"ตัวแทนผู้ถือหุ้นรายย่อย บางจาก" พบ DSI แจงข้อสงสัย BCPG ซื้อคลังน้ำมัน 9,000 ล้าน แพงเกินจริงหรือไม่ เชื่อไม่นานรับเป็นคดีพิเศษ
"ตัวแทนผู้ถือหุ้นรายย่อย บางจาก" พบ DSI แจงข้อสงสัย BCPG ซื้อคลังน้ำมัน 9,000 ล้าน แพงเกินจริงหรือไม่ เชื่อไม่นานรับเป็นคดีพิเศษ
เมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม 2569 นายดิษเดช หิรัญจิรคุณ ผู้ประสานงานเครือข่ายผู้ถือหุ้นรายย่อยของ บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) (BCP) เปิดเผย“ท็อปนิวส์” หลังเข้าใถ้อยคำกับกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือดีเอสไปหลังจากเข้าร้องเรียนเรื่องดีลการซื้อขายคลังน้ำมันในจังหวัดเพชรบุรีของกลุ่มบริษัทบางจาก เนื่องจากมีการตั้งข้อสงสัยว่ามูลค่าการจัดซื้ออาจสูงเกินจริงและอาจมีกระบวนการที่ไม่โปร่งใสว่า ก่อนหน้านี้ได้เดินทางให้ข้อมูลให้ถ้อยคำกับพนักงานสอบสวนดีเอสไอเพื่อให้ให้ตรวจสอบการซื้อขายคลังน้ำมันของ บริษัท บีซีพีจี จำกัด (มหาชน)หรือ BCGP ที่จังหวัดเพชรบุรีในราคา 9 พันล้าน ซึ่งอาจมีการสมคบการสร้างมูลค่าทรัพย์สินซื้อขายให้มีมูลค่าสูงเกินจริง เพื่อให้บุคคลหนึ่งได้รับผลประโยชน์และทำให้ผู้ถือหุ้นได้รับความเสียหาย ทั้งนี้ดีเอสไอได้ตั้งประเด็นหลัก ๆ ในเรื่องราคาซื้อขายว่าอาจจะสูงเกินจริงหรือไม่ เพราะราคาทางบัญชีแค่ 6,000 ล้านบาท จึงทำให้เกิดส่วนต่างประมาณ 2000 กว่าล้าน โดยส่วนต่างตรงนี้หายไปไหน ซึ่งได้ไปให้ถ้อยคำกับทางดีเอสไอ ในฐานะเป็นผู้ร้อง และผู้ถือหุ้นของบริษัท ซึ่งเมื่อดีเอสไอดูแล้วบอกว่าน่าจะผิดปกติ จึงได้มีการเรียกสืบพยานหลักฐานต่าง ๆ ตามอำนาจของดีเอสไอทั้งหมดเมื่อถามว่า ดีเอสไอยังไม่ได้รับเป็นคดีพิเศษใช่หรือไม่ นายดิษเดช กล่าวชี้แจงว่า ขณะนี้ดีเอสไอยังไม่ได้รับเป็นคดีพิเศษ แต่ทราบมาว่าอีกไม่นาน เพราะอำนาจของดีเอสไอสามารถสืบสวนสอบสวนได้เอง อีกทั้งยังมีอำนาจเรียกเอกสารหลักฐานต่างๆได้หมด ซึ่งที่ผ่านมาได้ไปร้อง ปปง. แต่ยังไม่แน่ชัดว่าดำเนินการไปถึงไหน อย่างไรก็ตามมีสองส่วนที่มีความคืบหน้าคือการยื่นที่ผ่านดีเอสไอ และ คณะกรรมาธิการการเงิน การคลัง สถาบันการเงินและตลาดการเงินที่มีนายกรณ์ จาติกวณิช รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เป็นคณะกรรมาธิการฯ ซึ่งนายกรณ์ได้ให้สัมภาษณ์ในข้อมูลที่เป็นประโยชน์มาก ๆ อีกทั้งคณะกรรมาธิการฯได้ตั้งข้อสังเกตว่า การซื้อขายคลังน้ำมันอาจมีธุรกรรมที่ไม่ถูกต้อง ดังนั้นกรรมาธิการเห็นในข้อสงสัยดังกล่าวและเตรียมเชิญหน่วยราชการต่าง ๆ และผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดมาให้ถ้อยคำเช่นกัน เมื่อถามว่าในส่วนของดีเอสไอ มีความคืบหน้าอย่างไรโดยเฉพาะการตั้งข้อสังเกตุถึงการซื้อขายคลังน้ำมันในวงเงินที่สูง และมีส่วนต่างกว่าสองพันล้านบาทจะไปเข้ากระเป๋าใครหรือไม่ นายดิษเดช กล่าวว่า ดีเอสไอจะตรวจสอบในเรื่องของเส้นทางเงินว่าไปอยู่ตรงไหนบ้าง เพราะจากการพูดคุยทราบว่า ดีเอสไอจะดูในเรื่องเส้นเงินอย่างแน่นอน นอกจากนี้ยังได้แจ้งกับดีเอสไอให้ตรวจสอบย้อนหลังทั้งหมดตั้งแต่ช่วงเสี่ยตือ คอสโม ซื้อคลังน้ำมันในราคาที่ต่ำกระทั่งมาซื้อขายกันกว่า 9,000 ล้านบาท ซึ่งดีเอสไอจะต้องตรวจสอบย้อนหลังทั้งหมดตั้งแต่การเสนอขายครั้งแรกในปี 2553 ซึ่งตรงนี้เท่าที่ให้ข้อมูลไปแล้วทั้งหมด อย่างไรก็ตามหลังจากให้ข้อมูลกับดีเอสไอเสร็จสิ้นก็ได้นำข้อมูลที่ให้ถ้อยคำมาเล่าให้ผู้ถือหุ้นรับฟัง ซึ่งแต่ละคนอยากจะไปดูคลังน้ำมันที่จังหวัดเพชรบุรี ดังนั้นโดยส่วนตัวอยากให้ผู้บริหารของบริษัทพาผู้ถือหุ้น และสื่อไปดูคลังน้ำมัน เพื่อความโปร่งใสโดยไม่ได้มองว่าใครถูกใครผิด