โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาชญากรรม

ตั้งข้อหาหนัก 2 ฝรั่งทิ้งลูก - สวดคาถาปริศนาลั่นห้องสอบสวน

ข่าวเวิร์คพอยท์ 23

อัพเดต 21 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 21 ชั่วโมงที่ผ่านมา • ข่าวเวิร์คพอยท์

(12 มิ.ย. 69) คืนืั้ผ่านมา(11 มิ.ย. 69) พ.ต.ท.พิเชฐ ปักเคธาติ รอง ผกก.สส.สภ.เมืองอุดรธานี นำหมายจับศาลจังหวัดอุดรธานี เข้าจับกุม น.ส.ไบรเดน อายุ 29 ปี สัญชาติอเมริกัน และ นายคาริม อายุ 39 ปี สัญชาติสวีเดน ในข้อหา “ร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน และทอดทิ้งเด็กอายุไม่เกินเก้าปีเป็นเหตุให้ถึงแก่ความตาย” หลังก่อเหตุอุ้มทารกเพศหญิงวัย 2 สัปดาห์ไปทิ้งใต้ต้นจามจุรีในชุมชนดอนอุดม เขตเทศบาลนครอุดรธานี นานกว่า 8 ชั่วโมง จนเด็กเสียชีวิตเมื่อวันที่ 10 มิถุนายนที่ผ่านมา

.

การจับกุม ณ สถานีตำรวจท่องเที่ยวอุดรธานี เป็นไปอย่างทุลักทุเล เนื่องจากผู้ต้องหาทั้งสองแสดงท่าทีขัดขืน ไม่ยอมรับหมายจับไทยโดยอ้างว่าไม่ได้ทำความผิด และฝ่ายชายขัดขืนไม่ยอมขึ้นรถจนเจ้าหน้าที่ต้องช่วยกันหิ้วปีกขึ้นรถส่ง สภ.เมืองอุดรธานี นอกจากนี้ ในระหว่างการควบคุมตัวและสอบสวนต่อหน้าเจ้าหน้าที่กงสุล ทั้งสองพยายามพูดเบี่ยงเบนและไม่ให้ความร่วมมือด้วยการนั่งบริกรรมสวดคาถาปริศนาตลอดเวลา ซ้ำยังปฏิเสธการตรวจหาสารเสพติดในร่างกาย เจ้าหน้าที่จึงได้บันทึกคลิปวิดีโอไว้เป็นหลักฐาน

.

พ.ต.อ.พัฒนวงศ์ จันทร์พล ผกก.สภ.เมืองอุดรธานี เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบพบว่าทั้งสองเดินทางเข้าไทยเมื่อต้นปีและอยู่เกินกำหนดกฎหมาย โดยฝ่ายหญิงได้คลอดลูกเองที่ จ.หนองคาย ก่อนจะพากันนำมาทิ้งในจุดเกิดเหตุ ซึ่งทางตำรวจยืนยันว่าพฤติการณ์เข้าข่ายร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน เนื่องจากเป็นการเล็งเห็นผลว่าทารกแรกเกิดไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้และต้องเสียชีวิตอย่างแน่นอน แม้ผู้ต้องหาจะยังคงปฏิเสธแต่เจ้าหน้าที่มีพยานหลักฐานแน่นหนา และจะดำเนินคดีตามขั้นตอนกฎหมายอย่างเด็ดขาด

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...