที่ผ่านมาผู้เสียหายไม่มี “ช่องทางโดยตรง” ในการขอให้ลบข้อมูลออกจากระบบ เพราะต้องผ่านกระบวนการตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ ซึ่งมีหลายขั้นตอนและต้องดำเนินการผ่านหน่วยงานรัฐ

กระทั่งปลายปี 2568 มีการแก้ไข ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 284/4 เปิดทางให้ผู้เสียหายยื่นคำร้องต่อศาลได้โดยตรง ซึ่งจากสถิติกลุ่มผู้ยื่นคำร้องมีตั้งแต่ อายุ 15-50 ปี โดย กลุ่มอายุ 20-30 ปี เป็นกลุ่มที่ใช้มาตรการดังกล่าวมากที่สุด ขณะที่ผู้เสียหายไม่ได้จำกัดเฉพาะ “ผู้หญิง” เท่านั้น แต่ยังพบ “ผู้ชาย” จำนวนไม่น้อยที่ตกเป็นเหยื่อการคุกคามทางเพศบนโลกออนไลน์เช่นกัน

ประเด็นสำคัญที่น่าสนใจ คือ มาตรการดังกล่าวไม่ได้มีลักษณะเป็นคดีความที่ต้อง “พิสูจน์ความผิด” แต่เป็นมาตรการเยียวยาเร่งด่วนเพื่อคุ้มครองผู้เสียหาย เมื่อพบว่ามีการเผยแพร่ภาพ คลิป หรือข้อมูลที่เข้าข่ายการคุกคามทางเพศบนโลกออนไลน์ ผู้เสียหายสามารถยื่นคำร้องผ่าน ระบบบริการออนไลน์ศาลยุติธรรม (CIOS) ได้โดยตรง เพียงระบุ URL ของเนื้อหาที่ถูกเผยแพร่ พร้อมอธิบายว่าข้อมูลดังกล่าวเป็นของตนเองและไม่ได้ยินยอมให้เผยแพร่

ทั้งนี้ หลังศาลได้รับคำร้องจะเร่งตรวจสอบข้อมูลและนัดไต่สวนโดยเร็ว ซึ่งส่วนใหญ่ดำเนินการภายในวันเดียวหรือไม่เกินวันรุ่งขึ้น ใช้เวลาไต่สวนไม่นาน ก่อนที่ศาลจะพิจารณามี “คำสั่งให้ระงับ” การเผยแพร่หรือนำข้อมูลออกจากระบบ หากไม่ปฏิบัติตามคำสั่งศาล ก็อาจเข้าข่ายมีความผิดตามกฎหมายได้

นายรัฐวิชญ์ เผยจุดเด่นมาตรการ Take it Down คือการออกแบบให้ผู้เสียหายเข้าถึงความคุ้มครองได้ง่ายและรวดเร็ว โดยไม่จำเป็นต้องแจ้งความก่อน ไม่ต้องมีทนายความ และไม่ต้องเดินทางมาศาล เนื่องจากศาลอาญามีอำนาจพิจารณาคำร้องได้ทั่วประเทศ ผู้เสียหายจึงสามารถยื่นคำร้องจากจังหวัดใดก็ได้ และเข้ารับการไต่สวนผ่านระบบออนไลน์ เช่น Google Meet ใช้เวลาเพียงไม่กี่นาที จากสถานที่ที่ตนรู้สึกปลอดภัย ลดภาระค่าใช้จ่ายในการเดินทาง

“ที่สำคัญคือไม่จำเป็นต้องเผชิญหน้ากับผู้ที่เผยแพร่ข้อมูลหรือผู้ถูกกล่าวหา ซึ่งช่วยลดแรงกดดันและความหวาดกลัวที่ผู้เสียหายจำนวนมากต้องเผชิญในกระบวนการยุติธรรมแบบเดิม”

นอกจากนี้ หากเจ้าหน้าที่ประเมินว่าผู้เสียหายยังอยู่ในภาวะเครียด วิตกกังวล หรือสภาพจิตใจไม่พร้อมให้ข้อมูล ศาลอาญายังมีคลินิกจิตสังคมที่ประกอบด้วย นักจิตวิทยา และนักสังคมสงเคราะห์คอยให้คำปรึกษา เพื่อช่วยให้ผู้เสียหายมีความพร้อมก่อนเข้าสู่การไต่สวน เป้าหมายสำคัญคือการนำข้อมูลหรือภาพที่สร้างความเสียหายออกจากระบบให้เร็วที่สุด ก่อนที่ผลกระทบทางจิตใจจะลุกลามจนกลายเป็นปัญหารุนแรง

นายรัฐวิชญ์ ย้ำว่า มาตรการ Take it Down ไม่ใช่กระบวนการชี้ว่าใครมีความผิดหรือไม่มีความผิด แต่เป็นกลไกคุ้มครองความปลอดภัยบนโลกออนไลน์ในเบื้องต้น ส่วนการดำเนินคดีอาญาฐานคุกคามทางเพศ หรือการเรียกค่าเสียหายทางแพ่ง ยังคงเป็นอีกกระบวนการหนึ่งที่ผู้เสียหายสามารถดำเนินการแยกต่างหากได้

นอกจากนี้ เผยว่าอุปสรรคสำคัญในปัจจุบันไม่ใช่ข้อจำกัดของกฎหมายหรือเทคโนโลยี แต่เป็นการที่ประชาชนจำนวนมากยังไม่ทราบว่ามีมาตรการดังกล่าว หลายคนเข้าใจว่าต้องแจ้งความก่อน ต้องมีทนายความ หรือจำเป็นต้องเดินทางมาศาล ทั้งที่ความจริงผู้เสียหายสามารถยื่นคำร้องได้ด้วยตนเองโดยตรงผ่านระบบออนไลน์

อย่างไรก็ตาม ด้วยเหตุนี้ศาลอาญาจึงพยายามผลักดันการสื่อสารควบคู่กับการบังคับใช้กฎหมาย ซึ่งล่าสุดจัดโครงการประกวดหนังสั้นหรือคลิปวิดีโอ หัวข้อ “ทำกฎหมายให้เห็นภาพ ตอน หยุดคุกคามทางเพศด้วยพลังสื่อ” ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 284/1 ถึง 284/4 เพื่อเปิดโอกาสให้นักเรียน นักศึกษา และประชาชนทั่วไป ถ่ายทอดความเข้าใจเกี่ยวกับปัญหาการคุกคามทางเพศและสิทธิในการขอความคุ้มครองผ่านสื่อสร้างสรรค์

นายรัฐวิชญ์ ทิ้งท้าย เชื่อว่าการทำให้ประชาชนตระหนักถึงความผิดฐานคุกคามทางเพศและรู้จักมาตรการ Take it Down แพร่หลาย จะช่วยลดความสูญเสียในอนาคต เพราะหลายครั้งสิ่งที่ผู้เสียหายต้องการมากที่สุดไม่ใช่การเอาผิดผู้กระทำในทันที แต่คือการ “หยุด” การเผยแพร่ข้อมูลที่สร้างความอับอาย หวาดกลัว และความทุกข์ทางใจให้ยุติลงเร็วที่สุด.

ทีมข่าวอาชญากรรม รายงาน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...