ไม่ใช่แค่เพิ่มวิชาไล่ล่าอนาคต แต่จีนวางรากฐานมานานแล้วกับ Project 211, Project 985 และ'สองชั้นนำ'
เมื่อเดือนที่แล้วคนไทยให้ความสนใจอย่างมากกับข่าวที่กระทรวงศึกษาธิการจีนประกาศเพิ่มสาขาวิชาปริญญาตรีใหม่ 38 สาขา วิชาเหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งของ "แคตตาล็อกหลักสูตรระดับปริญญาตรีในวิทยาลัยและมหาวิทยาลัยทั่วไป (2026)" 《普通高等学校本科专业目录(2026年)》 ซึ่ง People's Daily รายงานว่า "สาขาวิชาเอกที่เพิ่มเข้ามาใหม่ส่วนใหญ่จัดตั้งขึ้นตามทิศทางหลัก 5 ประการ ได้แก่ สอดคล้องกับความต้องการเชิงกลยุทธ์ของประเทศอย่างแม่นยำ เช่น วิทยาศาสตร์และวิศวกรรมพลังงาน และวิทยาศาสตร์และวิศวกรรมธรณีวิทยาเชิงลึก; เพื่อสนับสนุนการปรับปรุงและยกระดับอุตสาหกรรมดั้งเดิม เช่น วิศวกรรมการบูรณาการพลังงานด้านการขนส่ง และหุ่นยนต์ทางการเกษตร; เพื่อส่งเสริมการพัฒนานวัตกรรมของอุตสาหกรรมเกิดใหม่และอุตสาหกรรมแห่งอนาคต เช่น การผลิตทางชีวภาพ และวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์สมอง; โดยอาศัยการขยายตัวและการปรับปรุงคุณภาพของอุตสาหกรรมบริการ เช่น การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมดิจิทัล และปัญญาประดิษฐ์เชิงพาณิชย์; และเพื่อมุ่งเน้นการสร้างเศรษฐกิจอัจฉริยะรูปแบบใหม่ เช่น การค้าดิจิทัล และการเงินดิจิทัล"
ล่าสุด วันที่ 1 มิถุนายนนี้ จากการรายงานของ People's Daily มีมหาวิทยาลัยที่ดำเนินการเพิ่มสาขาวิชาใหม่มาปฏิบัติจริงแล้ว คือ สถาบันเทคโนโลยีฮาร์บินได้เพิ่มสาขาวิชาใหม่ 4 สาขาที่ได้รับการอนุมัติให้บรรจุในหลักสูตร ได้แก่ ปัญญาเชิงกายภาพ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีสมอง-คอมพิวเตอร์ ปัญญาทางภาษา และการพัฒนาเมืองใหม่
ความสำคัญของสาขาวิชาเหล่านี้โปรดอ่านต่อได้ในหมายเหตุท้ายงาน (เพราะยาวมาก แต่มีประโยชน์อยางยิ่ง)
คำถามก็คือทำไมต้องเป็นสถาบันเทคโนโลยีฮาร์บิน (哈尔滨工业大学)?
ย้อนกลับไปเมื่อตอนที่มีนรายงานข่าวการเพิ่มสาขาวิขาเมื่อเดือนเมษายน ในรายงานข่าวของ People's Daily รายงานด้วยว่า "ในขณะเดียวกัน กลไกในการจัดตั้งสาขาวิชาที่จำเป็นเร่งด่วนเชิงกลยุทธ์ได้รับการปรับปรุงให้ดียิ่งขึ้น โดยสนับสนุนมหาวิทยาลัย 9 แห่ง รวมถึงสถาบันเทคโนโลยีฮาร์บินและมหาวิทยาลัยการบินและอวกาศปักกิ่ง ให้เพิ่มสาขาวิชาใหม่ด้านปัญญาประดิษฐ์เชิงกายภาพ ส่งเสริมการบูรณาการอย่างลึกซึ้งของปัญญาประดิษฐ์ยุคใหม่กับเศรษฐกิจจริง และเสริมสร้างการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมที่มีคุณภาพสูง"
คำตอบก็คือ สถาบันเทคโนโลยีฮาร์บินและมหาวิทยาลัยการบินและอวกาศปักกิ่ง คือสองสถาบันอุดมศึกษาที่ถูกเอ่ยถึงในฐานะที่เป็น "กลไกในการจัดตั้งสาขาวิชาที่จำเป็นเร่งด่วนเชิงกลยุทธ์"
หากคำตอบนี้ยังไม่ชัดอีกว่าทำไมต้องเป็นสถาบันเทคโนโลยีฮาร์บิน? ตอบอีกครั้งก็คือสถาบันเทคโนโลยีฮาร์บิน เป็นส่วนหนึ่งของ 'โครงการ 211' และ 'โครงการ 985'
ที่คนไทยตื่นเต้นกับข่าวการเพิ่มสาขาวิชาแห่งอนาคตก็เพราะนี่แสดงถึงวิสัยทัศน์ด้านการศึกษาของจีน
แต่ว่า "การสร้างอนาคตด้วยการศึกษา" ของจีนไม่ใช่เพิ่งทำกันมาปีสองปีนี้ แต่เป็นวิสัยทัศน์ระยะยาวที่เริ่มผลิดอกออกผลแล้ว
วิสัยทัศน์นั้นถูกทำให้เป็นรูปธรรมในชื่อโครงการ 211 และโครงการ 985
โครงการ 211 (211工程) คือการเตรียมความพร้อมให้กับมหาวิทยาลัย 100 แห่งให้ตอบรับกับศตวรรษที่ 21 ดังนั้นตัวเลข 21 จากชื่อศตวรรษและเลข 1 จาก 100 จึงกลายมาเป็นชื่อของโครงการ 211 และทำการคัดเลือกมหาวิทยาลัยจากทั่วประเทศให้เหลือ 100 แห่งเพื่อร่วมโครงการนี้ โดยอนุมัติโครงการเมื่อเดือนพฤศจิกายน 1995
เป้าหมายก็คือ "ฟื้นฟูประเทศด้วยวิทยาศาสตร์และการศึกษา" (科教兴国) ดังนั้น แกนหลักของโครงการ 211 ก็คือ พัฒนาคุณภาพการศึกษาโดยเฉพาะด้านวิทยาศาสตร์และสร้างบุคคลากรที่มีคุณภาพระดับสูงและแก้ไขปัญหาสำคัญๆ ในการสร้างเศรษฐกิจและการพัฒนาสังคม และทำให้สถาบันการศึกษาเหล่านี้มีสถานะเทียบชั้นระดับนานาชาติ
จากข้อหลัง คือการยกระดับสถาบันการศึกษาระดับท็อปของจีนให้เทียบกับระดับท็อปของโลก จึงนำไปสู่โครงการ 985 (985工程) ซึ่งประกาศในเดือนพฤษภาคมปี 1998 โดยอดีตประธานาธิบดีเจียงเจ๋อหมินในงานฉลองครบรอบ 100 ปีของมหาวิทยาลัยปักกิ่ง โดยกล่าวว่า "เพื่อบรรลุความทันสมัย จีนต้องการมหาวิทยาลัยระดับโลกจำนวนหนึ่ง"
กระทรวงศึกษาธิการของจีนตอบสนองนโยบายด้วยการตั้งโครงการบ่มเพาะมหาวิทยาลัยระดับโลกและมีคุณภาพสูง ซึ่งเรียกกันว่า 'โครงการ 985' โดยดำเนินงานตาม'แผนปฏิบัติการเพื่อฟื้นฟูการศึกษาสำหรับศตวรรษที่ 21'《面向21世纪教育振兴行动计划》
เพื่อที่จะให้เข้าใจเป้าหมายของโครงการ 211 และโครงการ 985 ได้ชัดขึ้นเราควรอ่านเนื้อหาของ "แผนปฏิบัติการเพื่อฟื้นฟูการศึกษาสำหรับศตวรรษที่ 21" ซึ่งเป็นพิมพ์เขียวเชิงอุดมการณ์และนโยบายสร้างอนาคตใหม่ด้วยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
เพราะหาก "เบื้องบน" ไม่มีวิสัยทัศน์ที่แหลมคม และ "เบื้องบน" ไม่มีเจตจำนงค์ที่แรงกล้าทางการเมือง และเพื่อบ้านเมืองจริงๆ ต่อให้มีไอเดียผิดโครงการนับร้อยนับพัน มันก็จะไม่ไปถึงไหน
แผนการฯ กล่าวไว้ว่า
"ในยุคใหม่แห่งการปฏิรูป การเปิดประเทศ และการพัฒนาให้ทันสมัย สหายเติ้งเสี่ยวผิงได้เน้นย้ำซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่า วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเป็นกุญแจสำคัญในการบรรลุการพัฒนาสังคมนิยมให้ทันสมัย และการศึกษาเป็นรากฐาน ในช่วงเปลี่ยนผ่านที่สำคัญของศตวรรษ สหายเจียงเจ๋อหมินได้ชี้ให้เห็นเพิ่มเติมว่า “ในโลกปัจจุบัน ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี โดยเฉพาะอย่างยิ่งเทคโนโลยีสารสนเทศ กำลังก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว และการเปลี่ยนความสำเร็จทางเทคโนโลยีขั้นสูงให้เป็นพลังการผลิตที่แท้จริงกำลังเร่งตัวขึ้น เศรษฐกิจฐานความรู้ที่กำลังเกิดขึ้นใหม่บ่งบอกถึงการเปลี่ยนแปลงครั้งใหม่และสำคัญในชีวิตทางเศรษฐกิจและสังคมของมนุษย์” ในศตวรรษที่ 21 ที่กำลังจะมาถึง เศรษฐกิจฐานความรู้ซึ่งมีเทคโนโลยีขั้นสูงเป็นศูนย์กลางจะครอบงำ ความแข็งแกร่งของชาติโดยรวมและความสามารถในการแข่งขันในระดับนานาชาติของประเทศจะขึ้นอยู่กับระดับการพัฒนาการศึกษา วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และนวัตกรรมความรู้มากขึ้นเรื่อยๆ การศึกษาจะยังคงมีตำแหน่งเชิงกลยุทธ์ในการพัฒนาที่สำคัญเสมอ การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศสมัยใหม่ในด้านการศึกษาอย่างแพร่หลายกำลังนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงอย่างลึกซึ้งในระบบการศึกษา และการศึกษาตลอดชีวิตจะเป็นข้อกำหนดทั่วไปสำหรับการพัฒนาการศึกษาและความก้าวหน้าทางสังคม ปัจจุบัน รัฐบาลหลายแห่งได้กำหนดให้การฟื้นฟูการศึกษาเป็นนโยบายระดับชาติพื้นฐานสำหรับศตวรรษใหม่ แนวโน้มเหล่านี้บ่งชี้ว่าการศึกษาจะเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงอย่างลึกซึ้งในอนาคต และเราควรเตรียมตัวล่วงหน้าเพื่อรับมือกับความท้าทายใหม่เหล่านี้"
คีย์เวิร์ดสำคัญของแผนการ (ที่อ้างวิสัยทัศน์ของผู้นำประเทศ) คือ
1. วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเป็นกุญแจสำคัญในการบรรลุการพัฒนาสังคมนิยมให้ทันสมัย
2. ความสามารถในการแข่งขันในระดับนานาชาติของประเทศจะขึ้นอยู่กับระดับการพัฒนาการศึกษา วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และนวัตกรรมความรู้มากขึ้นเรื่อยๆ และ
3. การศึกษาจะเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงอย่างลึกซึ้งในอนาคต และเราควรเตรียมตัวล่วงหน้าเพื่อรับมือกับความท้าทายใหม่เหล่านี้
เมื่อมีวิสัยทัศน์และแกนหลักของแนวคิดแล้ว ต่อให้เปลี่ยนผู้นำไปตามวาระ จาก เติ้งเสี่ยวผิง มาถึงเจียงเจ๋อหมิน จากหูจิ่นเทา มาถึงสีจิ้นผิง ทั้งหมดล้วนดำเนินการผลักดันโครงการเหล่านี้ต่อไปทั้งยังเพิ่มระดับความเข้มข้นขึ้นไปเรื่อยๆ
พอมาถึงยุคของสีจิ้นผิง โครงการที่เข้ามาแทนที่หรืออาจเรียงว่าเป็นการควบรวมโครงการก่อนหน้านี้ คือ 'การสร้างมหาวิทยาลัยและสาขาวิชาการชั้นนำระดับโลก' (世界一流大学和一流学科建设) โดยมีการตั้งข้อสังเกตว่าหลังจากปี 2015 ไม่มีการเอ่ยถึงโครงการ 211 และโครงการ 985 กันอีก แต่เอ่ยถึงการสร้างมหาวิทยาลัยและสาขาวิชาการระดับโลกมากขึ้น หรือเรียกสั้นๆ ว่าโครงการ 'สองชั้นนำ' (双一流)
'สองชั้นนำ' มีเป้าหมายดังนี้
—ภายในปี 2020 มหาวิทยาลัยหลายแห่งและสาขาวิชาจำนวนหนึ่งจะก้าวเข้าสู่กลุ่มสถาบันระดับโลก และสาขาวิชาจำนวนหนึ่งจะก้าวเข้าสู่กลุ่มสาขาวิชาชั้นนำระดับโลก
—ภายในปี 2030 มหาวิทยาลัยและสาขาวิชาจำนวนมากขึ้นจะก้าวเข้าสู่กลุ่มสถาบันระดับโลก มหาวิทยาลัยหลายแห่งจะก้าวเข้าสู่กลุ่มมหาวิทยาลัยชั้นนำระดับโลก และสาขาวิชาจำนวนหนึ่งจะก้าวเข้าสู่กลุ่มสาขาวิชาชั้นนำระดับโลก ซึ่งจะช่วยเสริมสร้างความแข็งแกร่งโดยรวมของการอุดมศึกษาอย่างมีนัยสำคัญ
—ภายในกลางศตวรรษนี้ จำนวนและความแข็งแกร่งของมหาวิทยาลัยชั้นนำและสาขาวิชาชั้นนำจะอยู่ในระดับแนวหน้าของโลก และประเทศจะสร้างความเข้มแข็งด้านการอุดมศึกษาได้อย่างแท้จริง
การจะไปให้ถึงเป้าหมายนั้น ผมจะสรุปไว้ที่คำๆ เดียว คือ 'คนที่มีความสามารถพิเศษ'
คนที่มีความสามารถพิเศษ หรือ'เหรินไฉ' (人才) เป็นคำที่ถูกพูดถึงมากในจีน หลังจากที่ผมเพิ่งกลับจากดูงานและรายงานข่าวด้านการพัฒนาและการส่งเสริมเทคโนโลยีในจีนเมื่อเร็วๆ นี้ คำๆ หนึ่งที่ผมได้ยินบ่อยที่สุดก็คือคำว่า 'คนที่มีความสามารถพิเศษ' นี่เอง
แต่คนที่มีความสามารถพิเศษจะเติบโตไม่ได้หาไม่ได้รับการค้นหา บ่มเพาะ และส่งเสริม ดังนั้น เพื่อไปให้ถึงเป้าหมาย แผนการในเชิงรูปธรรมของ 'สองชั้นนำ' จึงระบุไว้ว่า
"เราจะดำเนินการตามกลยุทธ์การเสริมสร้างความแข็งแกร่งของมหาวิทยาลัยผ่านคนที่มีความสามารถพิเศษอย่างเต็มที่ เสริมสร้างบทบาทสนับสนุนและนำของคนที่มีความสามารถพิเศษ เร่งการพัฒนาและการดึงดูดกลุ่มนักวิทยาศาสตร์ชั้นนำ"
"เราจะยึดมั่นในหลักการบ่มเพาะจริยธรรมและความเป็นคนที่มีความสามารถพิเศษ ให้ความสำคัญกับการพัฒนาคนที่มีความสามารถพิเศษเป็นหัวใจหลัก และมุ่งมั่นที่จะบ่มเพาะคนที่มีความสามารถพิเศษที่มีความสามารถโดดเด่นหลากหลายด้าน ทั้งด้านนวัตกรรม การประยุกต์ใช้ และการผสมผสาน โดยมีสำนึกในภารกิจทางประวัติศาสตร์และความรับผิดชอบต่อสังคม รวมทั้งเปี่ยมด้วยจิตวิญญาณแห่งนวัตกรรมและความสามารถในการปฏิบัติจริง"
นี่เป็นคีย์เวิร์ดหลักๆ ของแผนการยกระดับการศึกษาของจีน
ผมเชื่อว่าบทความนี้น่าจะช่วยสร้างความกระจ่างได้มากขึ้นว่าทำไมจีนถึงก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว และทำไมจีนจึงผลักดันสาขาวิชาใหม่ๆ ได้ง่าย ทั้งหมดนี้จะยิ่งส่งเสริมให้จีนเป็นผู้นำด้านการศึกษาและเทคโนโลยีในอนาคตอีกไม่นานเกินรอ
แต่จีนไม่ได้จบลงแค่ 'สองโครงการ' หรือ 'สองชั้นนำ' ยังมีอีกโครงการที่จีนเดินหน้าควบคู่กันไป เพราะในขณะที่จีนสร้าง คนที่มีความสามารถพิเศษ หรือ 'เหรินไฉ' (人才) และยกระดับสถาบันการศึกษาเพื่อสร้างและบ่มเพาะ 'เหรินไฉ' จีนก็ดึงเอา 'เหรินไฉ' จากภายนอกประเทศเข้ามาช่วยสร้างชาติด้วย
นั่นคือโครงการ 111 (111计划)
เราจะพูดถึงเรื่องนี้กันต่อไปในภายหน้า
บทความทัศนะโดย กรกิจ ดิษฐาน ผู้ช่วยบรรณาธิการบริหาร และบรรณาธิการข่าวต่างประเทศ The Better
Photo - หุ่นยนต์ตัวหนึ่งยืนอยู่ในท่าเตรียมต่อสู้ระหว่างงานแสดงเทคโนโลยี Beyond Expo ที่มาเก๊า เมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม 2026 (ภาพโดย Eduardo Leal / AFP)