โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“ศิริกัญญา” ชี้งบปี 70 “เศรษฐกิจฝีแตก” ซัดตั้งตัวเลขหลอกสภา ไร้โครงการใหม่แค่เติมคำว่า “พลัส”

สยามรัฐ

อัพเดต 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

“ศิริกัญญา ตันสกุล”ถล่มร่างงบฯ 70 ชี้สถานะการคลังไทยเผชิญปัญหาเรื้อรังจนเกิดสภาวะ “ฝีแตก” จัดเก็บรายได้ไม่ทันรายจ่ายประจำ จวกยับรัฐบาลหั่นงบลงทุนลงกว่า 7 หมื่นล้าน แต่ยังเน้นสร้างถนน นำงบแจกเงินมานับเป็นงบลงทุนเพื่อพยุงตัวเลข แฉกลางสภาฯ ไร้เงาโครงการใหม่ตามที่โฆษณา แค่เปลี่ยนชื่อโปรเจกต์เดิมแล้วเติมคำว่า “พลัส” บังหน้า เตือนหากไม่ปฏิรูปโครงสร้าง ระวังประเทศดิ่งสู่ลูปนรกรอบใหม่

วันที่ 29 มิ.ย.2569 ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มี นายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาฯ ทำหน้าที่ประธานในการประชุม พิจารณาวาระเรื่องด่วน ร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 วงเงิน 3.788 ล้านล้านบาท ซึ่งคณะรัฐมนตรี (ครม.) เป็นผู้เสนอในวันแรก ต่อมาเวลา 10.04 น.น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ได้ลุกขึ้นอภิปรายวิเคราะห์โครงสร้างงบประมาณปี 70 ว่า แม้การตั้งงบประมาณครั้งนี้จะเพิ่มขึ้นจากปีก่อนเพียง 7,400 ล้านบาท ขณะที่ประมาณการรายได้ตั้งไว้สูงถึง 3 ล้านล้านบาท (เพิ่มขึ้นราว 79,000 ล้านบาท) แต่รัฐบาลก็ยังคงกู้เงินเพื่อชดเชยการขาดดุลงบประมาณในระดับที่สูงมาก จนทำให้การขาดดุลเกินกว่า 3% ต่อ GDP กลายเป็นความปกติใหม่ (New Normal) สะท้อนถึงปัญหาโครงสร้างการคลังที่รายได้ขยับตามไม่ทันรายจ่ายที่เพิ่มขึ้น จนส่งผลให้รายจ่ายลงทุนในปีนี้ถูกหั่นลดลงไปกว่า 70,000 ล้านบาท แต่รายจ่ายประจำกลับพุ่งสวนทางหลายแสนล้านบาท ตนขอตั้งข้อสังเกตว่า ในปีงบประมาณ 2570 หน่วยงานและกรมต่างๆ ถึง 70% ถูกตัดลดงบประมาณลงถ้วนหน้า โดยเฉพาะหน่วยงานที่มีงบลงทุนสูง ในทางกลับกัน งบประมาณที่เพิ่มขึ้นมากที่สุดกลับไปตกอยู่ที่ "งบกลาง" และงบรายจ่ายประจำของกระทรวงการคลังที่เพิ่มขึ้นถึง 40,000 ล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่เป็นงบบำเหน็จบำนาญและดอกเบี้ยหนี้สาธารณะ

“รัฐบาลที่ผ่านๆ มา มักจะใช้วิธีหลอกตาสภาว่ารายจ่ายประจำยังน้อยอยู่ โดยใส่ตัวเลขให้น้อยเข้าไว้แล้วใช้วิธีหมุนเงินเอา แต่นานวันเข้ามันปกปิดอำพรางต่อไปไม่ไหว แผลเรื้อรังของงบประมาณไทยที่ถูกบ่มมาหลายปีมันได้ ‘ฝีแตก’ ออกมาแล้วในปีงบประมาณ 2570 แต่ในคำแถลงของรัฐบาลกลับไม่มีการแสดงความรับผิดชอบ หรือยืดอกยอมรับเพื่อปฏิรูปการคลังอย่างจริงจัง ถ้ายังทำแบบนี้ไปเรื่อยๆ เลือดจะไหลออกไม่หยุด และงบประมาณพัฒนาประเทศเพื่อทำสิ่งใหม่ๆ จะไม่มีเหลืออีกต่อไป” น.ส.ศิริกัญญา กล่าว

น.ส.ศิริกัญญา กล่าวต่อว่า เมื่อเจาะลึกรายละเอียดงบประมาณปี 70 ได้ชี้ให้เห็นความย้อนแย้งในการจัดหมวดหมู่รายจ่ายลงทุนที่ลดลงไป 73,736 ล้านบาท โดยพบว่ามีการนำงบประมาณที่ไม่น่าจะนับเป็นงบลงทุนเข้ามารวมอยู่ด้วย เช่น งบสำรองจ่ายฉุกเฉิน (งบกลาง): ตั้งไว้ 100,000 ล้านบาท แต่ถูกตีตราว่าเป็นงบลงทุนถึง 60,000 ล้านบาท งบฟื้นฟูและกระตุ้นเศรษฐกิจ ตั้งไว้ 12,000 ล้านบาท ถูกนับเป็นงบลงทุนถึง 80% ทั้งที่ในความเป็นจริงมักเป็นการแจกเงิน ซึ่งไม่สามารถนับเป็นงบลงทุนได้ตามหลักสากล งบวิจัยและพัฒนา ซึ่งถือเป็นงบลงทุนจริงกลับถูกหั่นลดลงไปถึง 6,000 ล้านบาท (จาก 19,000 ล้านบาท เหลือเพียง 13,000 ล้านบาท) ขณะที่งบลงทุนสูงสุดยังคงเป็นการสร้างถนนเหมือนเดิ นอกจากนี้ ยังพบว่าระบบงบประมาณกำลังติดข้อจำกัดอย่างรุนแรง เนื่องจากรายจ่ายประจำที่ตั้งไว้ไม่เพียงพอต่อค่าใช้จ่ายจริง ทั้งในส่วนของเบี้ยหวัดบำนาญและค่ารักษาพยาบาลข้าราชการ ซึ่งยังขาดอยู่อีกกว่า 85,000 ล้านบาท จนทำให้รัฐบาลอาจต้องไปควั่นเงินคงคลังมาใช้ล่วงหน้าเหมือนที่ผ่านมา และต้องมาตั้งงบชดใช้เงินคงคลังคืนในภายหลัง จนกลายเป็นวงลูปที่กลืนกินงบประมาณในอนาคต

น.ส.ศิริกัญญา กล่าวถึงนโยบายที่รัฐบาลเคยหาเสียงไว้ว่าไม่มีความคืบหน้าในเล่มงบประมาณ เช่น นโยบายพลทหารอาสาที่เคยโฆษณาว่าจะรับ 100,000 นาย แต่ตั้งงบทำจริงได้เพียง 25,000 นายเท่านั้น อีกทั้งโครงการต่างๆ ที่รัฐมนตรีคลังอ่านชื่อในสภาว่ามีคำว่า “พลัส” ต่อท้าย พลิกดูในเอกสารงบประมาณจริงๆ กลับไม่มีอยู่จริง เป็นเพียงการเปลี่ยนชื่อโครงการเดิมเท่านั้น นอกจากนี้ ยังตั้งข้อสังเกตว่าคำว่า "AI" (ปัญญาประดิษฐ์) ได้กลายมาเป็นรหัสเอทีเอ็มใหม่ในการขอเงินงบประมาณ ซึ่งในปีนี้พุ่งขึ้นถึง 2 เท่า เป็นเงินกว่า 2,000 ล้านบาท รวม 176 โครงการ ทั้งที่ยังไม่เห็นยุทธศาสตร์ที่ชัดเจน

“เราพบปัญหาเต็มไปหมดในส่วนของรายจ่าย สะท้อนแผลเรื้อรังที่รัฐบาลปัจจุบันยังไม่มีแนวทางแก้ไข เพื่อให้ปัญหานี้หมดไป เราต้องการผู้นำทั้งนายกรัฐมนตรี และรองนายกฯ ด้านเศรษฐกิจ ที่มุ่งมั่นและพูดปัญหาอย่างตรงไปตรงมาเพื่อนำประเทศออกจากวิกฤตแผลเรื้อรังนี้ แต่ในงบประมาณปี 2570 เรายังไม่เห็นเลยว่าจะนำพาประเทศออกจากจุดนั้นได้อย่างไร” น.ส.ศิริกัญญา กล่าวทิ้งท้าย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...