เผยสาเหตุ ยุโรปร้อนตายแล้วกว่า 1,300 คน ทำไมไทยที่ร้อนกว่ากลับเสียชีวิตน้อยกว่ามาก?
เปิดสาเหตุที่แท้จริง ตั้งแต่เครื่องปรับอากาศ ระบบเตือนภัย ไปจนถึงวิธีนับตัวเลขที่ไม่เหมือนกัน
องค์การอนามัยโลก (WHO) รายงานว่ามีผู้เสียชีวิตที่เกี่ยวข้องกับคลื่นความร้อนในยุโรปมากกว่า 1,300 คน นับตั้งแต่วันที่ 21 มิถุนายนที่ผ่านมา ขณะที่ฝรั่งเศสประเทศเดียวพบผู้เสียชีวิตส่วนเกินราว 1,000 คนในช่วงเวลาไม่ถึงสัปดาห์ โดย 85% เป็นผู้ที่มีอายุ 65 ปีขึ้นไป และส่วนใหญ่เสียชีวิตอยู่คนเดียวในที่พักอาศัย
ตัวเลขนี้ทำให้หลายคนตั้งคำถามว่า ประเทศไทยที่ร้อนจัดแทบทุกปีและมีค่าดัชนีความร้อนสูงถึง 59.5 องศาเซลเซียสเมื่อปีก่อน กลับมีผู้เสียชีวิตจากความร้อนเพียง 21 คนตลอดทั้งปี 2568 คำถามคือ ทำไมประเทศที่ร้อนน้อยกว่าอย่างยุโรปถึงมีคนตายมากกว่าประเทศที่ร้อนกว่าอย่างไทยหลายสิบเท่า
ก่อนสรุปว่าไทยรับมือความร้อนได้ดีกว่ายุโรป ต้องเข้าใจก่อนว่าตัวเลขทั้งสองฝั่งวัดกันคนละแบบ ยุโรปใช้วิธี “ยอดตายส่วนเกิน” (excess mortality) คือเทียบยอดตายทั้งหมดในช่วงคลื่นความร้อนกับยอดตายเฉลี่ยของช่วงเวลาปกติ แล้วนับส่วนต่างทั้งหมดว่าเกี่ยวข้องกับความร้อน ไม่ว่าจะตายด้วยโรคหัวใจ โรคทางเดินหายใจ หรือภาวะแทรกซ้อนอื่นที่ความร้อนไปกระตุ้นให้รุนแรงขึ้น ส่วนไทยนับเฉพาะกรณีที่แพทย์วินิจฉัยว่าเป็น “ฮีทสโตรก” โดยตรงเท่านั้น ซึ่งเป็นการนับที่แคบกว่ามาก
วิธีการนับที่ต่างกันนี้อธิบายส่วนหนึ่งของช่องว่างตัวเลข แต่ไม่ใช่ทั้งหมด เพราะแม้จะปรับวิธีนับให้ใกล้เคียงกัน ปัจจัยเชิงโครงสร้างของยุโรปก็ยังทำให้ประชากรเปราะบางกว่าไทยอยู่ดี
หลายคนยังไม่รู้ บ้านที่ยุโรปแทบไม่มีแอร์
ข้อมูลจาก International Energy Agency ระบุว่ามีเพียงประมาณ 20% ของบ้านเรือนในยุโรปที่มีเครื่องปรับอากาศ เทียบกับสหรัฐฯ ที่มีมากถึง 90% บางประเทศต่ำกว่านั้นมาก เช่น อังกฤษมีเพียง 7% แม้ตัวเลขนี้จะเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ส่วนเยอรมนีอยู่ที่ราว 18%
สาเหตุหลักมาจากการที่บ้านในยุโรปส่วนใหญ่ถูกออกแบบมาตั้งแต่อดีตเพื่อ “เก็บความร้อน” ไว้ในฤดูหนาว ไม่ใช่ระบายความร้อนออกในฤดูร้อน เพราะในอดีตยุโรปไม่เคยมีความจำเป็นต้องใช้แอร์ ผนังหนา หน้าต่างเล็ก ถูกออกแบบมาเพื่อกันความหนาวเย็น ไม่ใช่กันแดด เมื่อสภาพอากาศเปลี่ยนจนอุณหภูมิพุ่งสูงบ่อยขึ้น โครงสร้างเดิมจึงกลายเป็นตัวกักความร้อนแทน
นอกจากนี้ยังมีปัจจัยด้านนโยบายและวัฒนธรรม หลายประเทศในยุโรปมีกฎเข้มงวดเรื่องการติดตั้งเครื่องปรับอากาศภายนอกอาคาร โดยเฉพาะในเขตอนุรักษ์สถาปัตยกรรม ค่าไฟในยุโรปก็สูงกว่าสหรัฐฯ ขณะที่รายได้เฉลี่ยต่ำกว่า และยังมีกระแสสังคมที่มองว่าการใช้แอร์ขัดกับเป้าหมายด้านสิ่งแวดล้อมของสหภาพยุโรป ทำให้การติดตั้งแอร์ในบางพื้นที่กลายเป็นเรื่องอ่อนไหวทางการเมือง
ต่างจากประเทศไทยที่เครื่องปรับอากาศเป็นของใช้พื้นฐานในบ้านเรือน คอนโด และสำนักงานมาหลายทศวรรษแล้ว ผู้คนคุ้นเคยกับการมีพื้นที่หลบร้อนได้ตลอดเวลา
ร่างกายคนไทยคุ้นชินกับความร้อนมากกว่า
ในทางการแพทย์ ร่างกายมนุษย์สามารถปรับตัวให้ทนความร้อนได้ดีขึ้นเมื่อเผชิญกับอากาศร้อนอย่างสม่ำเสมอ ซึ่งเป็นสิ่งที่คนไทยมีอยู่แล้วโดยธรรมชาติของภูมิอากาศเขตร้อน ขณะที่ชาวยุโรปโดยเฉพาะในประเทศทางเหนือ เช่น เยอรมนี หรืออังกฤษ ไม่คุ้นเคยกับอุณหภูมิระดับ 35-40 องศาเซลเซียสที่เกิดขึ้นต่อเนื่องหลายวัน ทำให้ร่างกายรับมือได้แย่กว่าเมื่อเจอความร้อนจัดแบบฉับพลัน
ข้อมูลจากกรมควบคุมโรคของไทยระหว่างปี 2561-2566 พบว่าผู้เสียชีวิตจากความร้อนในไทยส่วนใหญ่เป็น “ผู้ชายวัยทำงานที่ทำงานกลางแจ้ง” อายุเฉลี่ยประมาณ 51 ปี ซึ่งเป็นกลุ่มที่หน่วยงานรัฐเข้าถึงและรณรงค์เตือนภัยได้ทุกปีอยู่แล้วผ่านมาตรการเลี่ยงทำงานกลางแดดช่วง 11.00-15.00 น.
ในทางกลับกัน ผู้เสียชีวิตในยุโรปครั้งนี้เกือบ 90% เป็นผู้สูงอายุที่อาศัยอยู่คนเดียวในบ้านพัก ไม่มีใครไปเยี่ยมหรือตรวจสอบความเป็นอยู่ ซึ่งเป็นกลุ่มที่ระบบเตือนภัยเข้าถึงยากกว่ามาก เพราะปัญหาไม่ได้อยู่ที่ตัวบุคคลออกไปเสี่ยงเอง แต่อยู่ที่การถูกทิ้งให้เผชิญความร้อนตามลำพังในบ้านที่ไม่มีทางระบายความร้อน
ระบบเตือนภัยที่เป็นกิจวัตรประจำปี
ทุกปีในช่วงต้นฤดูร้อน กรมควบคุมโรคและหน่วยงานรัฐของไทยจะออกมาตรการเตือนภัยล่วงหน้าอย่างต่อเนื่อง ทั้งคำแนะนำให้ดื่มน้ำสม่ำเสมอ หลีกเลี่ยงแอลกอฮอล์ สวมเสื้อผ้าโปร่งสบาย และห้ามทิ้งเด็กหรือสัตว์เลี้ยงไว้ในรถที่จอดกลางแดด ซึ่งเป็นกระบวนการที่ทำซ้ำทุกปีจนกลายเป็นความคุ้นเคยของสังคม ขณะที่คลื่นความร้อนรุนแรงระดับนี้ยังเป็นเรื่องใหม่สำหรับหลายประเทศในยุโรป ทำให้ระบบเตือนภัยและโครงสร้างพื้นฐานยังตามไม่ทันความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว
ช่องว่างของยอดผู้เสียชีวิตระหว่างยุโรปกับไทยไม่ได้แปลว่าไทยปลอดภัยกว่าโดยสมบูรณ์ เพราะการนับตัวเลขต่างกัน และไทยเองก็ยังมีผู้เสียชีวิตจากความร้อนทุกปีในกลุ่มแรงงานกลางแจ้ง แต่ปัจจัยเชิงโครงสร้าง ทั้งการเข้าถึงเครื่องปรับอากาศ ความคุ้นชินของร่างกายต่อสภาพอากาศร้อน และระบบเตือนภัยที่ทำเป็นกิจวัตร คือสิ่งที่ทำให้ไทยมีความพร้อมรับมือกับความร้อนจัดมากกว่ายุโรปในหลายประเทศอย่างมีนัยสำคัญ
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
- WHO เผยคลื่นความร้อนในยุโรป คร่าแล้ว 1,300 ชีวิต เตือนยุโรปอุณหภูมิพุ่งสูงกว่าทวีปอื่น
- กต. แจ้งข่าวดี คณะกรรมาธิการยุโรป อนุมัติ Visa Cascade ให้ผู้ถือหนังสือเดินทางไทย
- คนกรุงระวัง! ดัชนีความร้อนวันนี้ อยู่ในเกณฑ์อันตรายมาก ทะลุ 52 องศา
อ้างอิงข้อมูลจาก