โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

วิธีลดน้ำตาลในเลือดตั้งแต่ตื่นนอน ปรับพฤติกรรมมื้อเช้า ห่างไกลโรคเบาหวาน

Thairath - ไทยรัฐออนไลน์

อัพเดต 5 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 5 ชั่วโมงที่ผ่านมา
ภาพไฮไลต์

อยากสุขภาพดีห้ามข้ามมื้อเช้า! เปิดเทคนิคลดน้ำตาลในเลือดเริ่มต้นตั้งแต่ตื่นนอน ปรับพฤติกรรมการกินและการใช้ชีวิตง่ายๆ ช่วยควบคุมระดับน้ำตาล ป้องกันความเสี่ยงโรคเบาหวานอย่างได้ผล

การเริ่มต้นวันใหม่อย่างมีคุณภาพไม่ได้หมายถึงแค่การตื่นนอนให้ตรงเวลา แต่ยังรวมถึงการดูแลระบบภายในร่างกาย โดยเฉพาะ "ระดับน้ำตาลในเลือด" ซึ่งข้อมูลสถิติจากกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ระบุว่า ปัจจุบันคนไทยมีแนวโน้มป่วยเป็นโรคเบาหวานและมีภาวะน้ำตาลในเลือดสูงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง พฤติกรรมการบริโภคมื้อเช้าที่เต็มไปด้วยแป้งและน้ำตาลขัดสี จึงเป็นตัวการสำคัญที่ทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดพุ่งสูงอย่างรวดเร็ว (Blood Sugar Spike) ตั้งแต่เริ่มวัน

สำหรับกลุ่มคนรักสุขภาพและผู้ที่กำลังกังวลเรื่องโรคเบาหวาน การปรับพฤติกรรมในช่วงเช้าคือกลยุทธ์สำคัญที่จะช่วยรักษาเสถียรภาพของน้ำตาลในเลือดให้สมดุลไปตลอดทั้งวัน

5 เทคนิคลดน้ำตาลในเลือด เริ่มต้นง่ายๆ ในเช้าวันใหม่

1. ดื่มน้ำสะอาด 1-2 แก้วทันทีหลังตื่นนอน

ภาพจาก iStock

จากการศึกษาทางโลหิตวิทยาพบว่า ในช่วงที่ร่างกายขาดน้ำติดต่อกันหลายชั่วโมงขณะนอนหลับ ความเข้มข้นของเลือดจะสูงขึ้น ส่งผลให้ระดับน้ำตาลในเลือดดูสูงตามไปด้วย การดื่มน้ำสะอาดทันทีหลังตื่นนอนจะช่วยเจือจางความเข้มข้นของน้ำตาลในกระแสเลือด และช่วยให้ไตขับน้ำตาลส่วนเกินออกทางปัสสาวะได้อย่างมีประสิทธิภาพ

2. เลือกอาหารลดน้ำตาลในเลือด เน้นโปรตีนและใยอาหาร

มื้อเช้าที่ดีไม่ควรเน้นแป้งหรือน้ำตาลขัดสี เช่น ข้าวเหนียวหมูปิ้งติดมัน หรือขนมปังขาว แต่ควรเปลี่ยนมาเป็น "อาหารดัชนีน้ำตาลต่ำ" (Low GI) ที่มีโปรตีนและไฟเบอร์สูง เช่น ไข่ต้ม อกไก่ ข้าวกล้อง หรือผักใบเขียว เนื่องจากโปรตีนและใยอาหารจะช่วยชะลอการดูดซึมน้ำตาลเข้าสู่กระแสเลือด ทำให้อิ่มนาน และลดอาการอยากของหวานระหว่างวัน

3. เลี่ยงกาแฟเติมน้ำตาลและเครื่องดื่มรสหวาน

หลายคนติดนิสัยดื่มกาแฟโบราณ ชานม หรือน้ำผลไม้พร้อมดื่มในมื้อเช้า ซึ่งเครื่องดื่มเหล่านี้มีน้ำตาลฟรุกโตสและน้ำตาลทรายในปริมาณสูงมาก ตามคำแนะนำขององค์การอนามัยโลก (WHO) ระบุว่าไม่ควรบริโภคน้ำตาลเกิน 6 ช้อนชาต่อวัน หากต้องการดื่มกาแฟยามเช้า ควรเลือกเป็นกาแฟดำ (Americano) หรือใส่นมจืดไขมันต่ำแทน

4. ขยับร่างกายเบาๆ หลังมื้ออาหาร 15 นาที

ภาพจาก iStock

ไม่จำเป็นต้องออกกำลังกายอย่างหักโหม เพียงแค่เดินเล่นรอบบ้าน ยืดเหยียดกล้ามเนื้อ หรือทำงานบ้านเบาๆ หลังรับประทานอาหารเช้าประมาณ 15-30 นาที กล้ามเนื้อจะดึงน้ำตาลในกระแสเลือดไปใช้เป็นพลังงานทันที โดยไม่ต้องพึ่งพาอินซูลินในปริมาณมาก ช่วยลดการสะสมของน้ำตาลได้อย่างดีเยี่ยม

5. จัดการความเครียดก่อนเริ่มงาน

เมื่อตื่นเช้ามาพร้อมกับความรีบเร่งและความเครียด ร่างกายจะหลั่งฮอร์โมนคอร์ติซอล (Cortisol) และอะดรีนาลีน (Adrenaline) ซึ่งฮอร์โมนเหล่านี้มีฤทธิ์กระตุ้นให้ตับปล่อยน้ำตาลเข้าสู่กระแสเลือดมากขึ้น การสละเวลาเพียง 3-5 นาที นั่งสมาธิหรือกำหนดลมหายใจเข้าออกลึกๆ ก่อนเริ่มกิจกรรม จะช่วยควบคุมระดับน้ำตาลไม่ให้พุ่งสูงจากความเครียดได้

การลดน้ำตาลในเลือดไม่ได้หมายถึงการอดอาหาร หรือการหักดิบตัดงดทุกอย่างจนร่างกายขาดพลังงาน แต่คือการฉลาดเลือกและปรับเปลี่ยนพฤติกรรมทีละน้อย โดยเริ่มต้นจากมื้อแรกของวัน การดื่มน้ำให้เพียงพอ เลือกทานอาหารที่มีประโยชน์ และขยับร่างกายอย่างเหมาะสม ไม่เพียงแต่ช่วยป้องกันโรคเบาหวานเท่านั้น แต่ยังช่วยให้อวัยวะต่างๆ ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ มีพลังงานเต็มเปี่ยมพร้อมรับวันใหม่อย่างสดใสและยั่งยืน

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : วิธีลดน้ำตาลในเลือดตั้งแต่ตื่นนอน ปรับพฤติกรรมมื้อเช้า ห่างไกลโรคเบาหวาน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ตามข่าวก่อนใครได้ที่
- Website : www.thairath.co.th
- LINE Official : Thairath

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...