โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

จีนค้านสหรัฐฯ นำ ‘ระบบขีปนาวุธพิสัยกลาง’ ประจำการในเอเชีย

Xinhua

อัพเดต 24 พฤษภาคม 2569 เวลา 5.53 น. • เผยแพร่ 5 ชั่วโมงที่ผ่านมา • XinhuaThai

× กรุณาติดต่อทีมงานเพื่อดาวน์โหลดคลิป

(แฟ้มภาพซินหัว : ประชาชนเข้าร่วมการประท้วงความพยายามแก้ไขรัฐธรรมนูญและนโยบายขยายการทหารของรัฐบาลญี่ปุ่นในกรุงโตเกียวของญี่ปุ่น วันที่ 19 พ.ค. 2026)

ปักกิ่ง, 23 พ.ค. (ซินหัว) — เมื่อวันศุกร์ (22 พ.ค.) กัวเจียคุน โฆษกกระทรวงการต่างประเทศของจีนเปิดเผยว่าจีนคัดค้านการนำระบบขีปนาวุธพิสัยกลางไทฟอน (Typhon) ของสหรัฐฯ เข้าประจำการในกลุ่มประเทศเอเชีย พร้อมกระตุ้นเตือนสหรัฐฯ และญี่ปุ่นแก้ไขการกระทำที่ผิดพลาดให้ถูกต้อง

สื่อมวลชนรายงานว่ากองทัพสหรัฐฯ วางแผนนำระบบขีปนาวุธพิสัยกลางไทฟอนเข้าประจำการในญี่ปุ่นระหว่างเดือนมิถุนายน-กันยายนเพื่อใช้ในการซ้อมรบทางทหารร่วมกัน โดยหลังจากการซ้อมรบข้างต้นเสร็จสิ้น ระบบขีปนาวุธดังกล่าวจะถูกเคลื่อนย้ายไปยังฐานทัพสหรัฐฯ ในญี่ปุ่น

กัวกล่าวว่าการนำอาวุธสู้รบเชิงยุทธศาสตร์อย่างไทฟอนเข้าประจำการในญี่ปุ่นจะเป็นอันตรายต่อผลประโยชน์ด้านความมั่นคงของประเทศอื่นๆ คุกคามความมั่นคงเชิงยุทธศาสตร์ของภูมิภาค และเพิ่มความเสี่ยงเผชิญหน้าทางทหารและการแข่งขันทางอาวุธ รวมถึงสันติภาพและเสถียรภาพในภูมิภาค

กัวกล่าวว่าหลายปีที่ผ่านมา ประชาชนจากหลายประเทศในเอเชีย รวมถึงญี่ปุ่น ได้คัดค้านการนำอาวุธเข้ามาประจำการ โดยจีนขอกระตุ้นเตือนสหรัฐฯ และญี่ปุ่นรับฟังเสียงเรียกร้องจากประเทศในภูมิภาค แก้ไขการทำผิดพลาดให้ถูกต้อง และดำเนินบทบาทเชิงบวกด้วยการกระทำอันเป็นรูปธรรมเพื่อสันติภาพและเสถียรภาพในภูมิภาค

กัวกล่าวว่ากรณีนี้เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างว่าญี่ปุ่นเร่งฟื้นฟูอำนาจทางทหาร หลังจากมีหลายสัญญาณบ่งชี้ว่ากลุ่มฝ่ายขวาของญี่ปุ่นพยายามปรับโครงสร้างขีดความสามารถทางทหารโดยรวมของญี่ปุ่นและเตรียมพร้อมสำหรับ “ความขัดแย้งที่ขยายตัว” โดยกรณีนี้จะเซาะกร่อนรัฐธรรมนูญของญี่ปุ่น รวมถึงหลักนิติธรรมภายในประเทศและระหว่างประเทศ และท้าทายระเบียบระหว่างประเทศยุคหลังสงคราม ซึ่งขัดกับภาพลักษณ์ที่ญี่ปุ่นกล่าวอ้างตนเองเป็น “ประเทศแห่งสันติภาพ”

กัวเสริมว่าการอุบัติของลัทธิทหารนิยมใหม่ (neo-militarism) ที่มุ่งร้ายในญี่ปุ่นอาจกลายเป็นแหล่งกำเนิดความปั่นป่วนวุ่นวายในภูมิภาคอีกครั้ง ซึ่งประชาคมระหว่างประเทศต้องจดจำบทเรียนจากประวัติศาสตร์ เฝ้าระวังอย่างจริงจัง และร่วมกันยับยั้งความเสี่ยงอันตรายเหล่านี้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...