โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

เหนือกว่าแอปเปิ้ล! "เครื่องดื่ม" ที่รั้งอันดับ 4 ราชาสารอาหาร วิจัยอวยยศและเผยประโยชน์ลับ

sanook.com

เผยแพร่ 8 ชั่วโมงที่ผ่านมา • Sanook
เหนือกว่าแอปเปิ้ล?! วิจัยยก

เหนือกว่าแอปเปิ้ล?! ผลวิจัยยก "ชาเขียว" รั้งอันดับ 4 ราชาสารอาหาร เผยประโยชน์ลับและข้อควรระวัง

ชาเขียวจัดเป็นเครื่องดื่มที่ได้รับความนิยมในกลุ่มผู้รักสุขภาพมาอย่างยาวนาน ทว่ารายงานผลการศึกษาล่าสุดที่ตีพิมพ์ในวารสารวิทยาศาสตร์ Food and Function ยิ่งตอกย้ำคุณประโยชน์ของเครื่องดื่มชนิดนี้ให้เด่นชัดขึ้นไปอีก เมื่อนักวิจัยทำการจัดอันดับผักและผลไม้ทั่วไปตามปริมาณสาร "ฟลาโวนอล" (Flavanols) ซึ่งเป็นสารประกอบธรรมชาติในพืชที่มีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระและลดการอักเสบในร่างกาย ผลลัพธ์ที่น่าประหลาดใจคือ "ชาเขียว" คว้าอันดับที่ 4 บนดัชนีอาหารสุขภาพ ชนะทั้งแอปเปิ้ล บลูเบอร์รี และสตรอว์เบอร์รี

อย่างไรก็ตาม นิโคลา ลัดแลม-เรน (Nichola Ludlam-Raine) นักกำหนดอาหารวิชาชีพ ได้ออกมาให้สัมภาษณ์กับเดลีเมล (Daily Mail) ว่า ผู้บริโภคไม่ควรด่วนสรุปว่าการดื่มชาเขียวจะสามารถทดแทนการทานผลไม้สดได้ แม้ชาเขียวจะมีปริมาณฟลาโวนอลสูงกว่าแอปเปิ้ล แต่แอปเปิ้ลก็ยังมีเส้นใยอาหาร (ไฟเบอร์) วิตามินซี และสารอาหารอื่น ๆ ที่จำเป็นต่อร่างกาย ชาเขียวจึงควรเป็นเพียงส่วนเสริมในมื้ออาหาร ไม่ใช่สิ่งที่จะมาทดแทนผักและผลไม้สด

กลไกวิทยาศาสตร์ในใบชา: สารอาหารที่ทำให้ชาเขียวโดดเด่น

ชาเขียวผลิตมาจากต้นชาสายพันธุ์เดี่ยวกับชาดำ (Camellia sinensis) แต่ต่างกันที่กรรมวิธี โดยใบชาเขียวจะถูกนำไปนึ่งหรือคั่วผ่านความร้อนทันทีหลังการเก็บเกี่ยว เพื่อหยุดกระบวนการออกซิเดชัน (Oxidation) ทำให้ใบชายังคงสีเขียวสดและกักเก็บสารประกอบธรรมชาติไว้ได้ในปริมาณสูง ต่างจากชาดำที่ปล่อยให้เกิดปฏิกิริยาเคมีจนใบชาเปลี่ยนสีและรสชาติเข้มขึ้น

ภายในน้ำชาเขียวอุดมไปด้วยสารสำคัญสองชนิดที่มีผลการวิจัยทางคลินิกรองรับอย่างชัดเจน ได้แก่:

  • สารกลุ่มคาเทชิน (Catechins): สารต้านอนุมูลอิสระทรงพลังที่มีชื่อเสียงที่สุดคือ EGCG มีกลไกช่วยลดความเครียดออกซิเดชัน (Oxidative Stress) ซึ่งเป็นตัวการของความชรา การอักเสบระบบ และโรคเรื้อรัง รวมถึงช่วยควบคุมระดับคอเลสเตอรอลและน้ำตาลในเลือด
  • แอล-ธีอะนีน (L-theanine): กรดอะมิโนธรรมชาติที่ช่วยปรับสมดุลการทำงานของสมอง เพิ่มสารสื่อประสาทที่ช่วยให้ร่างกายรู้สึกผ่อนคลายแต่ตื่นตัว ช่วยสยบอาการกระสับกระส่ายหรือใจสั่นที่เกิดจากคาเฟอีน

นักกำหนดอาหารแนะนำว่า สำหรับผู้ใหญ่ที่มีสุขภาพแข็งแรง การดื่มชาเขียววันละ 2-4 แก้ว ถือเป็นปริมาณที่เหมาะสมในการรับสารโพลีฟีนอลโดยไม่ทำให้ร่างกายได้รับคาเฟอีนมากเกินไป

เช็กข้อเท็จจริง: ชาเขียวช่วยลดน้ำหนักได้จริงหรือ?

แม้ว่าชาเขียวมักจะถูกนำไปทำการตลาดในฐานะเครื่องดื่มเผาผลาญไขมัน แต่ผลการวิจัยทางวิทยาศาสตร์กลับชี้ว่าประสิทธิภาพในการลดน้ำหนักนั้นอยู่ในระดับที่น้อยมาก

รายงานทบทวนงานวิจัยระดับโลกของ Cochrane Review พบว่า สารสกัดจากชาเขียวอาจช่วยลดน้ำหนักในผู้ใหญ่ที่มีภาวะน้ำหนักเกินหรืออ้วนได้เพียงเล็กน้อยเท่านั้น และไม่มีนัยสำคัญทางสถิติหรือส่งผลดีต่อร่างกายอย่างมีนัยสำคัญทางการแพทย์ นอกจากนี้ ชาเขียวยังไม่ได้ช่วยควบคุมน้ำหนักในระยะยาว ดังนั้น หากเป้าหมายคือการลดน้ำหนัก การปรับพฤติกรรมการกินอาหารแบบสมดุล การออกกำลังกายสม่ำเสมอ และการนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอเพื่อสร้างภาวะแคลอรีติดลบ (Calorie Deficit) จะให้ผลลัพธ์ที่ชัดเจนกว่าการดื่มชาเขียวเพียงอย่างเดียว

มัทฉะ (Matcha) ดีกว่าชาเขียวทั่วไปจริงไหม?

มัทฉะ คือใบชาเขียวที่นำมาบดเป็นผงละเอียด ความแตกต่างคือการดื่มชาเขียวทั่วไปจะเป็นการแช่ใบชาในน้ำร้อนแล้วกรองใบออก แต่การดื่มมัทฉะคือการกลืนกินใบชาเข้าไปทั้งใบ ร่างกายจึงได้รับสารต้านอนุมูลอิสระคาเทชินและสารฟลาโวนอลเข้มข้นกว่าหลายเท่า ทว่าสิ่งที่ต้องระวังคือมัทฉะจะมีปริมาณคาเฟอีนที่สูงกว่าชาเขียวทั่วไปเช่นกัน และควรหลีกเลี่ยงเมนูลูกผสมตามร้านกาแฟที่มักเติมน้ำตาล ไซรัป หรือนมหวานข้นปริมาณมาก เพราะจะเปลี่ยนเครื่องดื่มสุขภาพให้กลายเป็นเครื่องดื่มทำลายหุ่นทันที

คำเตือนทางการแพทย์: อันตรายจาก "อาหารเสริมสารสกัดชาเขียว"

เนื่องจากกระแสความนิยมรักสุขภาพ ทำให้อุตสาหกรรมยาจัดทำ "สารสกัดชาเขียวเข้มข้น" ในรูปแบบแคปชั่นหรือเม็ดอาหารเสริม อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่าการรับประทานสารสกัดเข้มข้นสูงไม่เหมือนกับการดื่มน้ำชาเขียวต้มสด รายงานทางการแพทย์ระบุว่า สารสกัดชาเขียวชนิดเม็ดมีความเชื่อมโยงโดยตรงกับการเกิด ภาวะตับอักเสบและตับถูกทำลายเฉียบพลัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อรับประทานในปริมาณมากขณะท้องว่าง ดังนั้นการเลือกบริโภคด้วยวิธีการดื่มน้ำชาแบบดั้งเดิมจึงเป็นทางเลือกที่ปลอดภัยและได้ประโยชน์ต่อร่างกายสูงสุด

แหล่งข้อมูล

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...