BGRIMลุยโครงการData Centerก่อสร้างคืบ 40% แนะบีโอไอกำหนดLocal Contentก่อนส่งเสริมฯ
บี.กริม เพาเวอร์ แย้มโครงการData Center 94เมกะวัตต์ ก่อสร้างคืบหน้าแล้ว 40% คาดเฟสแรก 47เมกะวัตต์เปิดบริการพ.ย.นี้ และที่เหลือเปิดให้บริการปีหน้า “นพเดช” ปธ.กลุ่มผู้ผลิตไฟฟ้า ส.อ.ท. จ่อหารือคณะทำงานPDP-BOIเพื่อกำหนดlocal Content ใช้วัตถุดิบและแรงงานไทย ก่อนให้ส่งเสริมลงทุนธุรกิจ Data Center
นายนพเดช กรรณสูต นายกสมาคมผู้ผลิตไฟฟ้าเอกชน ประธานกลุ่มอุตสาหกรรมผู้ผลิตไฟฟ้า สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย(ส.อ.ท.) และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธุรกิจในประเทศไทย มาเลเซีย และโซลูชั่นธุรกิจอุตสาหกรรม บริษัท บี.กริม เพาเวอร์ จำกัด(มหาชน) หรือ BGRIM เปิดเผยความคืบหน้าการก่อสร้างโครงการData Center BKK Campus ขนาด 94 เมกะวัตต์ในจังหวัดชลบุรี มูลค่าลงทุนรวม 2.5 หมื่นล้านบาทว่า ขณะนี้โครงการDara Center การก่อสร้างไปแล้ว 40% คาดว่าเฟสแรก(BKK1) ขนาด 47 เมกะวัตต์ จะเปิดให้บริการภายในเดือนพฤศจิกายน 2569 ส่วนเฟส 2 (BKK2) อีก 47 เมกะวัตต์ จะเปิดให้บริการภายในปี 2570
โครงการ BKK Campus เป็นโครงการที่ BGRIM ร่วมกับบริษัท ดิจิทัล เอดจ์ (สิงคโปร์) โฮลดิ้งส์ จำกัด (Digital Edge) ซึ่งได้รับเงินกู้สีเขียว (Green Loan) แล้วมูลค่า 880 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 2.8 หมื่นล้านบาท ตั้งอยู่ในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ซึ่งเป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์สำคัญของประเทศไทย โดยเป็นโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลขนาดใหญ่ รองรับการใช้งานด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) และระบบคลาวด์ในระดับองค์กรขนาดใหญ่ สนับสนุนนโยบายดิจิทัลของประเทศที่มุ่งส่งเสริมการลงทุนในอุตสาหกรรมที่มีมูลค่าเงินลงทุนสูง ทั้งด้านเทคโนโลยีและโครงสร้างพื้นฐาน เพื่อขับเคลื่อนการเติบโตทางเศรษฐกิจในระยะยาว
นายนพเดช กล่าวต่อไปว่า ส.อ.ท.หารือกับทางภาครัฐ และคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน(บีโอไอ) เพื่อกำหนดนโยบายให้มีการกำหนดสัดส่วนการใช้วัตถุดิบภายในประเทศ (Local Content ) และแรงงานในประเทศเป็นหลักตลอดห้วงโซ่ธุรกิจ ก่อนอนุมัติส่งเสริมการลงทุนData Center เพื่อหวังยกระดับการพัฒนาประเทศ
รวมทั้งเตรียมเสนอเรื่องดังกล่าว เข้าที่ประชุมคณะทำงาน PDP และคณะทำงานส่งเสริมการลงทุน ที่จะมีขึ้นภายในสัปดาห์นี้ เพื่อหารือเรื่องคอขวดของระบบไฟฟ้าและน้ำ รวมทั้งจะทำอย่างไรที่จะให้ประเทศไทยได้รับประโยชน์ในการยกระดับคุณภาพชีวิต การพัฒนาทักษะแรงงานชั้นสูง และการกำหนดสัดส่วนการใช้ Local Content ที่จะต้องกำหนดการจ้างงานคนไทย บริษัทไทย รวมทั้งใช้วัสดุอุปกรณ์ที่ผลิตในประเทศไทย เป็นต้น เหมือนที่มาเลเซีย กำหนดว่าData Centerเข้ามาลงทุนในไทยจะต้องใช้Local Content และ แรงงานมาเลเซียสัดส่วน 40%
นอกจากนี้ Data Center เป็นธุรกิจที่มีความเฉพาะ ต้องแยกการส่งเสริมและมีข้อกำหนดเงื่อนไขที่ชัดเจน ว่าประเทศไทยจะได้รับประโยชน์อะไรบ้าง เนื่องจากData Center ต้องการใช้ไฟฟ้าและน้ำมาก ดังนั้น Data Center ควรมีการซื้อขายไฟฟ้าโดยตรงได้ โดยเปิดให้มี Third Party Asset (TPA) หรือบุคคลที่สามที่เข้ามาเชื่อมต่อระบบ ซึ่งต้องมีการเปิดเสรีให้ภาคเอกชนเข้ามาผลิตไฟฟ้าได้โดยเสรี แต่กำหนดว่าเชื้อเพลิงในการผลิตหากจะใช้ก๊าซธรรมชาติเป็นเชื้อเพลิง จะต้องใช้ก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ที่มีราคานำเข้าแพงกว่าราคาก๊าซจากอ่าวไทย โดยให้ประชาชนและSME ได้ใช้ก๊าซฯในอ่าวไทยผลิตไฟฟ้าในต้นทุนถูกต่อไป เนื่องจากData Center ความสามารถในการจัดหา LNG และต้องการใช้ไฟฟ้าที่มั่นคงและเสถียรมากกว่า
website : mgronline.com
facebook : MGRonlineLive
twitter : @MGROnlineLive
instagram : mgronline
line : MGROnline
youtube : MGR Online VDO