โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

นายกฯ ขอบคุณศาล รธน. ชี้ พ.ร.ก.กู้เงินไม่ขัดกฎหมาย ย้ำใช้ทุกบาทคุ้มค่า

TNN ช่อง16

เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา
นายกรัฐมนตรีขอบคุณตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ หลังวินิจฉัย พ.ร.ก.กู้เงินแก้ปัญหาพลังงานไม่ขัดรัฐธรรมนูญ ย้ำรัฐบาลใช้เงินกู้ทุกบาทอย่างคุ้มค่า เดินหน้ากระตุ้นเศรษฐกิจ ปรับโครงสร้างพลังงาน และลดภาระค่าไฟประชาชน

วันนี้ (9 กรกฎาคม 2569) เวลา 17.15 น. ตามเวลาท้องถิ่นกรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย ซึ่งเร็วกว่าเวลาประเทศไทย 1 ชั่วโมง นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์ภายหลังศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยว่า พระราชกำหนด (พ.ร.ก.) ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤติด้านพลังงาน และสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ ไม่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ

นายกรัฐมนตรีกล่าวขอบคุณตุลาการศาลรัฐธรรมนูญทุกคนที่เร่งพิจารณาและมีคำวินิจฉัยอย่างรวดเร็ว ทำให้รัฐบาลมีความมั่นใจในการดำเนินโครงการตามกรอบของกฎหมาย พร้อมยืนยันว่าจะใช้เงินกู้ทุกบาททุกสตางค์ให้เกิดความคุ้มค่าสูงสุดและเกิดประโยชน์ต่อประชาชน

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่ารัฐบาลจะทำงานได้อย่างสบายใจมากขึ้นหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า รัฐบาลทำงานด้วยความบริสุทธิ์ใจและคำนึงถึงประโยชน์ของประชาชนเป็นสำคัญ พร้อมย้ำว่าเงินที่นำมาใช้เป็น "เงินกู้" ไม่ใช่งบประมาณแผ่นดิน จึงต้องบริหารจัดการอย่างรอบคอบและใช้ทุกบาททุกสตางค์ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด

นายกรัฐมนตรีระบุว่า กระทรวงการคลังสามารถเจรจาอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ให้อยู่ที่ประมาณร้อยละ 1.2 ซึ่งถือว่าเป็นต้นทุนทางการเงินในระดับต่ำ ทำให้รัฐบาลสามารถนำเงินไปสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับระบบเศรษฐกิจ เกิดการหมุนเวียนของเม็ดเงิน (Multiplier Effect) หลายรอบ ส่งผลให้รัฐสามารถจัดเก็บรายได้จากภาษีในรูปแบบต่าง ๆ เพิ่มขึ้น ขณะเดียวกันก็ไม่ต้องกังวลเรื่องภาระงบประมาณสำหรับการชำระดอกเบี้ย

นายอนุทินกล่าวเพิ่มเติมว่า แผนการใช้จ่ายภายใต้ พ.ร.ก.กู้เงินดังกล่าว ยังครอบคลุมการปรับโครงสร้างด้านพลังงาน เพื่อช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายด้านพลังงานและค่าไฟฟ้าของประชาชน โดยรัฐบาลจะใช้โอกาสนี้ผลักดันให้เกิดประโยชน์ในทุกมิติ ทั้งต่อประชาชน ภาคเศรษฐกิจ และประเทศ เพื่อสนับสนุนการขยายตัวทางเศรษฐกิจในระยะต่อไป

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...