ป้ามหาภัยสายไหม! ล็อกบ้านเงียบ-แอบส่องกล้องขู่ ตร.
(1 มิ.ย. 69) จากกรณี น.ส.ออม (อายุ 24 ปี) เข้าร้องทุกข์กับเพจ สายไหมต้องรอด หลังเดือดร้อนหนักจากเพื่อนบ้านทาวน์โฮมข้างเคียง จงใจทุบกำแพงส่งเสียงดังรบกวนทุกคืนช่วงดึก จนลูกวัย 1 ขวบครึ่งสะดุ้งตื่นและครอบครัวเครียดสะสม พฤติกรรมคุกคามลามหนัก ทั้งสาดน้ำปลาใส่ขณะทำครัวหลังบ้าน และลดกระจกรถชูนิ้วกลางใส่ขณะขับรถสวนกันจนมีหลักฐานวงจรปิด
ต่อมาในช่วงบ่าย ทีมข่าวได้ลงพื้นที่บริเวณถนนพัฒนาชัย แขวงสายไหม เขตสายไหม กรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นจุดเกิดเหตุ โดยพบว่าบ้านของหญิงที่ถูกร้องเรียนเป็นลักษณะทาวน์เฮาส์ติดกัน ภายในบริเวณหน้าบ้านของคู่กรณีรายนี้ มีรถยนต์จอดล้ำเข้ามาบริเวณหน้าบ้านของผู้เสียหายกว่าครึ่งคัน นอกจากนี้ยังพบกล้องวงจรปิดติดตั้งอยู่บริเวณหน้าบ้านในลักษณะหันส่องออกไปทางถนน รวมถึงมีป้ายห้ามจอดขวางหน้าบ้านติดไว้ด้วย
ขณะลงพื้นที่ เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.สายไหม พร้อมด้วยผู้สื่อข่าวและผู้เสียหาย ได้พยายามเรียกเจ้าของบ้านออกมาพูดคุยเพื่อหาทางออกร่วมกัน แต่กลับไม่มีผู้ใดยอมออกมาแสดงตัวหรือให้ข้อมูลกับเจ้าหน้าที่แต่อย่างใด
ระหว่างนั้น ผู้เสียหายได้พยายามพูดคุยกับหญิงสูงอายุคู่กรณี โดยยืนอยู่บริเวณหน้าบ้านและพูดผ่านกล้องวงจรปิด เนื่องจากที่ผ่านมา หากมีการสื่อสารกัน คู่กรณีมักจะตอบกลับผ่านระบบลำโพงของกล้องวงจรปิดแทนการออกมาพบหน้า ซึ่งผู้เสียหายระบุว่าต้องการเปิดใจพูดคุยเพื่อหาทางยุติปัญหาที่เกิดขึ้น
อย่างไรก็ตาม ในครั้งนี้คู่กรณีไม่ได้ออกมาพบหรือพูดโต้ตอบกลับมาแต่อย่างใด แม้เจ้าหน้าที่จะพยายามเรียกอยู่หลายครั้ง แต่ระหว่างนั้นกลับได้ยินเสียงแจ้งเตือนจากระบบกล้องวงจรปิด ซึ่งเป็นข้อความอัตโนมัติเปิดสวนออกมาว่า “คำเตือน คุณกำลังถูกจับตามอง” ซึ่งแสดงให้เห็นชัดเจนว่ามีคนกำลังเฝ้าดูความเคลื่อนไหวผ่านกล้องวงจรปิดอยู่ภายในบ้านขณะนั้น
จากนั้น ทีมข่าวและเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เข้าไปตรวจสอบภายในบ้านของผู้เสียหาย โดยเฉพาะบริเวณชั้น 2 ซึ่งผู้เสียหายอ้างว่าเคยถูกเพื่อนบ้านสาดน้ำปลาใส่ทางด้านหลังบ้าน จากการตรวจสอบพบคราบลักษณะคล้ายน้ำปลาเปรอะเปื้อนอยู่บริเวณระเบียงชั้น 2 ซึ่งเป็นพื้นที่เปิดโล่ง เบื้องต้นคาดว่าอาจมีการเปิดหน้าต่างจากฝั่งบ้านคู่กรณี แล้วสาดของเหลวดังกล่าวข้ามมายังฝั่งบ้านผู้เสียหาย
ส่วนบริเวณชั้น 3 ซึ่งเป็นผนังปูนติดกัน และอยู่ใกล้กับห้องนอนของผู้เสียหาย จากการทดลองเคาะผนังภายในบ้าน พบว่าเสียงที่เกิดขึ้นมีความดังและสะท้อนก้องอย่างชัดเจน ประกอบกับจุดดังกล่าวอยู่ติดกับห้องนอนที่ผู้เสียหายและลูกเล็กใช้พักอาศัย จึงเป็นหลักฐานชี้ชัดว่าหากมีการเคาะหรือทุบผนังเป็นประจำตามที่มีการร้องเรียนจริง จะส่งผลกระทบต่อการพักผ่อนและสภาพจิตใจของคนในบ้านอย่างรุนแรงแน่นอน ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้บันทึกภาพไว้เป็นหลักฐานเพื่อดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมายต่อไป