โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

Fitch Ratings เตือนผู้ออกหุ้นกู้ 10 อันดับแรกไทยเจอมรสุม ‘หนี้ท่วม’ และคลื่นหุ้นกู้จ่อครบกำหนด 3.18 แสนล้านบาทในปีนี้ จับตาความเสี่ยงรีไฟแนนซ์

THE STANDARD

อัพเดต 10 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 10 ชั่วโมงที่ผ่านมา • thestandard.co
Fitch Ratings เตือนผู้ออกหุ้นกู้ 10 อันดับแรกไทยเจอมรสุม ‘หนี้ท่วม’ และคลื่นหุ้นกู้จ่อครบกำหนด 3.18 แสนล้านบาทในปีนี้ จับตาความเสี่ยงรีไฟแนนซ์

Fitch Ratings เตือนบริษัทอุตสาหกรรมรายใหญ่ไทยเจอมรสุม ‘หนี้ท่วม’ ชี้ผู้ออกหุ้นกู้รายใหญ่ที่สุด 10 รายของไทยมีหนี้สูงกว่ากำไรเกือบ 4 เท่า สูงกว่าค่าเฉลี่ยเอเชียเกือบเท่าตัว และยังมีหุ้นกู้จ่อครบกำหนด 3.18 แสนล้านในปีนี้ พร้อมเตือนระวังความเสี่ยงรีไฟแนนซ์ จับตา ‘ปิโตรเคมี’ ส่วนใหญ่มีอัตราส่วนหนี้สินสุทธิต่อ EBITDA สูงกว่า 8 เท่า

ประเด็นสำคัญ

  • หนี้สินท่วม! บริษัทอุตสาหกรรมรายใหญ่ไทย สูงกว่าค่าเฉลี่ยเอเชีย
  • เตือนบริษัทไทยอาจเผชิญความเสี่ยงรีไฟแนนซ์มากขึ้น หากภาวะตลาดการเงินตึงตัวมากขึ้น
  • ภาคส่วนใดเสี่ยงที่สุด

วันนี้ (30 มิถุนายน) โอบบุญ ถิรจิต ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายจัดอันดับเครดิตภาคอุตสาหกรรม บริษัท ฟิทช์ เรทติ้งส์ ประเทศไทย (Fitch Ratings) กล่าวในงานสัมมนาหัวข้อ Thailand Corporate Credit Outlook โดยระบุว่า บริษัทขนาดใหญ่ของไทยเผชิญแรงกดดันหลายด้านในปี 2569 ได้แก่ สภาวะแวดล้อมในการดำเนินธุรกิจที่ท้าทายมากขึ้น อัตราส่วนหนี้สินที่อยู่ในระดับสูงจากการลงทุนขนาดใหญ่ต่อเนื่องในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา และความต้องการเงินลงทุนที่เพิ่มขึ้นจากการเปลี่ยนผ่านด้านสภาพภูมิอากาศ (Climate Transition)

โอบบุญกล่าวต่อว่า สภาวะแวดล้อมในการดำเนินธุรกิจที่ท้าทายมากขึ้นเกิดจากวิกฤตการณ์ภายนอกหลายด้านที่เกิดขึ้นในเวลาเดียวกัน ได้แก่

  • ความขัดแย้งในตะวันออกกลางส่งผลให้ต้นทุนพลังงานยังคงอยู่ในระดับสูง โดยกลุ่มปิโตรเคมีเป็นภาคธุรกิจที่มีความเสี่ยงมากที่สุด
  • มาตรการภาษีของสหรัฐฯ กดดันการส่งออก ขณะเดียวกันการหลั่งไหลเข้ามาของสินค้าจากประเทศจีนเพิ่มความรุนแรงของการแข่งขันภายในประเทศ
  • ปัญหาหนี้ครัวเรือนในระดับสูงและกำลังซื้อที่อ่อนแอกลายเป็นปัจจัยกดดันรายได้ในวงกว้าง
  • การฟื้นตัวของนักท่องเที่ยวจีนเป็นไปอย่างล่าช้า และความขัดแย้งในตะวันออกกลางกลายเป็นปัจจัยลบเพิ่มเติม

หนี้สินท่วม! บริษัทอุตสาหกรรมรายใหญ่ไทย สูงกว่าค่าเฉลี่ยเอเชีย

โอบบุญกล่าวต่อว่า หนี้สินของบริษัทไทยสูงกว่าค่าเฉลี่ยเอเชีย เห็นได้จากผู้ออกหุ้นกู้รายใหญ่ที่สุด 10 รายของไทยมีอัตราส่วนหนี้สินสุทธิต่อกำไร (EBITDA) โดยรวมอยู่ที่ 3.7 เท่าในปี 2568 ซึ่งถือว่าสูงกว่าบริษัทในไทยและในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกที่ฟิทช์จัดอันดับเครดิต ซึ่งอยู่ที่ประมาณ 2 เท่า

โดยบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) มีอัตราส่วนหนี้สินต่ำสุดที่ 1.8 เท่า ส่วนผู้ออกหุ้นกู้รายใหญ่อีก 9 รายมีอัตราส่วนหนี้สินอยู่ในช่วง 4.1 เท่า ถึง 15 เท่า

ภาพอินโฟกราฟิกแสดงข้อมูลผู้ออกหุ้นกู้ 10 อันดับแรกไทยเผชิญหนี้ท่วมและหุ้นกู้ครบกำหนด 3.18 แสนล้านบาท 1
ภาพอินโฟกราฟิกแสดงข้อมูลผู้ออกหุ้นกู้ 10 อันดับแรกไทยเผชิญหนี้ท่วมและหุ้นกู้ครบกำหนด 3.18 แสนล้านบาท 2

เตือนบริษัทไทยอาจเผชิญความเสี่ยงรีไฟแนนซ์มากขึ้น หากภาวะตลาดการเงินตึงตัวมากขึ้น

โอบบุญระบุอีกว่า การมีอัตราส่วนหนี้สินในระดับสูงนี้ ควบคู่กับการพึ่งพาตลาดตราสารหนี้ในประเทศเป็นหลักอาจส่งผลให้ความยืดหยุ่นทางการเงินปรับตัวลดลง และเพิ่มความเสี่ยงด้านการรีไฟแนนซ์ หากภาวะตลาดการเงินตึงตัวมากขึ้น

ทั้งนี้ ไทยมีการพึ่งพาตลาดตราสารหนี้สูงสุดในเอเชีย โดยยอดหุ้นกู้คิดเป็น 27% ของหนี้สินภาคเอกชนทั้งหมด เปรียบเทียบกับเกาหลี 26%, ญี่ปุ่น 15% และจีน 10%

โดยผู้ออกหุ้นกู้รายใหญ่ที่สุด 10 อันดับแรกของไทย มีหุ้นกู้ที่จะครบกำหนดไถ่ถอนรวมกันมูลค่าสูงถึง 318,000 ล้านบาทภายในปีนี้

โอบบุญกล่าวอีกว่า ตั้งแต่ต้นปีจนถึงตอนนี้ ทางฟิทช์มีการหั่นมุมมอง (Outlook) หรือเรตติง (Rating) ไปแล้วบ้าง อย่างไรก็ตามหากเทียบผลกระทบรอบนี้กับวิกฤตโควิด-19 หรือสงครามรัสเซีย-ยูเครน ถือว่ามีผลกระทบน้อยกว่า โดยจำกัดอยู่เฉพาะบางภาคส่วนที่มีปัญหาเท่านั้น ขณะที่ภาคการบริโภคและค้าปลีกยังได้แรงหนุนจากสินค้าจำเป็นและโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาค

สำหรับความเสี่ยงในการรีไฟแนนซ์ (Refinance) โอบบุญมองว่า บริษัทรายใหญ่และรายกลางยังไม่เห็นความเสี่ยงกลับมามากเท่าไหร่ แต่รายเล็กอาจประสบปัญหาการเข้าถึงแหล่งเงินกู้ที่ยากขึ้น

ภาคส่วนใดเสี่ยงที่สุด

โอบบุญกล่าวว่า ภาคส่วน (Sector) ที่เผชิญแรงกดดันดังกล่าวชัดเจนมากที่สุดคือ กลุ่มปิโตรเคมี อสังหาริมทรัพย์ และสาธารณูปโภคด้านพลังงาน สวนทางกับธุรกิจกลุ่มโทรคมนาคมมีสถานะที่ค่อนข้างแข็งแกร่ง

  • ปิโตรเคมี: บริษัทส่วนใหญ่มีอัตราส่วนหนี้สินสุทธิต่อ EBITDA สูงกว่า 8 เท่า และมีทิศทางที่แย่ลง ถือเป็นภาคธุรกิจที่เผชิญแรงกดดันด้านอันดับเครดิตมากที่สุด
  • อสังหาริมทรัพย์: ภาระหนี้สินอยู่ในระดับสูง ยอดขายล่วงหน้าปรับตัวลดลงและเผชิญภาวะอุปทานล้นตลาด ขณะที่หนี้ครัวเรือนระดับสูงเป็นปัจจัยจำกัดกำลังซื้อในตลาดระดับล่างถึงปานกลาง
  • พลังงานและสาธารณูปโภค: หนี้สินอยู่ในระดับสูงและมีรอบการลงทุน Capex ขนาดใหญ่ในโครงการพลังงานหมุนเวียนรออยู่ข้างหน้า ส่งผลให้ระดับหนี้สินมีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้นอีกก่อนที่จะทยอยลดลง
ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...