‘สตช.-ดีอี’ลุยเว็บพนันบอลโลก ‘ปราบจริง’หรือ’แค่พอเป็นพิธี’
เสียงนกหวีดดัง เริ่มการฟาดแข้งสุดยอดมหกรรมกีฬาแห่งมวลมนุษยชาติ “ฟุตบอลโลก” FIFA World Cup 2026 ครั้งที่ 23 จัดขึ้นที่ทวีปอเมริกาเหนือ เป็นครั้งแรกที่มีเจ้าภาพร่วมถึง 3 ประเทศ สหรัฐอเมริกา แคนาดา และเม็กซิโก เพิ่มจาก 32 ทีม เป็น 48 ทีม แบ่งเป็น 12 กลุ่ม กลุ่มละ 4 ทีม แข่งขันกันรวม 104 แมตช์ ระหว่างวันที่ 11 มิ.ย.-19 ก.ค.69 รวมระยะเวลาการแข่งขัน 39 วัน คู่เปิดสนามเวลาตี 2 บ้านเรา เจ้าภาพเม็กซิโก-แอฟริกาใต้ ที่สนามเอสตาดีโอ อัซเตกา เม็กซิโก ซิตี
บอลโลก 4 ปีจัดครั้ง เป็นอีเวนต์ระดับโลกต่อยอดธุรกิจ กระตุ้นเศรษฐกิจ ม.หอการค้าเผยพลสำรวจพฤติกรรมการใช้จ่ายของประชาชนในช่วง FIFA World Cup 2026 จากกลุ่มตัวอย่าง 1,200 คนทั่วประเทศ พบว่า มหกรรมลูกหนังระดับโลกจะสร้างแรงกระเพื่อมต่อเศรษฐกิจไทย คาดการณ์ว่าเงินสะพัดรวมจะอยู่ที่ประมาณ 68,635 ล้านบาท แบ่งเป็นการใช้จ่ายในระบบเศรษฐกิจ 21,061 ล้านบาท การใช้จ่ายนอกระบบในส่วนของพนันบอลอีก 47,574 ล้านบาท
แน่นอนว่ามหกรรมฟุตบอลโลกที่ทุกคนรอคอย มองด้านบวกทางสังคมกระตุ้นให้เด็กเยาวชนสนใจกีฬา ขับเคลื่อนเศรษฐกิจ มีการจับจ่ายใช้สอยมากขึ้น เป็นการสันทนาการลดความเครียด แต่มุมมืดที่แฝงมาด้วยก็โทษมหันต์ โดยเฉพาะ "พนันออนไลน์" ที่กำลังกัดกร่อนสังคมในยุคโซเชียล รุกคืบถึงสถานศึกษา เยาวชน นักเรียน นักศึกษา ตกเป็นทาสพนัน
พฤติกรรมพนันทายผลฟุตบอลแตกต่างออกไปจากครั้งก่อนๆ ไม่ต้องมีโต๊ะบอล ไม่ต้องมีคนเดินโพย โทรศัพท์เครื่องเดียวเข้าถึงทุกแพลตฟอร์ม เลือกจิ้มได้ตามใจชอบ ยิ่งช่วงนี้แล้วเว็บพนันออนไลน์ต่างมีโปรโมชันกระตุ้นความกระสันของนักพนันเข้าไปเสี่ยงดวง แม้แต่เว็บไซต์ของหน่วยงานราชการยังไม่เว้น ถูกแฮ็กเจาะระบบฝังโค้ดสร้างลิงก์แฝง เมื่อผู้ใช้งานกดลิงก์หน่วยงานรัฐ ระบบจะส่งไปยังหน้าเว็บพนันทันที
สแกมเมอร์-พนันออนไลน์ เป็นนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาลนายกฯ อนุทิน ชาญวีรกูล มอบหมายให้กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ร่วมกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เป็นหน่วยงานหลักเดินหน้ากวาดล้างปราบปรามภัยไซเบอร์อย่างเด็ดขาด โดยเฉพาะมหกรรมฟุตบอลโลกที่กำลังฟาดแข้งอยู่ในขณะนี้ ซึ่งกระทรวงดีอีได้รายงานตัวเลข ปิดกั้นโซเชียลมีเดีย เพจ และเว็บไซต์ URL ที่เกี่ยวข้องกับการพนันผิดกฎหมาย ระหว่างวันที่ 1 ตุลาคม 2568-31 พฤษภาคม 2569 (ระยะเวลา 8 เดือน) แล้วเป็นจำนวน 673,699 รายการ โดยแยกเป็นการปิดกั้นตามคำสั่งศาล จำนวน 635,717 รายการ และประสานงานแพลตฟอร์มทำการปิดกั้น (ประเภทหลอกลวง/พนันออนไลน์) จำนวน 37,982 รายการ
“กรมปทุมวัน” หน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย “บิ๊กต่าย” พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร ผบ.ตร. สั่งกำชับปราบปรามพนันออนไลน์ทุกรูปแบบอย่างเด็ดขาด โดยให้ทุกหน่วยที่เกี่ยวข้องใช้ทุกมาตรการ สืบสวนสอบสวนปราบปรามอย่างจริงจังต่อเนื่อง รวมถึงการป้องกันการเข้าถึงหรือการปิดกั้นเว็บไซต์ และช่องทางโซเชียลมีเดียทุกแพลตฟอร์มอย่างเข้มข้น โดยมอบหมายให้ “บิ๊กนา” พล.ต.อ.ธนา ชูวงษ์ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) และผู้อำนวยการศูนย์ป้องกันปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ผอ.ศปอส.ตร.) เป็นหัวหน้าชุดในการทำงาน
พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ ได้กำชับเป็นพิเศษ โดยเฉพาะเยาวชนที่อาจตกไปอยู่ในวังวนการพนันออนไลน์ ข้อมูลระบุตัวเลขเป็นที่น่ากังวล ต้นปี 2569 พบเยาวชนอายุ 15-25 ปี หรือเจน Z เข้าสู่วงจรพนันออนไลน์มากกว่า 4,000,000 คน มีนักพนันหน้าใหม่เพิ่มขึ้นจำนวนมาก ขณะเดียวกันข้อมูลจากสถิติและการวิเคราะห์สถานการณ์พนันออนไลน์ของ “ศปอส.ตร.” พบว่าเครือข่ายพนันออนไลน์ยกระดับจากบัญชีม้าแบบดั้งเดิม สู่บัญชีนิติบุคคล, PayPal, บัญชีตัวกลางข้ามชาติ และคริปโตเคอร์เรนซี โจรมักจะนำตำรวจอยู่ก้าวหนึ่งเสมอ ด้วยเทคโนโลยีแพลตฟอร์มพนันออนไลน์ปรับตัวไปใช้โฆษณาแฝงผ่านอินฟลูเอนเซอร์ ไลฟ์สด วิดีโอสั้น ปักตะกร้า แปะลิงก์ สร้างคอนเทนต์เชิญชวนเล่นการพนัน
“ผบ.ต่าย” กำชับให้กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.) ใช้เทคโนโลยี AI เข้ามาใช้ในการตรวจสอบและตรวจจับเว็บพนันออนไลน์ รวมถึงลิงก์ถ่ายทอดสดเถื่อนที่แฝงโฆษณาพนันบอล โดยรายงานตัวเลขของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.68-20 พ.ค.69 ได้ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องปิดกั้นเว็บไซต์และแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย ทั้งเฟซบุ๊ก ไลน์ TikTok ไปแล้วรวม 717,425 URLs
อย่างไรก็ดี การที่ “สตช.-ดีอี” จับมือสกัดปิดกั้นพนันบอลออนไลน์ แต่ไม่ใช่เรื่องง่าย ยิ่งปราบยิ่งผุด ฐานเซิร์ฟเวอร์พนันออนไลน์ส่วนมากแล้วอยู่ต่างประเทศ กระบวนการด้านกฎหมายไทยไม่สามารถเข้าถึง แต่ละเว็บพนันมีหลายยูสเซอร์ ยูสเซอร์ไหนถูกปิดก็เปิดยูสเซอร์ใหม่ เปลี่ยนชื่อใหม่ เงินสะพัดหมุนเวียนมหาศาล
พนันออนไลน์แต่ละปีมีเงินหมุนเวียนมากกว่า 300,000-500,000 ล้านบาท สะท้อนให้เห็นเครือข่ายเงินนอกระบบเติบโตอย่างรวดเร็ว ฉะนั้นแล้วใครที่ทำเว็บพนันได้ย่อมไม่ธรรมดา ต้องมีอิทธิพลบารมีพอตัว รวมทั้งสีเสื้อที่อยู่เบื้องหลัง ไม่เช่นนั้นทำไม่ได้ ตอกย้ำรายชื่อนักการเมืองชื่อดัง นักการเมืองท้องถิ่น ที่ถูกโยงเกี่ยวข้องกับเว็บพนันออนไลน์หลายราย ทำกันเป็นขบวนการ เจ้าหน้าที่รัฐหรือผู้มีอำนาจทางกฎหมายบังคับใช้ยังไม่กล้าแตะ มีเอกสิทธิ์คุ้มครอง หลายพรรคการเมืองมีนายทุนเทา-เงินเทา สนับสนุนกิจการพรรค กว้านซื้อตัว สส.-ซื้อเสียง เสมือนบริษัทห้างร้าน
ไหนจะ ส่วย ถึงแม้จะไม่มีใบเสร็จ แต่ใช่ว่าจะไม่มีคนในวงการสีเทาเขารู้กัน ธุรกิจสีเทาไม่จ่ายส่วยไม่มีทางทำได้ และไม่ใช่จ่ายเพียงหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่ง ต้องจ่ายให้ทั่วถึง งานจะได้ไหลลื่น ส่วนเว็บไหนไม่จ่ายต้องรับสภาพ แล้วใครจะกล้าแตะ เจ้าหน้าที่ตงฉินจึงทำงานได้ยาก บางคนกลายเป็นเนื้อเดียวกันเพื่อความอยู่รอดในตำแหน่งหน้าที่แม้ถึงวันปิดฉากมหกรรมบอลโลก 19 ก.ค. แต่ปัญหาสังคมเริ่มนับหนึ่ง หนี้สินจากการเล่นพนันนำไปสู่คดีอาชญากรรม ดักวิ่งชิงปล้น ติดตามทวงหนี้ หลายรายต้องล้มละลาย รวมถึง "อัตวินิบาตกรรม” หนีปัญหา มาตรการที่ “สตช.-ดีอี” งัดมาใช้ในการสกัดกั้นป้องกันปราบปรามการเล่นพนันฟุตบอลออนไลน์ จะเป็นการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าในช่วงเทศกาลบอลโลกหรือไม่ หรือจะเป็นมาตรฐานต่อยอดในการปราบปรามเว็บพนันออนไลน์ให้ลดลง ก็ขึ้นอยู่กับกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) และสำนักงานตำรวจแห่งชาติจะเอาจริงแค่ไหน.