โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

รัฐบาลลุยปราบแก๊งข้ามชาติ ดัน SHIELD ผนึก AI จับตาพื้นที่เสี่ยง

ไทยโพสต์

อัพเดต 22 มิถุนายน 2569 เวลา 15.34 น. • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

รัฐบาลเดินหน้าปราบอาชญากรรมข้ามชาติเต็มรูปแบบ ดัน SHIELD เชื่อมข้อมูลนานาชาติ ผสาน AI เฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยง

22 มิ.ย. 2569 - นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับการดูแลความปลอดภัยของประชาชนและนักท่องเที่ยวอย่างจริงจัง ควบคู่กับการปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ แก๊งคอลเซ็นเตอร์ การค้ามนุษย์ และอาชญากรรมออนไลน์ โดยนายกรัฐมนตรีมอบหมายให้ทุกหน่วยงานบูรณาการการทำงานร่วมกัน ภายใต้แนวทาง “บำบัดทุกข์ บำรุงสุข พิทักษ์สันติราษฎร์ พิฆาตยาเสพติด พิชิตอันธพาล” เพื่อสร้างความมั่นคงและความปลอดภัยให้กับประชาชนในทุกมิติ

นางสาวรัชดา กล่าวว่า ด้วยอาชญากรรมจำนวนมากเชื่อมโยงเป็นเครือข่ายข้ามพรมแดน รัฐบาลจึงต้องยกระดับเครื่องมือและความร่วมมือระหว่างประเทศให้ทันต่อรูปแบบอาชญากรรมที่เปลี่ยนแปลงไป โดยหนึ่งในเครื่องมือสำคัญคือระบบ SCAM & Human Trafficking Information Exchange and Linked Database หรือ “SHIELD” ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ซึ่งได้รับความสนใจจากหลายประเทศในฐานะแพลตฟอร์มกลางสำหรับแลกเปลี่ยนข้อมูลอาชญากรรมข้ามชาติ โดยระบบ SHIELD ช่วยเชื่อมโยงข้อมูล พยานหลักฐาน และเส้นทางการเงินระหว่างประเทศ ทำให้การติดตามผู้กระทำผิด การขยายผลเครือข่าย และการดำเนินคดีมีความรวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากขึ้น ลดช่องว่างที่กลุ่มอาชญากรเคยใช้หลบเลี่ยงการบังคับใช้กฎหมาย

ทั้งนี้ SHIELD ได้รับการพัฒนาต่อยอดจากความสำเร็จของศูนย์ปฏิบัติการ International Anti-Scam and Human Trafficking Syndicate Command Center (Warroom IAC) หรือศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC) ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ซึ่งบูรณาการการทำงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ ธนาคาร ปปง. ดีเอสไอ กระทรวงดีอี กระทรวงการต่างประเทศ ในการติดตามเส้นทางการเงิน อายัดบัญชี ช่วยเหลือผู้เสียหาย และขยายผลจับกุมเครือข่ายอาชญากรรมออนไลน์อย่างเป็นระบบ จนได้รับการยอมรับและความสนใจจากหลายประเทศ

ขณะเดียวกัน รัฐบาลยังเดินหน้านำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ผ่านระบบ IBOC (Intelligent Bird Eye Operation Center) หรือศูนย์ปฏิบัติการอัจฉริยะ มาใช้เพิ่มประสิทธิภาพการเฝ้าระวังและป้องกันเหตุในพื้นที่เศรษฐกิจและแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ เพื่อให้เจ้าหน้าที่สามารถตรวจจับความผิดปกติและเข้าระงับเหตุได้รวดเร็วยิ่งขึ้น โดยมีแผนพัฒนาเกาะเสม็ดเป็นพื้นที่ต้นแบบด้านความปลอดภัยอัจฉริยะ รองรับนักท่องเที่ยวกว่า 1 ล้านคนต่อปี ก่อนขยายผลไปยังพื้นที่สำคัญอื่นของประเทศ

“รัฐบาลเชื่อว่าการแก้ปัญหาอาชญากรรมยุคใหม่ต้องทำทั้งเชิงรุกและเชิงระบบ SHIELD ช่วยเชื่อมข้อมูลและไล่ล่าเครือข่ายอาชญากรรมในระดับนานาชาติ ขณะที่ AI ผ่านระบบ IBOC ช่วยป้องกันเหตุและดูแลความปลอดภัยในพื้นที่จริง ทั้งสองส่วนจะทำงานควบคู่กันเพื่อปกป้องประชาชน ลดความเสียหายจากอาชญากรรม และสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักท่องเที่ยวที่เดินทางมายังประเทศไทย” นางสาวรัชดา ระบุ.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...