รอง ผบ.ตร. สั่งดำเนินคดีเด็ดขาดกับผู้ขับขี่รถกระบะทำหัวน็อตร่วงหล่นเกลื่อนมอเตอร์เวย์
(14 มิ.ย. 69) พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์บริหารงานจราจร สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร./ผอ.ศจร.ตร.) กำชับให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินการทางกฎหมายอย่างเข้มงวดและเด็ดขาดกับผู้ขับขี่รถกระบะที่ทำหัวน็อตสกรูร่วงหล่นบนถนนทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองหมายเลข 7 ขาออก บริเวณกิโลเมตรที่ 39+500 ตำบลบางสมัคร อำเภอบางปะกง จังหวัดฉะเชิงเทรา เมื่อวันที่ 12 มิถุนายน 2569 เวลาประมาณ 12.50 น. จนทำให้ผู้ใช้รถใช้ถนนคันอื่นขับเหยียบและยางรั่วเป็นจำนวนหลายคัน
ล่าสุดวานนี้ (13 มิถุนายน 2569) ตำรวจทางหลวงได้สืบสวนจากกล้องวงจรปิด จนสามารถติดตามตัวผู้ขับขี่มาแจ้งข้อกล่าวหาและดำเนินคดีตามกฎหมายได้เป็นที่เรียบร้อยแล้วเมื่อคืนที่ผ่านมา
ย้อนกลับไปก่อนหน้านี้ หลังจากตำรวจทางหลวง สถานีตำรวจทางหลวง 1 กองกำกับการ 8 ได้รับแจ้งจากศูนย์วิทยุว่า เกิดอุบัติเหตุรถยนต์ของผู้ใช้ทางขับเหยียบหัวน็อตสกรูทำให้ยางรั่วจำนวนหลายคัน จึงได้ประสานเจ้าหน้าที่กรมทางหลวงเพื่อเข้าดำเนินการเก็บกวาดเศษวัสดุออกจากพื้นผิวการจราจรเพื่อป้องกันอุบัติเหตุซ้ำซ้อน พร้อมทั้งให้การดูแลช่วยเหลือประชาชนผู้ประสบเหตุในเบื้องต้น
ต่อมามีผู้เสียหายเดินทางเข้ามาลงบันทึกประจำวันจำนวน 15 ราย เจ้าหน้าที่ตำรวจและเจ้าหน้าที่แขวงทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองจึงได้ร่วมกันตรวจสอบกล้องวงจรปิดในบริเวณใกล้เคียงจุดเกิดเหตุ จนกระทั่งพบรถยนต์กระบะต้องสงสัย และสืบสวนขยายผลจนทราบตัวผู้ขับขี่คือ นายศิริพร (สงวนนามสกุล) จึงได้ติดตามตัวมาพบพนักงานสอบสวน
จากการสอบสวน นายศิริพร ให้การรับสารภาพว่าเป็นผู้ขับขี่รถยนต์กระบะบรรทุกคันดังกล่าวจริง โดยได้บรรทุกสิ่งของเป็นวัสดุอุปกรณ์ก่อสร้าง รวมถึงหัวสกรูปลายสว่านขนาดความยาว 19 มิลลิเมตร มาจากจังหวัดสมุทรสาครเพื่อนำไปส่งให้ลูกค้าที่จังหวัดระยอง และมาทราบในภายหลังว่าตนเองได้ทำกล่องบรรจุหัวสกรูปลายสว่านตกหล่นจากท้ายกระบะบนทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองหมายเลข 7 ขาออก บริเวณกิโลเมตรที่ 39+500 จนเป็นเหตุให้รถยนต์ของผู้อื่นที่ขับตามมาเหยียบจนได้รับความเสียหายหลายราย
พนักงานสอบสวนจึงได้แจ้งข้อกล่าวหาให้ผู้ต้องหาทราบในข้อหา "เป็นผู้ขับขี่รถบรรทุกสิ่งของ ไม่จัดให้มีสิ่งป้องกันสิ่งของที่บรรทุกตกหล่น ก่อให้เกิดอันตรายแก่บุคคลหรือทรัพย์สิน" ตามมาตรา 20 พ.ร.บ.จราจรทางบกฯ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย ส่วนเรื่องการชดใช้ค่าเสียหาย ได้มีบริษัทประกันภัยเข้ามาเป็นตัวแทนในการร่วมรับผิดชอบชดใช้ค่าเสียหายให้กับทางฝั่งคู่กรณีทั้งหมดต่อไป