โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ระวัง! พฤติกรรมกินแบบนี้ เสี่ยงโรคพยาธิใบไม้ตับไม่รู้ตัว

ThaiNews - ไทยนิวส์ออนไลน์

อัพเดต 8 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

เบื้องหลังของ โรคพยาธิใบไม้ตับ ที่พบมากในประเทศไทย มีสาเหตุอันดับหนึ่งมาจากพฤติกรรมการกินและการใช้ชีวิต ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงจนอาจนำไปสู่ภาวะอักเสบเรื้อรังและกลายเป็น โรคมะเร็งท่อน้ำดี ในที่สุด โดยมีปัจจัยเสี่ยงและตัวการสำคัญที่ต้องระวังดังนี้

ระวัง! พฤติกรรมกินแบบนี้ เสี่ยงโรคพยาธิใบไม้ตับไม่รู้ตัว

1. การกินปลาน้ำจืดแบบสุกๆ ดิบๆ

นี่คือพฤติกรรมที่มีความเสี่ยงสูงสุด เนื่องจากตัวอ่อนของพยาธิใบไม้ตับในระยะติดต่อ มักจะฝังตัวอยู่บริเวณเนื้อและใต้เกล็ดของ ปลาน้ำจืดตระกูลปลาเกล็ดขาว เช่น ปลาตะเพียน ปลาซิว ปลาสร้อย ปลาหมอ และปลาขาว หากนำมารับประทานโดยไม่ผ่านความร้อน เมนูยอดฮิตเหล่านี้จะกลายเป็นแหล่งสะสมพยาธิทันที

- ก้อยปลา และ ลาบปลาดิบ

- ปลาส้มดิบ และ แหนมปลาดิบ

- ปลาร้าดิบ และ แจ่วบองดิบ ที่หมักไม่นานพอ หรือไม่ได้ต้มสุก

- พล่าปลาดิบ

2. การปนเปื้อนข้ามในห้องครัว

ความเสี่ยงไม่ได้เกิดจากการตั้งใจกินปลาดิบเพียงอย่างเดียว แต่รวมถึงการ ปนเปื้อนข้าม (Cross-contamination) ผ่านอุปกรณ์ทำครัว เช่น การใช้มีดหรือเขียงร่วมกัน โดยนำไปหั่นปลาน้ำจืดดิบ แล้วนำอุปกรณ์ชิ้นเดิมไปหั่นผักหรือเนื้อสัตว์อื่นที่ใช้กินสดโดยไม่ได้ล้างทำความสะอาดให้ดีก่อน ตัวอ่อนพยาธิที่ติดอยู่จึงแพร่กระจายสู่อาหารจานอื่นได้

3. พื้นที่ระบาดและสิ่งแวดล้อม

ในประเทศไทยพบผู้ติดเชื้อสูงในพื้นที่ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (อีสาน) และ ภาคเหนือ เนื่องจากมีแหล่งน้ำจืดที่เอื้อต่อวงจรชีวิตของพยาธิ โดยวงจรนี้เริ่มจากผู้ติดเชื้อขับถ่ายลงแหล่งน้ำ ไข่พยาธิจะถูก หอยไซ กินและฟักตัว จากนั้นตัวอ่อนจะว่ายไปฝังตัวในปลาน้ำจืด และเมื่อคนจับมาบริโภคแบบดิบ วงจรนี้ก็จะหมุนเวียนไปเรื่อยๆ การขาดสุขอนามัยที่ดีในชุมชนจึงเป็นปัจจัยเร่งการแพร่กระจาย

ความเข้าใจผิดเกี่ยวกับการฆ่าพยาธิ

หลายคนยังมีความเชื่อที่ผิดว่า การบีบมะนาว การใส่พริกเยอะๆ ใส่ส้มมะขาม หรือการดื่มเหล้าตามเข้าไปจะสามารถฆ่าพยาธิได้ แต่ในความเป็นจริงแล้ววิธีเหล่านี้ไม่สามารถฆ่าพยาธิใบไม้ตับได้ วิธีเดียวที่ทำลายพยาธิได้ 100% คือ การปรุงสุกด้วยความร้อน ที่อุณหภูมิ 70 องศาเซลเซียสขึ้นไป เป็นเวลานาน 5-10 นาที เท่านั้น

ระวัง! พฤติกรรมกินแบบนี้ เสี่ยงโรคพยาธิใบไม้ตับไม่รู้ตัว
ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...