รู้ก่อน…ลดโศกนาฏกรรม แจ้ง Take it Down ลบภาพ-คลิปคุกคามทางเพศ
ก่อนหน้านี้มีข้อมูลจากศาลอาญาออกมาเปิดเผย เกี่ยวกับสถิติการออกคำสั่งให้ “ระงับ” ลิงก์ที่เข้าข่ายความผิด พบเฉพาะห้วงปี 2567 ถึงช่วงเดือน พ.ค. 2569 ระงับได้ถึง 537,973 URLs ในจำนวนนี้น่าสนใจเพราะเป็นความผิดในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการคุกคามทางเพศ หรือลามกอนาจารรวมอยู่ด้วย
“ทีมข่าวอาชญากรรม” สอบถามสถานการณ์เพิ่มเติมกับนายรัฐวิชญ์ อริยพัชญ์พล ผู้พิพากษาหัวหน้าแผนกคดีอาชญากรรมทางเทคโนโลยีในศาลอาญา อธิบายว่า ปัญหาภาพหลุด คลิปหลุด หรือการคุกคามทางเพศบนโลกออนไลน์มีมานานแล้ว แต่ที่ผ่านมาผู้เสียหายไม่มี “ช่องทางโดยตรง” ในการขอให้ลบข้อมูลออกจากระบบ เพราะต้องผ่านกระบวนการตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ ซึ่งมีหลายขั้นตอนและต้องดำเนินการผ่านหน่วยงานรัฐ
กระทั่งปลายปี 2568 มีการแก้ไข ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 284/4 เปิดทางให้ผู้เสียหายยื่นคำร้องต่อศาลได้โดยตรง ซึ่งจากสถิติกลุ่มผู้ยื่นคำร้องมีตั้งแต่ อายุ 15-50 ปี โดย กลุ่มอายุ 20-30 ปี เป็นกลุ่มที่ใช้มาตรการดังกล่าวมากที่สุด ขณะที่ผู้เสียหายไม่ได้จำกัดเฉพาะ “ผู้หญิง” เท่านั้น แต่ยังพบ “ผู้ชาย” จำนวนไม่น้อยที่ตกเป็นเหยื่อการคุกคามทางเพศบนโลกออนไลน์เช่นกัน
ประเด็นสำคัญที่น่าสนใจ คือ มาตรการดังกล่าวไม่ได้มีลักษณะเป็นคดีความที่ต้อง “พิสูจน์ความผิด” แต่เป็นมาตรการเยียวยาเร่งด่วนเพื่อคุ้มครองผู้เสียหาย เมื่อพบว่ามีการเผยแพร่ภาพ คลิป หรือข้อมูลที่เข้าข่ายการคุกคามทางเพศบนโลกออนไลน์ ผู้เสียหายสามารถยื่นคำร้องผ่าน ระบบบริการออนไลน์ศาลยุติธรรม (CIOS) ได้โดยตรง เพียงระบุ URL ของเนื้อหาที่ถูกเผยแพร่ พร้อมอธิบายว่าข้อมูลดังกล่าวเป็นของตนเองและไม่ได้ยินยอมให้เผยแพร่
ทั้งนี้ หลังศาลได้รับคำร้องจะเร่งตรวจสอบข้อมูลและนัดไต่สวนโดยเร็ว ซึ่งส่วนใหญ่ดำเนินการภายในวันเดียวหรือไม่เกินวันรุ่งขึ้น ใช้เวลาไต่สวนไม่นาน ก่อนที่ศาลจะพิจารณามี “คำสั่งให้ระงับ” การเผยแพร่หรือนำข้อมูลออกจากระบบ หากไม่ปฏิบัติตามคำสั่งศาล ก็อาจเข้าข่ายมีความผิดตามกฎหมายได้
นายรัฐวิชญ์ เผยจุดเด่นมาตรการ Take it Down คือการออกแบบให้ผู้เสียหายเข้าถึงความคุ้มครองได้ง่ายและรวดเร็ว โดยไม่จำเป็นต้องแจ้งความก่อน ไม่ต้องมีทนายความ และไม่ต้องเดินทางมาศาล เนื่องจากศาลอาญามีอำนาจพิจารณาคำร้องได้ทั่วประเทศ ผู้เสียหายจึงสามารถยื่นคำร้องจากจังหวัดใดก็ได้ และเข้ารับการไต่สวนผ่านระบบออนไลน์ เช่น Google Meet ใช้เวลาเพียงไม่กี่นาที จากสถานที่ที่ตนรู้สึกปลอดภัย ลดภาระค่าใช้จ่ายในการเดินทาง
“ที่สำคัญคือไม่จำเป็นต้องเผชิญหน้ากับผู้ที่เผยแพร่ข้อมูลหรือผู้ถูกกล่าวหา ซึ่งช่วยลดแรงกดดันและความหวาดกลัวที่ผู้เสียหายจำนวนมากต้องเผชิญในกระบวนการยุติธรรมแบบเดิม”
นอกจากนี้ หากเจ้าหน้าที่ประเมินว่าผู้เสียหายยังอยู่ในภาวะเครียด วิตกกังวล หรือสภาพจิตใจไม่พร้อมให้ข้อมูล ศาลอาญายังมีคลินิกจิตสังคมที่ประกอบด้วย นักจิตวิทยา และนักสังคมสงเคราะห์คอยให้คำปรึกษา เพื่อช่วยให้ผู้เสียหายมีความพร้อมก่อนเข้าสู่การไต่สวน เป้าหมายสำคัญคือการนำข้อมูลหรือภาพที่สร้างความเสียหายออกจากระบบให้เร็วที่สุด ก่อนที่ผลกระทบทางจิตใจจะลุกลามจนกลายเป็นปัญหารุนแรง
นายรัฐวิชญ์ ย้ำว่า มาตรการ Take it Down ไม่ใช่กระบวนการชี้ว่าใครมีความผิดหรือไม่มีความผิด แต่เป็นกลไกคุ้มครองความปลอดภัยบนโลกออนไลน์ในเบื้องต้น ส่วนการดำเนินคดีอาญาฐานคุกคามทางเพศ หรือการเรียกค่าเสียหายทางแพ่ง ยังคงเป็นอีกกระบวนการหนึ่งที่ผู้เสียหายสามารถดำเนินการแยกต่างหากได้
นอกจากนี้ เผยว่าอุปสรรคสำคัญในปัจจุบันไม่ใช่ข้อจำกัดของกฎหมายหรือเทคโนโลยี แต่เป็นการที่ประชาชนจำนวนมากยังไม่ทราบว่ามีมาตรการดังกล่าว หลายคนเข้าใจว่าต้องแจ้งความก่อน ต้องมีทนายความ หรือจำเป็นต้องเดินทางมาศาล ทั้งที่ความจริงผู้เสียหายสามารถยื่นคำร้องได้ด้วยตนเองโดยตรงผ่านระบบออนไลน์
อย่างไรก็ตาม ด้วยเหตุนี้ศาลอาญาจึงพยายามผลักดันการสื่อสารควบคู่กับการบังคับใช้กฎหมาย ซึ่งล่าสุดจัดโครงการประกวดหนังสั้นหรือคลิปวิดีโอ หัวข้อ “ทำกฎหมายให้เห็นภาพ ตอน หยุดคุกคามทางเพศด้วยพลังสื่อ” ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 284/1 ถึง 284/4 เพื่อเปิดโอกาสให้นักเรียน นักศึกษา และประชาชนทั่วไป ถ่ายทอดความเข้าใจเกี่ยวกับปัญหาการคุกคามทางเพศและสิทธิในการขอความคุ้มครองผ่านสื่อสร้างสรรค์
นายรัฐวิชญ์ ทิ้งท้าย เชื่อว่าการทำให้ประชาชนตระหนักถึงความผิดฐานคุกคามทางเพศและรู้จักมาตรการ Take it Down แพร่หลาย จะช่วยลดความสูญเสียในอนาคต เพราะหลายครั้งสิ่งที่ผู้เสียหายต้องการมากที่สุดไม่ใช่การเอาผิดผู้กระทำในทันที แต่คือการ “หยุด” การเผยแพร่ข้อมูลที่สร้างความอับอาย หวาดกลัว และความทุกข์ทางใจให้ยุติลงเร็วที่สุด.
ทีมข่าวอาชญากรรม รายงาน