คลังถอยแล้ว! มีมติยกเลิกเกณฑ์บัตรคนจน ปมตัดสิทธิพ่อแม่ หากลูกนำชื่อไปลดหย่อน เตรียมชง ครม.เห็นชอบ
วันที่ 11 มิถุนายน 2569 นายวินิจ วิเศษสุวรรณภูมิ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยหลังการประชุมคณะกรรมการประชารัฐสวัสดิการเพื่อเศรษฐกิจฐานรากและสังคม เพื่อหารือเกี่ยวกับเกณฑ์การถือครองบัตรสวัสดิการแห่งรัฐหรือบัตรคนจน ที่ก่อนหน้านี้ทางกระทรวงมีเงื่อนไขว่าหากลูกนำชื่อพ่อแม่มาลดหย่อนภาษี พ่อแม่จะถูกตัดสิทธิจากการถือบัตรว่า ในการประชุมเรื่องดังกล่าวในวันนี้ ทางคณะกรรมการได้มีมติเห็นชอบว่าไม่ให้นำเกณฑ์ดังกล่าวมาใช้ในการพิจารณาการลงทะเบียนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2569 โดยหลังจากนี้จะมีการรวบรวมข้อมูลทั้งหมดเพื่อพิจารณาทบทวนและปรับปรุงหลักเกณฑ์ต่าง ๆ ให้มีความเหมาะสม ก่อนนำเรื่องเสนอให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาเห็นชอบต่อไป และเตรียมจะประกาศรายชื่อผู้ได้รับสิทธิบัตรคนจนอย่างเป็นทางการในวันที่ 17 กรกฎาคมนี้
นายวินิจ กล่าวต่อว่า ในส่วนความคืบหน้าของการลงทะเบียน ล่าสุดมีผู้ยืนยันสิทธิแล้วกว่า 11.28 ล้านราย ได้รับการตรวจสอบไปแล้วประมาณ 10.8 ล้านราย ทั้งนี้มีผู้ลงทะเบียนราว 400,000 ราย ที่มีข้อมูลผิดพลาด ซึ่งส่วนใหญ่เป็นความผิดพลาดเล็กน้อย เช่น การกรอกชื่อซ้ำในช่องนามสกุล คณะกรรมการฯ จึงมีมติให้ดำเนินการแก้ไขข้อมูลในระบบให้ถูกต้องได้ทันที หากสามารถระบุตัวตนได้ โดยที่ประชาชนไม่ต้องเสียเวลามาลงทะเบียนใหม่ ส่วนผู้ที่กรอกข้อมูลผิดพลาดในสาระสำคัญ ซึ่งมีเหลืออยู่เพียง 200 ราย จะมีการประสานให้เจ้าหน้าที่ธนาคารกรุงไทยลงพื้นที่ไปพบและอำนวยความสะดวกแก้ไขข้อมูลให้ถึงที่
นายวินิจ ยังกล่าวถึงการลงพื้นที่ค้นหาผู้ตกหล่นแบบเชิงรุกว่า ได้แบ่งการทำงานออกเป็นกลุ่มต่าง ๆ โดยกลุ่มที่มีรายชื่ออยู่ในฐานข้อมูลเดิมของกระทรวงมหาดไทย และกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ดำเนินการสำรวจไปแล้วกว่าร้อยละ 70 หรือจำนวน 700,000 ราย และมั่นใจว่าจะแล้วเสร็จภายในวันที่ 21 มิถุนายนนี้ ส่วนกลุ่มที่ตกหล่นจากบัญชีรายชื่อเดิม ซึ่งได้จากการสำรวจผ่านกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และเจ้าหน้าที่ท้องถิ่น ได้พบผู้เดือดร้อนเพิ่มเติมอีกกว่า 1.57 ล้านราย รวมแล้วจะมีผู้เข้าสู่กระบวนการคัดกรองเพิ่มเติมในรอบนี้อีกกว่า 2.29 ล้านราย
นายวินิจ กล่าวว่า การลงพื้นที่ค้นหาผู้ตกหล่นแบบเชิงรุกว่า ได้แบ่งการทำงานออกเป็นกลุ่มต่างๆ โดยกลุ่มที่มีรายชื่ออยู่ในฐานข้อมูลเดิมของกระทรวงมหาดไทย และกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ดำเนินการสำรวจไปแล้วกว่าร้อยละ 70 หรือจำนวน 700,000 ราย และมั่นใจว่าจะแล้วเสร็จภายในวันที่ 21 มิถุนายนนี้
นายวินิจ กล่าวว่า นอกจากนี้ ยังมีกลุ่มที่ตกหล่นจากบัญชีรายชื่อเดิม ซึ่งได้จากการสำรวจรับแจ้งผ่านกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และเจ้าหน้าที่ท้องถิ่น ล่าสุดพบผู้เดือดร้อนเพิ่มเติมอีกกว่า 1.57 ล้านราย รวมแล้วจะมีผู้เข้าสู่กระบวนการคัดกรองเพิ่มเติมในรอบนี้อีกกว่า 2.29 ล้านราย