ยุโรป vs อเมริกาใต้ ใครจะเจ๋งกว่ากัน!
ในที่สุดก็ได้คู่ชิงชนะเลิศกันเสียที สำหรับฟุตบอลโลก 2026 ที่สหรัฐอเมริกา, เม็กซิโกและแคนาดาร่วมกันเป็นเจ้าภาพ หลังลงสนามฟาดแข้งกันมาแบบยาวๆ ตั้งแต่วันที่ 11 มิถุนายนที่ผ่านมา โดยจะเป็นการดวลกันระหว่าง “กระทิงดุ” ทีมชาติสเปน ดีกรีแชมป์ยูโร 2024 กับ “ฟ้าขาว” ทีมชาติอาร์เจนตินา ดีกรีแชมป์เก่า และดีกรีแชมป์โคปา อเมริกา 2 สมัยซ้อน ในปี 2021, 2024
ย้อนกลับไปก่อนหน้านี้ คู่นี้เดิมที่เคยมีคิวดวลแข้งกันในฟุตบอลนัดพิเศษ ฟินาลิสซิมา (Finalissima 2026) ซึ่งจะเป็นการนำเอาแชมป์ยูโรมาปะทะกับแชมป์อเมริกาใต้ แข่งขันกันที่สนามกลาง แต่แมตช์ดังกล่าวถูกยกเลิกกะทันหันจากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ที่สหรัฐอเมริกากับอิสราเอลเปิดฉากโจมตีอิหร่าน ทำให้แผนการแข่งขันเดิมที่ประเทศกาตาร์ต้องยุติลง
ช่วงนั้นหลังจากต้องยกเลิกการแข่งขันที่กาตาร์ ทางสหพันธ์ฟุตบอลยุโรป หรือยูฟ่า ได้พยายามหาสนามกลางและข้อเสนอทางเลือกอื่นเพื่อจัดการแข่งขัน เช่น การเสนอเตะที่สนามซานติอาโก เบร์นาเบว ที่ประเทศสเปน หรือการจัดแข่งแบบเหย้า-เยือน ทว่าทางสมาคมฟุตบอลอาร์เจนตินาได้ปฏิเสธทุกข้อเสนอเนื่องจากปัญหาเรื่องวันเวลาที่ไม่ตรงกัน และไม่สามารถหาข้อตกลงร่วมกันได้
แต่สุดท้ายก็เหมือนพรหมลิขิต คู่นี้ได้มาเจอกันจนได้ และที่สำคัญคือเป็นการเจอกันในนัดชิงชนะเลิศฟุตบอลโลก ยิ่งตอกย้ำความยิ่งใหญ่มากกว่าเดิม เพราะจะเป็นเครื่องที่พิสูจน์กันไปเลยว่า แชมป์ยุโรป กับแชมป์อเมริกาใต้ ใครจะเจ๋งกว่ากัน
ทีมชาติสเปน ในเวิลด์ คัพ 2026 ถือว่ามาเรื่อยๆ แบบเรียงๆ ไม่ได้มีฟอร์มที่โดดเด่นอะไรมาก แต่เมื่อถึงนัดสำคัญก็เก็บชัยชนะได้เสมอ โดยเฉพาะเกมในรอบรองชนะเลิศที่เปิดคลาสสอนฟุตบอลให้กับทีมชาติฝรั่งเศส ชนิดที่คู่แข่งได้แต่มองบอลกันตาปริบๆ เพราะไล่ไม่ทันการต่อบอลอันเหนือชั้นของ “กระทิงดุ” คว้าชัยมาแบบใสสะอาดสุดๆ
และครั้งนี้พวกเขาผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศเวิลด์ คัพ รอบสุดท้าย ได้อีกครั้งในรอบ 16 ปี หลังจากก่อนหน้านี้เมื่อปี 2010 “กระทิงดุ” เข้าไปชิงฯ กับเนเธอร์แลนด์ ก่อนจะได้ประตูชัยจาก อันเดรส อิเนียสตา ช่วงต่อเวลาพิเศษ คว้าแชมป์โลกสมัยแรกมาครองสำเร็จ
ส่วนทีมชาติอาร์เจนตินา ต้องบอกตรงๆ เลยว่าฟอร์มการเล่นของพวกเขาในทัวร์นาเมนต์นี้ดูไม่ดีเอาเสียเลย กว่าจะผ่านด่านคู่แข่งแต่ละแมตช์ก็ทำเอาแฟนๆ หัวใจแทบวาย และเกมล่าสุดในรอบรองชนะเลิศช่วงแรกๆ รูปเกมเป็นรองอังกฤษชัดเจน แต่คู่แข่งดันมาเปลี่ยนแท็กติกเอื้อให้พวกเขาเปิดเกมบุกเข้าใส่แบบงงๆ สุดท้ายก็มาไล่บดจนได้ 2 ประตูสำคัญในช่วง 5 นาทีสุดท้ายของการแข่งขัน จนเฉือน “สิงโตคำราม” เข้ารอบชิงชนะเลิศเป็นหนที่ 2 ติดต่อกัน
แน่นอนว่ารอบชิงฯ ครั้งนี้เป็นการลุ้นแชมป์โลกสมัยที่ 4 ของทีมชาติอาร์เจนตินา เพื่อไล่กวด บราซิล คู่ปรับร่วมทวีป ที่สถิติการคว้าแชมป์โลกหยุดอยู่ที่ 5 สมัยมานานถึง 24 ปีเต็ม ซึ่งก่อนหน้านี้พวกเขาเคยทำมาได้ในยุคของ ดิเอโก มาราโดนา 2 สมัย ปี 1978 กับ 1986 และถือเป็นการเข้าชิงชนะเลิศฟุตบอลโลกครั้งที่ 7 ของพวกเขา
ขณะเดียวกัน ลิโอเนล เมสซี ก็อยากจะสร้างความยิ่งใหญ่ให้โลกได้เห็น กับการเป็นจอมทัพของทีมชาติอาร์เจนตินาที่สามารถคว้าแชมป์โลกได้ 2 สมัย ซึ่งหากเขาทำได้ จะมีสถิติการคว้าแชมป์โลกที่เหนือกว่า ดิเอโก มาราโดนา และจะทำให้เขาถูกจดจำว่าเป็นนักฟุตบอลหมายเลขหนึ่งตลอดกาลของทัพ “ฟ้าขาว” แบบหมดจด แถมยังเป็นการพาทีมคว้าแชมป์โลก 2 สมัยติดต่อกันอีกด้วย
การเจอกันของทั้งสองทีมถือว่าน่าดูเป็นอย่างมาก เพราะจะเป็นการดวลกันของทายาท “บาร์เซโลนา” จากนักเตะที่เคยพาทีมประสบความสำเร็จอย่างโชกโชนอย่าง ลิโอเนล เมสซี กับ ลามีน ยามาล ดาวรุ่งพุ่งแรง ที่กำลังเป็นคนสำคัญของสโมสรยักษ์ใหญ่จากสเปน ก็ต้องมาดูกันว่าใครจะเจ๋งกว่าใคร ค่ำคืนวันที่ 19 กรกฎาคม ตรงกับเช้าตรู่วันที่ 20 กรกฎาคม 2569 เวลา 02.00 น.ตามเวลาประเทศไทย เราคงได้รู้กัน