“ณัฐพงษ์” ลุยชายแดนใต้ ซัด”โสภณ”หยุดเคลมผลงานสภา
"ณัฐพงษ์" ลุยชายแดนใต้ รับฟังปัญหาอ่าวปัตตานี–โรงไฟฟ้าขยะ ซัด "โสภณ" หยุดเคลมผลงานสภา จี้ ใช้อำนาจตรวจสอบองค์กรอิสระ
นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชน ลงพื้นที่จังหวัดปัตตานี เพื่อติดตามปัญหาสิ่งแวดล้อม ทั้งกรณีโครงการโรงไฟฟ้าขยะยามู และปัญหาสันดอนทรายอ่าวปัตตานี โดยระบุว่าจะนำข้อกังวลของประชาชนเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบของรัฐสภา พร้อมเตรียมตั้งคณะทำงานศึกษาการฟื้นฟูระบบนิเวศในระยะยาว ซึ่งการลงพื้นที่ครั้งนี้มีประธานคณะกรรมาธิการหลายคณะร่วมรับฟังข้อมูลจากประชาชน เพื่อรวบรวมข้อเท็จจริงเข้าสู่สภา โดยกรณีโรงไฟฟ้าขยะยามู ชาวบ้านจำนวนมากยังไม่รับทราบข้อมูลโครงการ ทั้งที่เป็นโครงการขนาดใหญ่ จึงเกิดความกังวลในพื้นที่ อย่างไรก็ตาม จากการหารือกับตัวแทนจังหวัดปัตตานี พบว่ายังไม่มีการลงนามเริ่มดำเนินโครงการ จึงยังมีเวลาสร้างความเข้าใจกับประชาชน
ส่วนกรณีอ่าวปัตตานี นายณัฐพงษ์ ระบุว่า ชาวบ้านสะท้อนผลกระทบจากโครงการขุดลอกของกรมเจ้าท่า มูลค่ากว่า 600 ล้านบาท ที่ทำให้ระบบนิเวศเปลี่ยนแปลง ส่งผลให้สัตว์น้ำลดลงอย่างมาก จึงมีข้อเสนอให้เปิดปากอ่าวให้กว้างขึ้น เพื่อให้น้ำทะเลไหลเวียนและช่วยฟื้นฟูความอุดมสมบูรณ์ของระบบนิเวศ ซึ่งจะนำเรื่องเข้าสู่การศึกษาของสภา พร้อมเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าชี้แจง พร้อมย้ำว่า นอกจากการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าแล้ว จำเป็นต้องตั้งคณะทำงานเพื่อศึกษาทางออกระยะยาวในการฟื้นฟูอ่าวปัตตานีอย่างเป็นระบบ
นายณัฐพงษ์ ยังกล่าวถึงกรณีนายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร แถลงผลงานครบ 122 วัน พร้อมระบุว่าสภาไม่เคยล่ม ว่า การทำหน้าที่ของประธานสภาควรสะท้อนผ่านการใช้อำนาจตามหน้าที่ เช่น การส่งเรื่องตรวจสอบองค์กรอิสระตามที่สมาชิกรัฐสภาเข้าชื่อเสนอ มากกว่าการหยิบยกประเด็นที่เป็นผลจากความร่วมมือของทุกฝ่ายมาเป็นผลงานส่วนตัว และการที่สภาไม่ล่ม เป็นผลจากการทำงานร่วมกันของทุกพรรคในสภา หากพรรคประชาชนเป็นประธานสภา ก็คงไม่หยิบเรื่องนี้มาเคลมว่าเป็นผลงานของตัวเอง”
สำหรับกรณีที่นายโสภณ ระบุว่า รัฐมนตรีมาตอบกระทู้มากที่สุดในรอบหลายปี นายณัฐพงษ์ เห็นว่า ประเด็นสำคัญไม่ได้อยู่ที่จำนวนครั้ง แต่เป็นการที่รัฐมนตรีเจ้าของเรื่องควรเข้ามาตอบด้วยตนเอง โดยเฉพาะกระทู้ถามสด ซึ่งฝ่ายค้านไม่ได้แจ้งคำถามล่วงหน้า แต่ที่ผ่านมา กลับมีการมอบหมายบุคคลอื่นมาตอบเป็นส่วนใหญ่ ทำให้บทบาทการตรวจสอบของฝ่ายนิติบัญญัติไม่สมบูรณ์
นอกจากนี้ นายณัฐพงษ์ ยังเห็นด้วยกับแนวคิดแก้ไขข้อบังคับการประชุม เพื่อให้ฝ่ายบริหารมีความรับผิดชอบต่อรัฐสภามากขึ้น รวมถึงสนับสนุนการเปิดให้ถ่ายทอดสดการประชุมคณะกรรมาธิการสามัญ โดยอ้างถึงผลการศึกษาของสถาบันพระปกเกล้า ที่เปรียบเทียบกับรัฐสภาต่างประเทศ พบว่าการเปิดเผยการประชุมช่วยเพิ่มความโปร่งใส และทำให้อำนาจตรวจสอบของคณะกรรมาธิการมีประสิทธิภาพมากขึ้น พร้อมเสนอให้นายโสภณ ในฐานะประธานสภาและประธานสถาบันพระปกเกล้า นำผลวิจัยดังกล่าวเข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมาธิการกิจการสภา เพื่อผลักดันการแก้ไขข้อบังคับการประชุม อันจะช่วยยกระดับความโปร่งใสของรัฐสภา และเพิ่มความรับผิดชอบของฝ่ายบริหารต่อการตรวจสอบของสภา
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news
LINE Official Account : @innnews