โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

พาลเมอร์-โฟเดนหลุดโผ! ทูเคิลตัดสินจากฟอร์มไม่ใช่ชื่อชั้น

Soccersuck

เผยแพร่ 24 พ.ค. เวลา 12.26 น. • Soccersuck

โคล พาลเมอร์ และ ฟิล โฟเดน ถูกคาดหมายว่าจะไม่มีชื่อติดทีมชาติอังกฤษชุดลุยฟุตบอลโลก ภายใต้การคุมทีมของ โธมัส ทูเคิล หลังทั้งคู่เสียพื้นที่ในบทบาทหมายเลข 10 จากฟอร์มที่ไม่สม่ำเสมอ

เมื่อสองปีก่อน ภาพนี้แทบเป็นไปไม่ได้ โฟเดนออกสตาร์ตในนัดชิงยูโร 2024 ที่อังกฤษแพ้สเปน ส่วนพาลเมอร์ลงจากม้านั่งสำรองมายิงประตูตีเสมอ และถูกมองว่าเป็นอนาคตของทัพสิงโตคำราม

พาลเมอร์เคยก้าวขึ้นมาอย่างโดดเด่นกับเชลซี ยิงไป 37 ประตูในพรีเมียร์ลีกตลอดสองฤดูกาลแรก และคว้ารางวัลนักเตะชายยอดเยี่ยมแห่งปีของอังกฤษ รวมถึงดาวรุ่งยอดเยี่ยมของ PFA แต่ฤดูกาลนี้แม้ยังทำได้ 9 ประตูจาก 25 นัดลีก ความเฉียบคมและประกายเดิมกลับลดลง

โฟเดนเองก็เจอปัญหาไม่ต่างกัน หลังเคยยิง 19 ประตูในพรีเมียร์ลีกฤดูกาล 2023-24 และ 27 ประตูรวมทุกรายการ ช่วงก่อนคริสต์มาสเขามีช่วงร้อนแรงยิง 6 ประตูจาก 5 นัด แต่หลังจากนั้นยังยิงไม่ได้อีกเลย

จุดสำคัญของโฟเดนเกิดขึ้นในเกมอุ่นเครื่องเดือนมีนาคมกับอุรุกวัย เมื่อเขาได้รับโอกาสเล่นบทบาทหมายเลข 10 ในวันที่ แฮร์รี เคน ไม่มีชื่อ แต่กลับแทบสร้างอิทธิพลต่อเกมไม่ได้ ก่อนถูกเปลี่ยนออกหลังเริ่มครึ่งหลังไป 11 นาที โดยคนที่ลงมาแทนคือพาลเมอร์

ทูเคิลแสดงให้เห็นชัดว่าเขาให้ความสำคัญกับฟอร์มมากกว่าชื่อเสียง จูด เบลลิงแฮม ยังถูกมองว่าจะติดทีม ขณะที่ มอร์แกน โรเจอร์ส ได้รับความไว้วางใจต่อเนื่อง ส่วน เอเบเรชี เอเซ กลายเป็นตัวเลือกที่ได้เปรียบ หลังทำ 3 ประตูในฟุตบอลโลกรอบคัดเลือก 6 นัด

สำหรับพาลเมอร์และโฟเดน นี่คือจุดเปลี่ยนสำคัญจากผู้เล่นที่เคยถูกคาดว่าจะเป็นตัวหลักของอังกฤษ สู่สถานะที่ต้องยอมรับว่าฟอร์มปัจจุบันยังไม่พอสำหรับแผนของทูเคิล

ขอขอบคุณแหล่งข่าวและรูปภาพจาก BBC Sport

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...