"พิพัฒน์" ชี้แจงสภาฯ ใช้งบคมนาคมคุ้มค่า โปร่งใส เดินหน้าลงทุน ลดภาระประชาชน
"คมนาคม" แจงสภาฯ ยืนยันใช้งบประมาณคุ้มค่า เดินหน้าลงทุนถนน-ราง-น้ำ-อากาศ ดันตั๋วร่วมลดค่าเดินทางประชาชน
นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ชี้แจงต่อที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรเกี่ยวกับการจัดสรรงบประมาณปี 2570 โดยระบุว่า กระทรวงคมนาคมได้รับงบประมาณหลังปรับลดจำนวน 213,184 ล้านบาท หรือ 242,702.74 ล้านบาทเมื่อรวมค่าใช้จ่ายบุคลากร ลดลงจากปีก่อน 8.8% พร้อมยืนยันว่าจะบริหารงบประมาณทุกบาทให้เกิดประโยชน์สูงสุดและคุ้มค่ากับภาษีของประชาชน
ด้านการพัฒนาโครงข่ายถนน กระทรวงจะให้ความสำคัญทั้งโครงการก่อสร้างใหม่และการซ่อมบำรุง เนื่องจากข้อจำกัดด้านงบประมาณ โดยโครงการสำคัญประกอบด้วย ทางหลวงแนวใหม่เชื่อมทางหลวงหมายเลข 6 กับหมายเลข 32 จังหวัดพระนครศรีอยุธยา การพัฒนาทางหลวงหมายเลข 42 ช่วงสงขลา-นราธิวาส ทางหลวงหมายเลข 1 ช่วงตาก-ลำปาง และถนนเชื่อมทางหลวงหมายเลข 34 กับโครงข่ายทางหลวงชนบทในจังหวัดสมุทรปราการ
สำหรับโครงการเร่งด่วน จะเร่งเปิดให้บริการมอเตอร์เวย์สาย M6 ช่วงบางปะอิน-นครราชสีมา ทั้งขาเข้าและขาออกอย่างสมบูรณ์ภายในสิ้นปี 2569 ขณะที่มอเตอร์เวย์ M82 ช่วงพระราม 3-ดาวคะนอง-เอกชัย-บ้านแพ้ว คาดว่าจะแล้วเสร็จก่อนสิ้นปี แม้อาจมีความล่าช้าบางส่วนจากผลกระทบของอุบัติเหตุระหว่างก่อสร้าง
ในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต การทางพิเศษแห่งประเทศไทยจะเดินหน้าโครงการอุโมงค์กระทู้-ป่าตอง และโครงการทางพิเศษกระทู้-สนามบิน ระยะทางรวม 36 กิโลเมตร มูลค่าประมาณ 40,000 ล้านบาท โดยใช้รูปแบบการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน (PPP) เพื่อลดภาระงบประมาณของภาครัฐ
เร่งลงทุนเพื่อพัฒนาประเทศ รองรับการเติบโต
ด้านการพัฒนาระบบการบิน กระทรวงมีแผนขยายศักยภาพสนามบินหลายแห่ง โดยท่าอากาศยานตรังและบุรีรัมย์จะขยายทางวิ่งเพื่อรองรับเครื่องบินขนาดใหญ่ ส่วนสนามบินกระบี่และอุดรธานีจะติดตั้งระบบพิสูจน์อัตลักษณ์ รองรับนักท่องเที่ยวจากเที่ยวบินเช่าเหมาลำ ขณะที่สนามบินนราธิวาสและร้อยเอ็ดจะขยายรันเวย์ให้มีความยาว 2,990 เมตรตามมาตรฐาน
ด้านการขนส่งทางน้ำ จะเร่งบำรุงรักษาร่องน้ำเศรษฐกิจในพื้นที่สำคัญ ได้แก่ สงขลา ปัตตานี บ้านดอน สมุทรสาคร บางปะกง และกรุงเทพมหานคร โดยเฉพาะการขุดลอกร่องน้ำท่าเรือน้ำลึกสงขลาให้มีความลึก 9 เมตร เพื่อรองรับเรือบรรทุกน้ำมันและตู้คอนเทนเนอร์ รวมถึงเร่งขุดลอกปากร่องน้ำปัตตานีเพื่ออำนวยความสะดวกแก่ภาคประมง
สำหรับการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมหาดใหญ่ กรมเจ้าท่าจะได้รับงบประมาณสำหรับขุดลอกคลองและปากแม่น้ำสำคัญ เช่น คลองอู่ตะเภา และคลอง ร.1 เพื่อเร่งระบายน้ำลงสู่ทะเลสาบสงขลา อย่างไรก็ตาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมระบุว่า การแก้ไขปัญหาน้ำท่วมในพื้นที่ต้องอาศัยความร่วมมือกับหลายหน่วยงานและวางแผนระยะยาว 5-10 ปี
นอกจากนี้ ยังมีแผนก่อสร้างถนนวงแหวนรอบเมืองหาดใหญ่ ระยะทาง 61 กิโลเมตร ควบคู่กับการวางแนวคลองส่งน้ำตลอดแนวถนน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการน้ำ รวมทั้งร่วมกับองค์การความร่วมมือระหว่างประเทศแห่งญี่ปุ่น (JICA) ศึกษาแนวทางผันน้ำจากอำเภอสะเดาออกสู่อ่าวไทยที่อำเภอจะนะ ซึ่งคาดว่าจะใช้เวลาในการศึกษาและดำเนินโครงการไม่น้อยกว่า 7-10 ปี
ด้านระบบราง โครงการรถไฟทางคู่สายตะวันออกเฉียงเหนือได้เปิดใช้งานถึงจังหวัดขอนแก่นแล้ว และอยู่ระหว่างก่อสร้างต่อไปยังจังหวัดหนองคาย คาดว่าจะแล้วเสร็จในปี 2573 ขณะที่โครงการรถไฟสายเด่นชัย-เชียงราย-เชียงของ คาดว่าจะเปิดให้บริการในปี 2572 ส่วนรถไฟทางคู่สายใต้ช่วงชุมพร-สุราษฎร์ธานี-หาดใหญ่-ปาดังเบซาร์ เตรียมเสนอของบประมาณสำหรับเวนคืนที่ดินและเปิดประมูลก่อสร้างในปี 2570
สำหรับระบบขนส่งมวลชนในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ปัจจุบันมีรถไฟฟ้าเปิดให้บริการรวม 280 กิโลเมตร และอยู่ระหว่างก่อสร้างอีก 80 กิโลเมตร จากแผนแม่บททั้งหมด 554 กิโลเมตร ภายหลังพระราชบัญญัติการขนส่งทางรางและพระราชบัญญัติตั๋วร่วมมีผลบังคับใช้ กระทรวงเตรียมนำระบบตั๋วร่วมมาใช้ โดยกำหนดอัตราค่าโดยสารข้ามสายอยู่ที่ 17-45 บาท และยกเลิกการเก็บค่าแรกเข้าซ้ำ เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายในการเดินทางของประชาชน
นายพิพัฒน์กล่าวย้ำว่า งบประมาณทุกบาทมาจากภาษีของประชาชน กระทรวงคมนาคมจะบริหารจัดการอย่างคุ้มค่า โปร่งใส และลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น พร้อมยืนยันว่าจะไม่ยอมให้เกิดปัญหาการทุจริตหรือการเรียกรับผลประโยชน์ พร้อมเปิดให้ทุกภาคส่วนตรวจสอบการดำเนินงานได้อย่างเต็มที่ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นว่าการบริหารงานในยุคปัจจุบันจะมีความโปร่งใสและแตกต่างจากที่ผ่านมา
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
- ดอยซ์แบงก์ หั่นเป้า "ราคาทองคำ" ปี 2569 กังวลเฟดคุมดอกเบี้ย-แรงซื้อทองชะลอ
- ตั๋วร่วม ได้ใช้เมื่อไร? อัปเดตล่าสุด ชงครม. พิจารณาเดือนมิ.ย.นี้
- “อนุทิน” ชูประเทศไทย เป็นประตูเชื่อม รัสเซีย-อาเซียน ส่งเสริมการค้า การลงทุน
- จ่อขยาย "สนามบินสุวรรณภูมิ" ดันไทยขึ้นเป็นศูนย์กลางการบินภูมิภาค ปี 2572
- "เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ" โครงการในพระดำริ ส่งเสริมอาชีพ เศรษฐกิจชุมชน