โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

บันทึกหน้า 4

ไทยโพสต์

อัพเดต 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ไทยโพสต์ อิสรภาพแห่งความคิด เมื่อมองย้อนกลับไปยังสนามการเมืองระดับท้องถิ่น จะเห็นได้ว่าทุกฝ่ายทุกพรรคไม่สามารถเอาชนะ ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ในการเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครได้ ผลการเลือกตั้งครั้งนี้สะท้อนว่าคนกรุงเทพฯ ให้ความสำคัญกับผลงานและการพัฒนาเมือง มากกว่าเกมการเมือง

ผลคะแนนที่ออกมาทำให้ ชัชชาติ ชนะอย่างขาดลอย ขณะที่ผู้สมัครจากพรรคประชาชนอย่าง ดร.โจ-ชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร และ เสี่ยเจมส์-อนุชา บูรพชัยศรี จากพรรคประชาธิปัตย์ ไม่สามารถสร้างแรงกระเพื่อมได้

อีกทั้งการที่ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์และอดีตนายกรัฐมนตรี ลงพื้นที่ช่วยหาเสียง ก็ไม่อาจพลิกสถานการณ์ได้ นอกจากนี้ ผู้สมัครจากพรรคประชาธิปัตย์ยังมีคะแนนเป็นรอง ดร.ติ่ง-มัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข ผู้สมัครอิสระอีกด้วย แม้ตลอดช่วงหาเสียง ชัชชาติ จะถูกโจมตีด้วยประเด็น ระบอบอากง แต่ก็ไม่สามารถสั่นคลอนความนิยมได้

ปัจจัยสำคัญคือ ชัชชาติ ใช้ผลงานและภาพการทำงานอย่างต่อเนื่องเป็นเกราะป้องกันตัวเอง ทำให้ความพยายามสร้างกระแสลบจากคู่แข่งไม่ประสบผลสำเร็จ เพราะในสายตาประชาชน ความเชื่อมั่นในความตั้งใจทำงานมีน้ำหนักมากกว่าการโจมตีทางการเมือง

บทเรียนครั้งนี้จึงเป็นสิ่งที่ทุกพรรคการเมืองควรถอดรหัสให้ได้ว่า การเมืองยุคใหม่ไม่ได้วัดกันที่การด่าทอหรือการดิสเครดิตฝ่ายตรงข้ามเพียงอย่างเดียว แต่ต้องพิสูจน์ความจริงใจผ่านการทำงานอย่างต่อเนื่องให้ประชาชนเห็นเป็นรูปธรรม และผลการเลือกตั้งครั้งนี้ก็เป็นสัญญาณชัดเจนว่าพรรคการเมืองที่ล้มเหลวจำเป็นต้องปรับวิธีคิดและวิธีทำงาน หากหวังจะกลับมาคว้าความเชื่อมั่นจากประชาชนอีกครั้ง

การนำเสนอร่างงบประมาณรายจ่ายประจำปี พ.ศ.2570 โดย เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปรียบเสมือนแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์และความหวังใหม่ของบรรดาภาคเอกชน ที่กำลังเฝ้ารอคอยเม็ดเงินมหาศาลกว่า 3.78 ล้านล้านบาท เพื่ออัดฉีดเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจไทยให้พอมีแรงต้านทานต่อกระแสความผันผวนของตลาดโลกที่ถาโถมเข้ามา

เอกนิติ ได้เน้นย้ำอย่างหนักแน่นถึงหลักการบริหารงบประมาณแบบ 5T โดยเฉพาะการมุ่งนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI เข้ามาปรับปรุงประสิทธิภาพการทำงานของภาครัฐและลดปัญหาความเหลื่อมล้ำ ซึ่งถือเป็นโจทย์ใหญ่ที่ภาคธุรกิจให้ความสนใจและจับตาดูอย่างใกล้ชิด เพราะหากรัฐบาลโดยการกำกับดูแลของนายเอกนิติสามารถแปลงแผนงานไปสู่การปฏิบัติได้จริง ประเทศไทยก็จะมีรากฐานโครงสร้างพื้นฐานที่แข็งแกร่งพร้อมรับการเติบโตในระยะยาว อย่างไรก็ตาม บทพิสูจน์ที่แท้จริงของเม็ดเงินก้อนนี้ไม่ได้วัดกันแค่ตัวเลขการจัดสรร แต่ต้องดูที่วินัยการคลังและการใช้งบประมาณทุกบาททุกสตางค์ให้ถึงมือประชาชนอย่างโปร่งใส ตามคำมั่นสัญญาที่นายเอกนิติได้ให้ไว้กับสังคม

ในจังหวะที่รัฐบาลกำลังเร่งเดินเครื่องวางรากฐานเพื่อสร้างอนาคตผ่านงบประมาณแผ่นดิน ภาพความเคลื่อนไหวของฝ่ายค้านโดยเฉพาะพรรคประชาชนกลับสะท้อนให้เห็นถึงความไม่พร้อมและความย้อนแย้งในตัวเองอย่างน่าผิดหวัง ที่ผ่านมาพรรคประชาชนมักจะใช้พื้นที่สื่อออกมาโจมตีรัฐบาลและพรรคภูมิใจไทยด้วยวาทกรรมสวยหรูเป็นรายวัน แต่เมื่อถึงคราวที่ต้องลงมือทำงานจริงในประเด็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญ กลับเกิดภาวะชะงักงันจนต้องถอยร่นไปสู่สมัยประชุมหน้า

หลัง จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ออกมาพาดพิงและสะท้อนให้ประชาชนเห็นว่า วาระการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่พรรคประชาชนพยายามป่าวประกาศว่าเป็นเรื่องเร่งด่วน แท้จริงแล้วอาจเป็นเพียงเครื่องมือในการสร้างกระแสทางการเมืองไปวันๆ แทนที่จะมุ่งเน้นการทำงานเชิงรุกหรือผลักดันวาระให้สำเร็จตามกรอบเวลาที่ให้คำมั่นไว้

พรรคประชาชนกลับล้มเหลวในการจัดระเบียบองค์กรของตนเอง จนทำให้ความน่าเชื่อถือในการขับเคลื่อนกฎหมายสูงสุดของประเทศลดน้อยถอยลงไปทุกที และอยากถามว่าประชามติยังมีความสำคัญอยู่หรือไม่ และยังอยู่ในหัวใจของพรรคส้มหรือไม่ หัวหน้าเท้ง-ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ช่วยตอบหน่อย.

เสือดำ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...