The Umami Vibe เมื่อรสชาติอูมามิจากธรรมชาติ เป็นนวัตกรรมที่ทำให้อาหารอร่อยขึ้นและดีต่อสุขภาพ
Text : Wipawan In.
โรคไม่ติดต่อเรื้อรัง หรือ NCDs (Non-Communicable Diseases) กลายเป็นหนึ่งในปัญหาสาธารณสุขที่ใหญ่ที่สุดของโลก พฤติกรรมการบริโภคกำลังถูกจับตามองมากกว่าที่เคย องค์การอนามัยโลกเคยชี้ให้เห็นว่า การบริโภคโซเดียมและน้ำตาลในปริมาณสูงเป็นปัจจัยสำคัญที่เชื่อมโยงกับโรคความดันโลหิตสูง เบาหวาน โรคหัวใจ และโรคอ้วน
ขณะที่ประเทศไทยเองก็เผชิญกับสถานการณ์ไม่ต่างกัน ผู้คนจำนวนมากเริ่มหันมาใส่ใจสุขภาพ แต่ยังติดอยู่กับโจทย์สำคัญข้อหนึ่ง นั่นคือ “อาหารสุขภาพมักไม่อร่อยเท่าอาหารที่คุ้นเคย” ความท้าทายนี้ทำให้นวัตกรรมอาหารยุคใหม่ไม่ได้มุ่งเพียงการสร้างผลิตภัณฑ์ที่ดีต่อสุขภาพเท่านั้น แต่ต้องทำให้ผู้บริโภคสามารถเปลี่ยนพฤติกรรมการกินได้ในระยะยาว และนี่คือจุดเริ่มต้นของ The Umami Vibe แบรนด์ผงปรุงรสจากธรรมชาติ 100% โดย โจ-จิณณะ เงาสมสกุล ที่นำองค์ความรู้ด้านอาหาร เทคโนโลยีการสกัดรสชาติ และแนวคิดเรื่องสุขภาพ มาหลอมรวมจนกลายเป็นนวัตกรรมที่ช่วยให้อาหารยังคงอร่อยได้โดยไม่ต้องพึ่งพาน้ำตาลหรือโซเดียมในปริมาณสูง
ทำอย่างไรให้ความธรรมชาติกับรสชาติผสมกันอย่างลงตัว
The Umami Vibe ให้ความสนใจไปที่วัตถุดิบต้นทางอย่าง “เห็ด” ซึ่งได้รับการยอมรับในระดับสากลว่าเป็นหนึ่งใน Superfood ที่อุดมไปด้วยสารอาหารและสารออกฤทธิ์ทางชีวภาพหลากหลายชนิด นำไปสู่การพัฒนาโรงเรือน Smart Farming เพื่อควบคุมสภาพแวดล้อมการเพาะเห็ดเมืองหนาว
เมื่อมองเห็นศักยภาพของเห็ดในมิติที่มากกว่าการเป็นวัตถุดิบประกอบอาหาร แต่สามารถต่อยอดเป็นนวัตกรรมอาหารที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่ได้ จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นเมื่อพบว่าในเห็ดมีสารธรรมชาติที่เรียกว่า Glutamic Acid ซึ่งเป็นสารตั้งต้นของรสชาติ “อูมามิ” หรือรสชาติที่ห้า ต่อจากหวาน เปรี้ยว เค็ม และขม อูมามิเป็นรสชาติที่ช่วยเพิ่มมิติความกลมกล่อมให้กับอาหาร ทำให้ผู้บริโภครับรู้ความอร่อยได้มากขึ้นโดยไม่จำเป็นต้องเติมน้ำตาลหรือเกลือเพิ่มในปริมาณมาก
แนวคิดนี้นำไปสู่การพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ใช้ประโยชน์จากอูมามิธรรมชาติจากเห็ดเป็นแกนหลัก โดยไม่ได้มองว่าเป็นเพียงเครื่องปรุงรส แต่เป็นเครื่องมือในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการบริโภคของผู้คนให้ดีขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไป เพราะการกินเพื่อสุขภาพจะเกิดขึ้นได้จริงก็ต่อเมื่อความอร่อยยังอยู่ในจานอาหาร
Green Label ที่ผู้บริโภคอ่านแล้วสบายใจ
หัวใจสำคัญของ The Umami Vibe คือการดึงศักยภาพของวัตถุดิบธรรมชาติออกมาอย่างเต็มประสิทธิภาพ ผ่านกระบวนการพัฒนาอาหารที่ผสานองค์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์อาหารเข้ากับการคัดเลือกวัตถุดิบคุณภาพสูง ผลลัพธ์ที่ได้คือผงปรุงรสที่มีส่วนผสมจากเห็ด เครื่องเทศ และสมุนไพรธรรมชาติ โดยไม่มีน้ำตาล ไม่มีสารสังเคราะห์ และมีปริมาณโซเดียมต่ำกว่าการใช้เครื่องปรุงทั่วไป
นอกจากเห็ดแล้ว สูตรของผลิตภัณฑ์ยังประกอบด้วยกระเทียม หัวหอม และพริกไทยคุณภาพสูง ซึ่งทำหน้าที่เสริมทั้งกลิ่นและรสชาติให้มีความซับซ้อนมากขึ้น เมื่อทำงานร่วมกับอูมามิจากเห็ด จึงช่วยยกระดับรสชาติอาหารให้โดดเด่นโดยไม่กลบรสเดิมของวัตถุดิบ
แบรนด์ต้องการสร้างความโปร่งใสให้กับผู้บริโภคผ่าน Green Label ทุกส่วนผสมสามารถอ่านและเข้าใจได้ง่าย ไม่มีชื่อสารประกอบทางเคมีหรือรหัสวัตถุเจือปนอาหารที่ผู้บริโภคไม่คุ้นเคย ความเรียบง่ายนี้เป็นส่วนหนึ่งของแนวคิดการพัฒนาอาหารยุคใหม่ที่ให้ความสำคัญกับความเชื่อมั่นและความสบายใจของผู้บริโภค
อร่อย + สุขภาพ = ระบบอาหารที่ยั่งยืน
ในฐานะ Food Innovation นี่ไม่ใช่แค่การสร้างผลิตภัณฑ์ใหม่ แต่คือการมองเห็นผลกระทบในภาพรวมของระบบอาหารทั้งหมด ตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ
ในมิติของผู้บริโภค ผลิตภัณฑ์ช่วยลดการพึ่งพาน้ำตาลและโซเดียม ซึ่งเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญของโรค NCDs โดยยังคงรักษาความอร่อยเอาไว้ได้ ทำให้การกินเพื่อสุขภาพไม่ใช่เรื่องของการอดทนหรือฝืนใจอีกต่อไป แต่เป็นทางเลือกที่สามารถทำได้จริงในชีวิตประจำวัน
ในมิติของเกษตรกรรม คือการสร้างเครือข่ายวัตถุดิบภายในประเทศ โดยเฉพาะเกษตรกรผู้เพาะเห็ดและผู้ปลูกเครื่องเทศไทย เพื่อสร้างระบบรับซื้อที่มั่นคงและช่วยเพิ่มมูลค่าให้กับผลผลิตทางการเกษตร ขณะที่ในมิติของตลาด The Umami Vibe กำลังเข้ามาเติมช่องว่างของกลุ่มเครื่องปรุงเพื่อสุขภาพ ซึ่งแม้จะเติบโตต่อเนื่อง แต่ยังมีผู้เล่นไม่มากนักที่สามารถนำวัตถุดิบธรรมชาติมาสร้างรสชาติอูมามิได้อย่างโดดเด่น โดยเฉพาะการเลือกใช้เห็ดพรีเมียมเป็นหัวใจหลักของผลิตภัณฑ์
ท้ายที่สุด นวัตกรรมอาหารที่ดีอาจไม่ใช่การสร้างสิ่งที่ซับซ้อน แต่คือการทำให้ผู้คนมีทางเลือกที่ดีขึ้นโดยไม่ต้องเปลี่ยนวิถีชีวิตทั้งหมด The Umami Vibe จึงเป็นตัวอย่างของ Food Innovation ที่ใช้วิทยาศาสตร์อาหารมาตอบโจทย์ปัญหาสุขภาพร่วมสมัย เปลี่ยนรสชาติ ให้กลายเป็นเครื่องมือในการดูแลสุขภาพ และพิสูจน์ว่าอาหารที่ดีต่อร่างกาย ไม่จำเป็นต้องแลกมาด้วยการสูญเสียความอร่อยเสมอไป
www.smethailandclub.comศูนย์รวมข้อมูลธุรกิจเอสเอ็มอี