ผู้ว่าฯศรีสะเกษ เปิดงาน ‘เทศกาลทุเรียนภูเขาไฟ’ มุ่งยกระดับแบรนด์สู่สากล คาดดันเม็ดเงินสะพัดจังหวัดกว่า 3,800 ล้านบาท
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่สนามหน้าศาลากลางจังหวัดศรีสะเกษ นายอนุรัตน์ ธรรมประจำจิต ผวจ.ศรีสะเกษ เป็นประธานในพิธีเปิดงาน “เทศกาลทุเรียนภูเขาไฟศรีสะเกษ ประจำปี 2569” โดยมี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกวุฒิสภา ผู้บริหารส่วนราชการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภาคเอกชน สมาคมส่งเสริมเครือข่ายการท่องเที่ยวจังหวัดศรีสะเกษ และพี่น้องเกษตรกร เข้าร่วมงานอย่างคึกคัก ซึ่งภายในงานมีการจำหน่ายทุเรียนภูเขาไฟศรีสะเกษ ผลผลิตทางการเกษตร และสินค้าชุมชนคุณภาพกว่า200ร้านค้า พร้อมกิจกรรมการประกวดทุเรียน การประกวดกระเช้าทุเรียน การแข่งขันเมนูอาหารจากทุเรียน และกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวอีกมากมาย
นายอนุรัตน์ กล่าวว่า ทุเรียนภูเขาไฟศรีสะเกษ เป็นผลผลิตคุณภาพที่สร้างชื่อเสียงและเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของจังหวัด โดยในปี 2569คาดว่าจะมีผลผลิตรวมกว่า27,000ตัน สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจมากกว่า3,800ล้านบาท ซึ่งจะช่วยสร้างรายได้ให้แก่เกษตรกร กระตุ้นการท่องเที่ยว และส่งเสริมเศรษฐกิจของจังหวัดอย่างต่อเนื่อง โดยงานดังกล่าว จัดขึ้นระหว่างวันที่ 25-29 มิ.ย. 2569 นี้ ซึ่งหากนักท่องเที่ยว รวมถึงผู้บริโภค และประชาชนทั่วไป สนใจเดินทางเข้ามาเที่ยวชมและเลือกซื้อทุเรียนภูเขาไฟ และผลไม้นานาชนิด ของ จ.ศรีสะเกษ ยังมีอีก 1 งานใหญ่ คือ งานเทศกาลผลไม้และของดีศรีขุนหาญ ซึ่งกำหนดจัดขึ้นในระหว่างวันที่ 2-10 ก.ค. 2569 ที่สนามกีฬาวงกลม อ.ขุนหาญ จ.ศรีสะเกษ ซึ่งสามารถเลือกซื้อผลผลิตทางการเกษตร โดยเฉพาะ ทุเรียนภูเขาไฟ เงาะ ลองกอง มุงคุด สะตอ และอื่นๆได้โดยตรงจากชาวสวนอีกด้วย
ด้านนายสุชาติ กลิ่นทองหลาง เกษตรจังหวัดศรีสะเกษ กล่าวว่า การจัดงานครั้งนี้มีวัตถุประสงค์สำคัญเพื่อประชาสัมพันธ์ ทุเรียนภูเขาไฟศรีสะเกษ ซึ่งมีอัตลักษณ์โดดเด่น “หวานมัน ละมุนลิ้น กลิ่นไม่ฉุน” อันเกิดจากการดูแลเอาใจใส่ของเกษตรกรตลอดทั้งปี พร้อมทั้งเปิดโอกาสทางการตลาดให้กับผลผลิตทางการเกษตรและผลิตภัณฑ์คุณภาพของจังหวัด เพื่อสร้างรายได้และเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจ โดยใช้ทุเรียนภูเขาไฟเป็นสินค้าหลักในการขับเคลื่อน เชื่อมั่นว่า งานเทศกาลในครั้งนี้ จะช่วยยกระดับแบรนด์ “ทุเรียนภูเขาไฟศรีสะเกษ” ให้เป็นที่รู้จักในระดับประเทศและระดับสากล ตอกย้ำภาพลักษณ์ของจังหวัดศรีสะเกษในฐานะแหล่งผลิตสินค้าเกษตรคุณภาพ พร้อมขอให้เกษตรกรร่วมกันรักษามาตรฐานและคุณภาพของผลผลิตให้คงอยู่ต่อไป