ตม.สุวรรณภูมิทลายเครือข่ายข้ามชาติ ใช้ "ม้าอัตลักษณ์" ส่งคนเข้าอังกฤษ
วันนี้ (3 ก.ค.2569) เจ้าหน้าที่กองกำกับการสืบสวนปราบปราม กองบังคับการตรวจคนเข้าเมือง 2 (กก.สส.ปป.บก.ตม.2) หรือชุดสืบสวนตรวจคนเข้าเมืองท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ จับกุม MR.KAAVINIYAN สัญชาติศรีลังกา หลังตรวจพบว่าใช้หนังสือเดินทางแคนาดาปลอมในชื่อ MR.AKIEM เพื่อเตรียมเดินทางต่อไปยังประเทศอังกฤษ
การจับกุมครั้งนี้ไม่ได้สิ้นสุดเพียงการดำเนินคดีกับผู้ใช้เอกสารปลอม แต่เจ้าหน้าที่ได้ขยายผลการสืบสวนอย่างต่อเนื่อง จนพบเบาะแสสำคัญที่เชื่อมโยงไปถึงเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติ ซึ่งมีการวางแผนและแบ่งหน้าที่กันอย่างชัดเจนในหลายประเทศ
จากการตรวจสอบเชิงลึก เจ้าหน้าที่พบว่า MR.AKIEM ชาวแคนาดา ซึ่งเป็นเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลที่ปรากฏในหนังสือเดินทาง ไม่ได้เป็นผู้เสียหาย แต่เป็นผู้ร่วมขบวนการ โดยยินยอมให้นำข้อมูลส่วนบุคคลของตนไปใช้จัดทำหนังสือเดินทางปลอม
นอกจากนี้ ยังเป็นผู้เดินทางไปเช็กอินกับสายการบินด้วยตนเอง เพื่อรับบัตรโดยสาร (Boarding Pass) ก่อนส่งต่อให้ MR.KAAVINIYAN นำไปใช้เดินทางแทน ทำให้เจ้าหน้าที่ประสานข้อมูลกับชุดสืบสวน ตม.ท่าอากาศยานดอนเมือง และสามารถติดตามจับกุมตัวได้ในเวลาต่อมา
บูรณาการกำลังสืบสวน รวบรวมหลักฐานทุกมิติ
ภายใต้การอำนวยการของ พ.ต.อ.พงศ์ธร พงศ์รัชตนันทน์ รองผู้บังคับการ ตม.2 และ พ.ต.อ.รัฐพงศ์ ยอดแก้ว ผู้กำกับการสืบสวนปราบปราม บก.ตม.2 ชุดสืบสวนจากท่าอากาศยานสุวรรณภูมิและดอนเมืองได้ร่วมกันตรวจสอบข้อมูลการเดินทาง ภาพจากกล้องวงจรปิด เส้นทางหลบหนี พยานบุคคล และพยานเอกสารอย่างละเอียด
ผลการสืบสวนทำให้สามารถดำเนินคดีกับผู้ร่วมขบวนการในข้อหา ร่วมกันมีและใช้หนังสือเดินทางปลอม รวมถึง มีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ
เปิดโครงสร้างเครือข่าย แบ่งหน้าที่เป็น 3 กลุ่มหลัก
1. กลุ่มนายหน้าและหัวขบวนการ การสืบสวนพบว่า MR.SIVAKUMAR และ MS.RUKANYA สามีภรรยาชาวศรีลังกา ทำหน้าที่เป็นหัวขบวนการ วางแผน ประสานงาน และจัดหาหนังสือเดินทางปลอมให้ลูกค้า
MR.KAAVINIYAN ได้ติดต่อกับทั้งสองตั้งแต่อยู่ประเทศศรีลังกา เนื่องจากต้องการเดินทางเข้าสู่ยุโรปเพื่อหางานทำ ก่อนที่ทั้งคู่จะเดินทางเข้าประเทศไทยในวันเกิดเหตุ เพื่อดำเนินการขั้นตอนสุดท้ายก่อนส่งลูกค้าเดินทางไปยังประเทศอังกฤษ
หลังผู้ร่วมขบวนการถูกจับกุม สามีภรรยาชาวศรีลังกา พยายามหลบหนีการติดตามของเจ้าหน้าที่ ด้วยการเปลี่ยนที่พักหลายแห่งทั้งในพื้นที่พัทยาและกรุงเทพมหานคร ก่อนมุ่งหน้าลงภาคใต้ และถูกจับกุมได้ที่ อ.สะเดา จ.สงขลา ขณะเตรียมหลบหนีออกนอกประเทศไปยังมาเลเซีย
2.กลุ่มลูกค้าและผู้ดูแลลูกค้า อีกกลุ่มหนึ่งคือ MR.KAAVINIYAN และ MR.DILAXSHAN ซึ่งเป็นชาวศรีลังกา โดย MR.DILAXSHAN เป็นน้องชายของ MS.RUKANYA มีหน้าที่ดูแลและอำนวยความสะดวกให้ลูกค้า ทั้งสองเดินทางเข้าประเทศไทยพร้อมกันตั้งแต่วันที่ 24 เม.ย.2569 ก่อนเข้าพักในกรุงเทพมหานคร เพื่อเตรียมการเดินทางไปยังประเทศอังกฤษ
ผลการสืบสวนระบุว่า MR.DILAXSHAN เป็นผู้ติดตามดูแลลูกค้าและเดินทางไปส่งที่สนามบิน ก่อนหลบหนีไปพร้อมกับกลุ่มนายหน้า อย่างไรก็ตาม เขาสามารถหลบหนีข้ามแดนไปยังประเทศมาเลเซียได้ก่อนถูกจับกุม ขณะนี้เจ้าหน้าที่ได้รวบรวมพยานหลักฐานและได้รับอนุมัติหมายจับจากศาลแล้ว
3.กลุ่ม "ม้าอัตลักษณ์" และผู้ควบคุม ส่วนกลุ่มที่ 3 คือ MR.AKIEM และ MR.SAYANTHAN สัญชาติแคนาดา ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการจัดหาอัตลักษณ์สำหรับใช้ปลอมแปลงตัวตน
MR.AKIEM ยินยอมให้นำข้อมูลส่วนบุคคลของตนไปใช้จัดทำหนังสือเดินทางปลอม พร้อมทั้งเป็นผู้เช็กอินกับสายการบินเพื่อรับบัตรโดยสาร ก่อนส่งต่อให้ลูกค้านำไปใช้แทน ด้าน MR.SAYANTHAN ซึ่งเป็นชาวแคนาดาที่เกิดในประเทศศรีลังกา ทำหน้าที่ควบคุมและดูแล MR.AKIEM ตั้งแต่ต้นทางในประเทศแคนาดา ทั้งคู่เดินทางเข้าประเทศไทยเมื่อวันที่ 29 พ.ค.2569 และลงมือปฏิบัติการในวันที่ 31 พ.ค.2569
การสืบสวนพบว่า MR.SAYANTHAN เป็นผู้พา MR.AKIEM ไปเช็กอินกับสายการบิน ก่อนนำบัตรโดยสารไปส่งให้กลุ่มนายหน้าที่โรงแรม และพา MR.AKIEM หลบหนีไปยังท่าอากาศยานดอนเมือง หลังเกิดเหตุ
ต่อมา MR.SAYANTHAN ได้หลบหนีออกจากประเทศไทยและเดินทางกลับประเทศแคนาดาได้สำเร็จ แต่เจ้าหน้าที่ได้รวบรวมพยานหลักฐานจนศาลอนุมัติออกหมายจับไว้แล้ว
ใช้ไทยเป็นฐานปฏิบัติการ ส่งคนไปประเทศที่สาม
จากแนวทางการสืบสวน ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองพบว่า เครือข่ายดังกล่าวมีการวางแผนตั้งแต่ประเทศศรีลังกาและแคนาดา ก่อนเข้ามาดำเนินการในประเทศไทย ซึ่งเป็นจุดสำคัญของการเปลี่ยนอัตลักษณ์และเตรียมเอกสาร เพื่อส่งลูกค้าเดินทางต่อไปยังประเทศอังกฤษ
คดีนี้ถือเป็นผลสำเร็จของการสืบสวนเชิงลึกที่สามารถขยายผลจากการจับกุมผู้ใช้หนังสือเดินทางปลอมเพียง 1 คน ไปสู่การเปิดโปงองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติที่มีสมาชิกอยู่ในหลายประเทศ มีการแบ่งหน้าที่กันอย่างชัดเจน และอาศัยประเทศไทยเป็นศูนย์กลางในการดำเนินการส่งบุคคลเดินทางต่อไปยังประเทศที่สาม โดยเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างติดตามจับกุมผู้ต้องหาที่เหลือตามหมายจับเพื่อนำตัวเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม
อ่านข่าวอื่น :
ภาครัฐและเอกชนร่วมรับร่าง 3 ลูกเรือ "มยุรี นารี" กลับสู่มาตุภูมิ