นายกฯ ไปฝรั่งเศส 21-27 พ.ค. ผลักดันซอฟต์พาวเวอร์ไทยสู่สายตานานาประเทศ
เมื่อวันที่ 20 พ.ค. น.ส.รัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย มีกำหนดการเยือนสาธารณรัฐฝรั่งเศส ระหว่างวันที่ 21-27 พ.ค. 2569 โดยนายกรัฐมนตรีจะใช้โอกาสการเยือนในครั้งนี้พบหารือกับผู้นำและบุคคลสำคัญจากหลายภาคส่วน ได้แก่ 1.ระดับผู้นำ นายกรัฐมนตรีมีกำหนดการพบกับนายเอมานูว์แอล มาครง (H.E. Mr. Emmanuel Macron) ประธานาธิบดีฝรั่งเศส ในงานเลี้ยงอาหารค่ำ
นายกฯ จะใช้โอกาสนี้หารือเพื่อกระชับความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับฝรั่งเศส มุ่งสู่ความเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ ซึ่งปีนี้ถือเป็นปีครบรอบ 170 ปี การสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตอย่างเป็นทางการระหว่างกัน พร้อมทั้งผลักดันความร่วมมือที่สำคัญ โดยเฉพาะด้านการค้าการลงทุน พลังงาน คมนาคม การทหาร และอากาศยาน
2.องค์การระหว่างประเทศ นายกรัฐมนตรีจะพบหารือกับผู้อำนวยการองค์การพลังงานระหว่างประเทศ (International Energy Agency - IEA) เพื่อส่งเสริมความมั่นคงด้านพลังงาน พร้อมทั้งพบหารือกับผู้อำนวยการใหญ่องค์การยูเนสโก ซึ่งจะเป็นโอกาสในการต่อยอดความร่วมมือที่ได้หารือร่วมกันเมื่อวันที่ 15 พ.ค. ที่ผ่านมา และผลักดันบทบาทวัฒนธรรมไทยในเวทีโลก โดยเฉพาะการขึ้นทะเบียนชุดไทย เป็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติ ในปลายปีนี้ เพื่อสร้างการรับรู้และต่อยอดมูลค่าทางเศรษฐกิจสร้างสรรค์ของไทย ทั้งด้านแฟชั่น งานหัตถกรรม การท่องเที่ยว และซอฟต์พาวเวอร์ไทยในระดับนานาชาติ
น.ส.รัชดา กล่าวต่อว่า 3.ภาคเอกชนฝรั่งเศส นายกรัฐมนตรีจะพบหารือกับคณะนักธุรกิจฝรั่งเศสภายใต้สมาคมนายจ้างฝรั่งเศส พร้อมทั้งพบปะภาคเอกชนฝรั่งเศสในสาขาต่าง ๆ ซึ่งจะเป็นโอกาสในการเชิญชวนภาคเอกชนฝรั่งเศสให้เข้ามาลงทุนในโครงการขนาดใหญ่ของไทย โดยเฉพาะในสาขาที่ฝรั่งเศสมีความเชี่ยวชาญ เช่น อุตสาหกรรมการบินและอวกาศ พลังงานสะอาด และอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ
4.ทีมประเทศไทย ภาคเอกชนไทย และชุมชนไทยในฝรั่งเศส โดยนายกฯ จะเข้าร่วมและแลกเปลี่ยนความเห็นในการประชุมเอกอัครราชทูตและกงสุลใหญ่ประจำภูมิภาคยุโรป พร้อมทั้งพบปะชุมชนไทยในฝรั่งเศส ซึ่งมีส่วนสำคัญในการเผยแพร่วัฒนธรรม เอกลักษณ์ความเป็นไทย และสร้างภาพลักษณ์ที่ดีของประเทศไทยในฝรั่งเศส รวมถึงภาคเอกชนไทยในฝรั่งเศส ซึ่งมีศักยภาพในการสร้างชื่อเสียงและมูลค่าเพิ่มให้แบรนด์ไทยในระดับสากล.